<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243</id><updated>2012-02-16T04:06:14.899-08:00</updated><category term='ว่าด้วยความซวย'/><title type='text'>13 จุฬาลักษณ์ ม.4/2</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>27</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-5898040387395829521</id><published>2009-02-17T03:20:00.000-08:00</published><updated>2009-02-17T03:24:35.574-08:00</updated><title type='text'>hot potatoes ข้อสอบชุดที่3</title><content type='html'>เราทำ hot potatoes ข้อสอบชุดที่3 นะยังไงก็ลองเข้าไปทำกันดู&lt;br /&gt;ที่นี่เลย &lt;a href="http://www.uploadtoday.com/member/member.php?viewfileref=0"&gt;http://www.uploadtoday.com/member/member.php?viewfileref=0&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-5898040387395829521?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/5898040387395829521/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=5898040387395829521' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/5898040387395829521'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/5898040387395829521'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2009/02/hot-potatoes-3.html' title='hot potatoes ข้อสอบชุดที่3'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-6649768943846882761</id><published>2009-02-15T00:15:00.000-08:00</published><updated>2009-02-15T00:17:00.499-08:00</updated><title type='text'>school's out</title><content type='html'>High School Musical 3: Senior Year is the latest installment of the popular High School Musical movie series.&lt;br /&gt;As the title suggests, the students are now in their senior year and are trying to pack in as many memorable moments as they can before going off to university.&lt;br /&gt;The third film in the franchise features all the fun of a basketball championship, a school prom and a big musical production with all of the Wildcats from the first two films.&lt;br /&gt;Amidst all the action, Troy (Zac Efron) and Gabriella (Vanessa Hudgens) struggle to make every moment together count before their lives inevitably drift apart as they pursue their different dreams.&lt;br /&gt;Throughout it all, High School Musical 3 is packed with catchy musical numbers and energetic dance routines.&lt;br /&gt;Get in on the fun when High School Musical 3: Senior Year hits cinemas on January 22.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-6649768943846882761?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/6649768943846882761/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=6649768943846882761' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/6649768943846882761'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/6649768943846882761'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2009/02/schools-out.html' title='school&apos;s out'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-8374717083137300883</id><published>2009-02-15T00:00:00.001-08:00</published><updated>2009-02-15T00:04:09.821-08:00</updated><title type='text'>สาระน่ารู้สู่ความปลอดภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์</title><content type='html'>ไวรัสคอมพิวเตอร์เป็นปัญหาที่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์เกือบทุกคนเคยประสบมาแล้วทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าท่านจะเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการถูกไวรัสคอมพิวเตอร์คุกคามระบบมาแล้ว แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าในความจริงแล้วไวรัสคอมพิวเตอร์คืออะไร ไวรัสคอมพิวเตอร์เข้ามาคุกคามระบบของท่านได้อย่างไร วิธีแก้ไขระบบที่ถูกคุกคามเป็นอย่างไร และที่สำคัญคือ ทำอย่างไรจึงจะทำให้ระบบของท่านปลอดภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Computer Security จากหน่วยงาน ThaiCERT&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(&lt;a href="http://www.thaicert.nectec.or.th/"&gt;http://www.thaicert.nectec.or.th&lt;/a&gt;) ซึ่งมีภารกิจหลักประการหนึ่งในการเผยแพร่ความรู้และแจ้งเตือนภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์ ผู้แต่งขอนำเสนอความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับไวรัสคอมพิวเตอร์เบื้องต้นอย่างพอเป็นสังเขป เพื่อให้ท่านสามารถป้องกันระบบจากการถูกไวรัสคอมพิวเตอร์คุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;ชื่อเรื่อง : สาระน่ารู้สู่ความปลอดภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์เรียบเรียงโดย : ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรมเผยแพร่เมื่อ : 29 กรกฏาคม 2547&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไวรัสคอมพิวเตอร์เป็นปัญหาที่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์เกือบทุกคนเคยประสบมาแล้วทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าท่านจะเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับการถูกไวรัสคอมพิวเตอร์คุกคามระบบมาแล้ว แต่ท่านทราบหรือไม่ว่าในความจริงแล้วไวรัสคอมพิวเตอร์คืออะไร ไวรัสคอมพิวเตอร์เข้ามาคุกคามระบบของท่านได้อย่างไร วิธีแก้ไขระบบที่ถูกคุกคามเป็นอย่างไร และที่สำคัญคือ ทำอย่างไรจึงจะทำให้ระบบของท่านปลอดภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้าน Computer Security จากหน่วยงาน ThaiCERT&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;(&lt;a href="http://www.thaicert.nectec.or.th/"&gt;http://www.thaicert.nectec.or.th&lt;/a&gt;) ซึ่งมีภารกิจหลักประการหนึ่งในการเผยแพร่ความรู้และแจ้งเตือนภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์ ผู้แต่งขอนำเสนอความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับไวรัสคอมพิวเตอร์เบื้องต้นอย่างพอเป็นสังเขป เพื่อให้ท่านสามารถป้องกันระบบจากการถูกไวรัสคอมพิวเตอร์คุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;ไวรัสคอมพิวเตอร์คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในอดีต คำว่า "ไวรัสคอมพิวเตอร์" เป็นนิยามของโปรแกรมที่สร้างปัญหาและก่อให้เกิดความเสียหายต่างๆ กับเครื่องคอมพิวเตอร์และสามารถแพร่กระจายตัวเองจากไฟล์หนึ่งไปยังไฟล์อื่นๆ ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ แต่ไม่สามารถแพร่กระจายข้ามเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งการที่ไวรัสคอมพิวเตอร์สามารถแพร่กระจายข้ามเครื่องคอมพิวเตอร์ได้นั้นมีสาเหตุมาจากการที่ผู้ใช้นำไฟล์ที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์ไปใช้บนเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ เช่น นำแผ่น diskette หรือสื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ ที่มีไฟล์ของไวรัสคอมพิวเตอร์ฝังตัวอยู่มาใช้งาน เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อเวลาผ่านไปไวรัสคอมพิวเตอร์ได้รับการพัฒนารูปแบบ เทคนิคการแพร่กระจาย ความสามารถ รวมทั้งความรุนแรงในการก่อความเสียหายให้ระบบ ที่แตกต่างไปจากเดิมมาก ดังนั้น ปัจจุบันคำว่า "ไวรัสคอมพิวเตอร์" จึงมีความหมายที่กว้างขึ้นไปจากเดิมและมีการบัญญัติคำศัพท์ขึ้นมาใหม่ว่า "มาลแวร์ (Malware: Malicious Software)" ซึ่งหมายถึงชุดคำสั่งทางคอมพิวเตอร์ โปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ใดๆ ที่ได้รับการจัดทำขึ้นมาโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะสร้างความเสียหายให้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และอาจมีความสามารถในการเคลื่อนที่จากคอมพิวเตอร์หนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งหรือจากเครือข่ายหนึ่งไปยังอีกเครือข่ายหนึ่งได้ด้วยตัวเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;นั่นคือ ปัจจุบัน "ไวรัสคอมพิวเตอร์" ถูกนำมาใช้ในความหมายของ "มาลแวร์" กันอย่างกว้างขวาง (ในบทความนี้ก็เช่นเดียวกัน) ซึ่งนอกจากจะหมายถึงไวรัสคอมพิวเตอร์ในรูปแบบก่อนๆ แล้วนั้น ยังรวมไปถึง (หรืออาจประกอบมาจากส่วนประกอบที่กล่าวถึงข้างล่างนี้)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;หนอนอินเทอร์เน็ต (Internet Worm) ซึ่งหมายถึงโปรแกรมที่ออกแบบมาให้สามารถแพร่กระจายไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ด้วยตัวเอง โดยอาศัยระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ เช่น อี-เมล์ หรือ การแชร์ไฟล์ ทำให้การแพร่กระจายเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง โทรจัน (Trojan) ซึ่งหมายถึงโปรแกรมที่ออกแบบมาให้แฝงเข้าไปสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้อื่นในหลากหลายรูปแบบ เช่น โปรแกรม หรือ การ์ดอวยพร เป็นต้น เพื่อดักจับ ติดตาม หรือควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกคุกคาม โค้ด Exploit ซึ่งหมายถึงโปรแกรมที่ออกแบบมาให้สามารถเจาะระบบโดยอาศัยช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชันที่ทำงานอยู่บนระบบ เพื่อให้ไวรัสหรือผู้บุกรุกสามารถครอบครอง ควบคุม หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดบนระบบได้ ข่าวไวรัสหลอกลวง (Hoax) ซึ่งมักจะอยู่ในรูปแบบของการส่งข้อความต่อๆ กันไป เหมือนกับการส่งจดหมายลูกโซ่ โดยข้อความประเภทนี้จะใช้หลักจิตวิทยา ทำให้ข่าวสารนั้นน่าเชื่อถือ ถ้าผู้ที่ได้รับข้อความปฏิบัติตามอาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การให้ลบไฟล์ข้อมูลที่จำเป็นของระบบปฏิบัติการโดยหลอกว่าเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์ ทำให้ระบบปฏิบัติการทำงานผิดปกติ เป็นต้น&lt;br /&gt;หมายเหตุ: เมื่อกล่าวถึง hoax จึงขอนำเสนอความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับลักษณะของ hoax อีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่ใช่ไวรัสคอมพิวเตอร์ แต่เป็นอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์รูปแบบหนึ่งที่กำลังเป็นที่พบเห็นได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบัน นั่นคือ "Phishing" ซึ่งเป็นการปลอมแปลงอี-เมล์ (E-mail Spoofing) และทำการสร้างเว็บไซต์ปลอมที่มีเนื้อหาเหมือนกับเว็บไซต์ของจริงและมี Address ใกล้เคียงกับเว็บไซต์จริง เพื่อทำการหลอกลวงให้เหยื่อหรือผู้รับอี-เมล์เปิดเผยข้อมูลทางด้านการเงินหรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ อาทิ ข้อมูลของหมายเลขบัตรเครดิต บัญชีผู้ใช้ (Username) และ รหัสผ่าน (Password) หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ไวรัสคอมพิวเตอร์เข้ามาคุกคามระบบได้อย่างไร&lt;br /&gt;โดยปกติแล้วไวรัสคอมพิวเตอร์เข้าคุมคามระบบได้เนื่องจากสาเหตุหลักๆ 3 ประการ คือ&lt;br /&gt;1) มีการเรียกใช้งานไฟล์ที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์ฝังตัวอยู่&lt;br /&gt;ในส่วนของสาเหตุจากการที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์เรียกใช้งานไฟล์ที่มีไวรัสคอมพิวเตอร์ฝังตัวอยู่แล้วทำให้ระบบถูกไวรัสคอมพิวเตอร์เข้ามาคุกคามได้นั้นเป็นสาเหตุซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี นอกจากการฝังตัวอยู่กับไฟล์ของผู้ใช้งานซึ่งเป็นรูปแบบของไวรัสคอมพิวเตอร์แบบยุคต้นๆ แล้วนั้น ในปัจจุบันไวรัสคอมพิวเตอร์มักจะใช้หลักจิตวิทยาที่เรียกว่า Social Engineering เพื่อทำการล่อลวงให้ผู้ใช้งานเรียกเปิดไฟล์ที่เป็นไวรัส เช่น แฝงมาในรูปแบบของโปรแกรมการ์ดอวยพร หรือ โปรแกรม screen saver หรือ แฝงอยู่ในไฟล์ที่ได้รับมาจากบุคคลที่ผู้ใช้รู้จัก ซึ่งผู้ใช้อาจจะได้รับมาทางอี-เมล์ที่มีการปลอมแปลงว่ามาจากบุคคลที่ผู้ใช้รู้จัก หรือไวรัสอาจแฝงอยู่ในรูปแบบของ link ในอี-เมล์หรือเว็บไซต์ต่างๆ ที่หลอกลวงให้ผู้ใช้ click เพื่อเรียกใช้งาน เป็นต้น&lt;br /&gt;2) ระบบที่ไม่มีการใช้งานโปรแกรม Anti-Virus หรือมีการใช้งานโปรแกรม Anti-Virus แต่ไม่ได้ทำการ update ฐานข้อมูลไวรัส&lt;br /&gt;สำหรับสาเหตุหลักอีกสาเหตุหนึ่งของการที่ระบบถูกไวรัสคอมพิวเตอร์คุกคามคือการที่ระบบไม่มีการใช้งานโปรแกรม Anti-Virus หรือมีการใช้งานโปรแกรม Anti-Virus แต่ไม่ได้ทำการ update ฐานข้อมูลไวรัสให้ทันสมัยอยู่เสมอ ซอฟต์แวร์ Anti-Virus ส่วนใหญ่จะสามารถต่อต้านการคุกคามจากไวรัสคอมพิวเตอร์ที่โปรแกรมรู้จักซึ่งจะได้รับการจัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูลไวรัสคอมพิวเตอร์ (Virus Definition Database) ซึ่งจำเป็นต้องมีการ Update ฐานข้อมูลดังกล่าวนี้ให้ทันสมัยอยู่เสมอเพื่อให้โปรแกรมรู้จักและสามารถต่อต้านไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ๆ ได้ บางท่านอาจมีความเชื่อที่ผิดๆ ว่าหากมีการติดตั้งซอฟต์แวร์ Anti-virus บนระบบแล้วไวรัสคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถเข้ามาคุกคามระบบได้ ในความเป็นจริงแล้วถึงแม้ระบบจะมีการติดตั้งซอฟต์แวร์ดังกล่าวอยู่ แต่หากไม่มีการ update ฐานข้อมูลไวรัสให้ทันสมัยอยู่เสมอ หรือ ไม่มีการใช้งานซอฟต์แวร์ Anti-virus เพื่อตรวจสอบโดยละเอียดว่าระบบปราศจากไวรัสคอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอแล้วนั้น ไวรัสคอมพิวเตอร์ก็ยังอาจสามารถเข้ามาคุกคามระบบได้ ยิ่งไปกว่านั้นถึงแม้ซอฟต์แวร์ Anti-virus จะได้รับการติดตั้งและใช้งานอย่างเหมาะสมทุกประการ แต่ระบบก็ยังอาจมีความเสี่ยงต่อการถูกคุมคามอยู่หากระบบมีช่องโหว่ (Vulnerbilities) ซึ่งจะกล่าวถึงในช่วงต่อไป&lt;br /&gt;3) ระบบปฏิบัติการหรือซอฟต์แวร์ที่ทำงานอยู่บนระบบมีช่องโหว่ (Vulnerbilities) พร้อมทั้งระบบมีการเชื่อมต่อกับเครือข่าย&lt;br /&gt;สำหรับสาเหตุในส่วนของการที่ระบบมีช่องโหว่นั้นยังไม่ค่อยเป็นที่เข้าใจและตระหนักถึงกันอย่างถ่องแท้มากนัก ในความเป็นจริง ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ที่ทำงานอยู่บนระบบมักจะมีช่องโหว่อยู่ทั้งสิ้น ซึ่งมักจะมีผู้ค้นพบช่องโหว่ใหม่ๆ ของระบบอยู่เรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ช่องโหว่ (vulnerbilities) มีความหมายคล้ายๆ กับ จุดบกพร่อง (Bugs) ของระบบ โดยรวมๆ ช่องโหว่หมายถึง การที่ระบบมีช่องทางให้ผู้โจมตีสามารถเข้ามาครอบครอง ควบคุมการทำงาน นำไวรัสคอมพิวเตอร์มาเรียกใช้งาน หรือ ทำการบางอย่างบนระบบได้ ในกรณีที่ท่านใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows ท่านสามารถตรวจสอบว่าระบบของท่านมีช่องโหว่อะไรบ้างได้โดยการเรียกใช้งาน Windows Update หรือ browse ไปที่ &lt;a href="http://windowsupdate.microsoft.com/"&gt;http://windowsupdate.microsoft.com/&lt;/a&gt; ท่านอาจพบว่าระบบของท่านมีช่องโหว่ที่ร้ายแรงมากมาย ซึ่งช่องโหว่เหล่านี้เป็นช่องทางให้ไวรัสคอมพิวเตอร์หรือผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้ามาในระบบของท่านผ่านเครือข่ายได้ การที่ระบบมีช่องโหว่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่า "อยู่ดีๆ ก็ติดไวรัส" นั่นเอง นอกจากนี้การใช้งานระบบปฏิบัติการหรือซอฟต์แวร์ในบางลักษณะก็ทำให้เกิดช่องโหว่ได้ เช่น การให้โปรแกรมเปิดอ่านอี-เมล์และไฟล์ที่แนบมาโดยอัตโนมัติ การอนุญาตให้บุคคลอื่นนำไฟล์มาติดตั้งบนระบบได้ (Full-Right File Sharing) เป็นต้น&lt;br /&gt;การแก้ไขระบบที่ติดไวรัสคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;การแก้ไขระบบที่ถูกไวรัสคอมพิวเตอร์คุกคามนั้นแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับไวรัสที่เข้ามาคุกคามระบบ ดังนั้นก่อนอื่นท่านจะต้องทราบก่อนว่าไวรัสอะไรเข้ามาอยู่บนระบบของท่าน ส่วนใหญ่ระบบที่ถูกไวรัสคอมพิวเตอร์คุกคามคือระบบที่ไม่มีการใช้งานโปรแกรม Anti-virus หรือมีการใช้งานโปรแกรม Anti-virus แต่ไม่ได้ทำการ update ฐานข้อมูลไวรัส ดังนั้นการจะทราบถึงว่าไวรัสอะไรอยู่ในระบบได้นั้น ท่านสามารถเลือกใช้วิธีการต่อไปนี้&lt;br /&gt;นำเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นที่มีซอฟต์แวร์ Anti-virus ติดตั้งอยู่และได้รับการ update ฐานข้อมูลไวรัสให้ทันสมัยและผ่านการตรวจสอบแล้วว่าระบบปราศจากไวรัสคอมพิวเตอร์ เข้ามาช่วยในการตรวจสอบว่าระบบของท่านถูกไวรัสอะไรคุกคาม (สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการตรวจสอบไวรัสโดยอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นด้วยการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทั้งสองเครื่องผ่านเครือข่าย (หรือการต่อสาย Cross) สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ เช่น ThaiCERT ฯ) ใช้บริการระบบตรวจหาไวรัสคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บ (ฟรี) เช่นที่ &lt;a href="http://housecall.trendmicro.com/housecall/"&gt;http://housecall.trendmicro.com/housecall/&lt;/a&gt; หรือ &lt;a href="http://www.pandasoftware.com/products/activescan/"&gt;http://www.pandasoftware.com/products/activescan/&lt;/a&gt; เป็นต้น จุดอ่อนของวิธีนี้คือการตรวจสอบอาจทำได้ไม่เร็วนักเนื่องจากความล่าช้าของเครือข่าย นอกจากนั้นระบบเหล่านี้อาจไม่ทำงานบนระบบของท่านที่มีซอฟต์แวร์ Anti-virus ยี่ห้ออื่นติดตั้งอยู่ และยิ่งไปกว่านั้น ไวรัสบางชนิดทำให้ระบบของท่านไม่สามารถใช้งานเครือข่ายได้เลย&lt;br /&gt;บางท่านอาจสงสัยว่าทำไมไม่ใช้วิธีติดตั้งซอฟต์แวร์ Anti-virus และ/หรือ update ฐานข้อมูลไวรัส และเรียกใช้งานโปรแกรมดังกล่าว เพื่อทำการตรวจหาไวรัสบนระบบของท่าน จุดอ่อนของวิธีนี้คือเมื่อระบบของท่านถูกไวรัสคุกคาม ไวรัสอาจทำการปิดกั้นหรือขัดขวางระบบทำให้ท่านไม่สามารถติดตั้งหรือเรียกใช้งานซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้ หรืออาจทำให้ซอฟต์แวร์ Anti-virus ทำงานขัดข้องหรือบกพร่องได้&lt;br /&gt;เมื่อทราบว่าระบบติดไวรัสชนิดใดแล้ว ให้ทำการจัดหาโปรแกรมสำหรับกำจัดไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวนั้นๆ (Fix Tool) มาใช้กำจัดไวรัสบนระบบของท่าน ซึ่งท่านสามารถ download โปรแกรม Fix Tool เหล่านี้มาใช้งานได้ฟรีจากเว็บไซต์ต่างๆ เช่น &lt;a href="http://securityresponse.symantec.com/avcenter/tools.list.html"&gt;http://securityresponse.symantec.com/avcenter/tools.list.html&lt;/a&gt; หรือ &lt;a href="http://www.pandasoftware.com/download/utilities/"&gt;http://www.pandasoftware.com/download/utilities/&lt;/a&gt; เป็นต้น ท่านอาจจะต้องทำให้ระบบปฏิบัติการของท่านทำงานใน Safe Mode (ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ) เพื่อที่จะให้โปรแกรม Fix Tool เหล่านี้ทำงานได้อย่างมีความถูกต้องสูงสุดเมื่อกำจัดไวรัสบนระบบของท่านหมดแล้ว ให้ทำการตรวจสอบว่าระบบปฏิบัติการของท่านมีช่องโหว่ที่ critical อยู่หรือไม่ ถ้ามี ให้ทำการแก้ไข ซึ่งการตรวจสอบและแก้ไข โดยปกติทำได้โดยการ browse ไปที่ &lt;a href="http://windowsupdate.microsoft.com/"&gt;http://windowsupdate.microsoft.com/&lt;/a&gt; เมื่อแก้ไขช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการเสร็จแล้ว ให้ทำการติดตั้งโปรแกรม Anti-virus และ/หรือ update ฐานข้อมูลไวรัสให้ทันสมัยที่สุด และเรียกใช้งานโปรแกรมดังกล่าวเพื่อทำการตรวจสอบระบบของท่านโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่งว่าปราศจากไวรัสคอมพิวเตอร์แล้ว&lt;br /&gt;โดยสรุปแล้ว ขั้นตอนคร่าวๆ ในการแก้ไขระบบที่ติดไวรัสคอมพิวเตอร์ คือ&lt;br /&gt;ตรวจสอบว่าระบบติดไวรัสอะไร โดยการใช้โปรแกรมสำหรับตรวจสอบไวรัสซึ่งอาจทำได้โดยการอาศัยเครื่องคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่งเข้ามาต่อพ่วงเพื่อช่วยในการตรวจสอบ หรืออาศัยระบบการตรวจสอบไวรัสคอมพิวเตอร์ผ่านทางเว็บ (Web-based virus scan engine) Download โปรแกรมสำหรับแก้ไขไวรัสที่ตรวจพบมาใช้กำจัดไวรัส อุดช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ Update ฐานข้อมูลไวรัสของโปรแกรม Anti-virus แล้วใช้โปรแกรมทำการตรวจหาไวรัสบนระบบอีกครั้ง การป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;ท่านควรปฏิบัติตามข้อแนะนำต่อไปนี้เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบของท่านถูกไวรัสคอมพิวเตอร์คุกคาม (ข้อควรปฏิบัติ 2 ประการแรก เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด)&lt;br /&gt;ติดตั้งโปรแกรม Anti-virus บนระบบของท่าน และ ทำการ update ฐานข้อมูลไวรัสของโปรแกรมอยู่เสมอ (เลือกใช้งาน feature การ update ฐานข้อมูลผ่านเครือข่ายโดยอัตโนมัติของโปรแกรม ถ้ามี) เรียกใช้งานโปรแกรมเพื่อตรวจสอบหาไวรัส ทุกครั้งก่อนเปิดไฟล์จากแผ่นหรือสื่อบันทึกข้อมูลต่างๆ เรียกใช้งานโปรแกรมเพื่อตรวจสอบหาไวรัส อย่างละเอียด บนเครื่องคอมพิวเตอร์ของท่าน อย่างสม่ำเสมอ เช่น 1 ครั้งต่อสัปดาห์หมายเหตุ: หากท่านไม่ต้องการที่จะเสียเงินซื้อซอฟต์แวร์ Anti-virus อย่างน้อยท่านควรจัดหาซอฟต์แวร์ Anti-virus ที่เป็น Freeware มาติดตั้งและใช้งาน ตัวอย่างของซอฟต์แวร์ฟรีดังกล่าว ได้แก่ Avast Anti-Virus Free Home-Edition (&lt;a href="http://www.avast.com/"&gt;http://www.avast.com&lt;/a&gt;) และ AVG Anti-Virus Free Edition (&lt;a href="http://free.grisoft.com/"&gt;http://free.grisoft.com&lt;/a&gt;) ตรวจสอบและอุดช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งท่านสามารถทำได้โดยการ browse ไปที่ &lt;a href="http://windowsupdate.microsoft.com/"&gt;http://windowsupdate.microsoft.com/&lt;/a&gt; และปฏิบัติตามขั้นตอนที่ระบุไว้บนเว็บไซต์ดังกล่าวเพื่อทำการตรวจสอบและแก้ไขช่องโหว่ที่ critical ของระบบ ปรับแต่งการทำงานของระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์บนระบบให้มีความปลอดภัยสูง เช่น ปรับแต่งไม่ให้โปรแกรมที่ใช้อ่านอี-เมล์เช่น Microsoft Outlook ทำการเปิดไฟล์ที่แนบมากับอี-เมล์ (attachment) อย่างอัตโนมัติ ปรับ Security Zone ของ Microsoft Internet Explorer ให้เป็น High Security โดยปรับแต่งที่ Internet Option ของโปรแกรม Internet Explorer ไม่ควรอนุญาตให้โปรแกรม Microsoft Office เรียกใช้งาน Macro เปิดใช้งานระบบ Firewall ที่ built-in อยู่บนระบบปฏิบัติการ MS Windows XP งดใช้ Feature การ share ไฟล์ผ่านเครือข่าย หากไม่มีความจำเป็น ใช้ความระมัดระวังในการเปิดอ่านอี-เมล์ และการเปิดไฟล์จากสื่อบันทึกข้อมูลต่าง ๆ หลีกเลี่ยงการเปิดอ่านอี-เมล์และไฟล์ที่แนบมากับอี-เมล์ จนกว่าจะรู้แหล่งที่มา หลีกเลี่ยงการเปิดอ่านอี-เมล์ที่มีหัวเรื่องที่เป็นข้อความจูงใจเช่น ภาพเด็ด รหัสผ่าน คุณถูกรางวัล เป็นต้น ตรวจสอบหาไวรัสบนสื่อบันทึกข้อมูล ทุกครั้งก่อนเรียกใช้งานไฟล์บนสื่อนั้นๆ ไม่ควรเปิดไฟล์ที่มีนามสกุลแปลกๆ เช่น .pif รวมทั้งไฟล์ที่มีนามสกุลซ้อนกันเช่น .jpg.exe, .gif.scr, .txt.exe เป็นต้น ไม่ใช้สื่อบันทึกข้อมูล ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา และหลีกเลี่ยงการใช่สื่อบันทึกข้อมูลร่วมกับบุคคลและระบบอื่นๆ ถือคติพจน์ว่า "ไม่ใช้แผ่นมั่ว ไม่ชัวร์อย่าเปิด" สำรองข้อมูลที่สำคัญบนระบบอยู่เสมอ ข้อนี้ไม่ได้เป็นการป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์แต่เป็นข้อควรปฏิบัติที่ท่านควรทำ เพราะไม่มีระบบใดที่ปลอดภัย 100 % วันดีคืนดี ระบบคอมพิวเตอร์ของท่านอาจเกิดการล่มและไม่สามารถกู้คืนมาได้ ซึ่งอาจมีสาเหตุได้หลากหลาย เช่น อุปกรณ์หรือสื่อบันทึกข้อมูลเกิดการชำรุด หรือระบบอาจถูกไวรัสที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-8374717083137300883?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/8374717083137300883/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=8374717083137300883' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/8374717083137300883'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/8374717083137300883'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2009/02/blog-post_15.html' title='สาระน่ารู้สู่ความปลอดภัยจากไวรัสคอมพิวเตอร์'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-2711184930466659849</id><published>2009-02-14T23:53:00.000-08:00</published><updated>2009-02-14T23:55:07.116-08:00</updated><title type='text'>พระเวสสันดร</title><content type='html'>กัณฑ์ทศพร   เมื่อครั้งอดีตกาลที่ล่วงมา นครสีพีรัฐบุรีนั้นมีพระราชาพระนามสีพีราช ทรงครองเมืองโดยทศพิธราชธรรม พระราชาทรงยกบัลลังก์ให้พระโอรสขึ้นเสวยราชย์แทน เมื่อเจริญวัยสมควรแล้ว พระราชโอรสมีพระนามว่า "สัญชัย" และได้อภิเษกกับพระนางผุสดี พระธิดาแห่งราชากรุงมัททราชพรจากภพสวรรค์แต่ปางก่อนนั้นผุสดีเทวีเสวยชาติเป็นอัครมเหสีของพระอินทร์ เมื่อจะสิ้นพระชนมายุจึงขอกัณฑ์ทศพรจากพระอินทร์ได้ ๑๐ ข้อ ทั้งยังเคยโปรยผงจันทร์แดงถวายพระวิปัสสีพุทธเจ้า และอธิฐานให้ได้เกิดเป็นมารดาพระพุทธเจ้าด้วย พร ๑๐ ข้อนั้นมีดังนี้ ๑. ขอให้เกิดในกรุงมัททราช แคว้นสีพี    ๒. ขอให้มีดวงเนตรคมงามและดำขลับดั่งลูกเนื้อทราย   ๓. ขอให้คิ้วคมขำดั่งสร้อยคอนกยูง  ๔. ขอให้ได้นาม "ผุสดี" ดังภพเดิม  ๕. ขอให้มีพระโอรสเกริกเกียรติที่สุดในชมพูทวีป๖. ขอให้พระครรภ์งาม ไม่ป่องนูนดั่งสตรีสามัญ   ๗. ขอให้พระถันเปล่งปลั่งงดงามไม่ยานคล้อยลง๘. ขอให้เส้นพระเกศาดำขลับตลอดชาติ  ๙. ขอให้ผิดพรรณละเอียดบริสุทธิ์ดุจทองคำธรรมชาติ๑๐. ขอให้ได้ปลดปล่อยนักโทษที่ต้องอาญาประหารได้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัณฑ์หิมพานต์  ได้มาเกิดเป็นอัครชายา ของพระราชาแคว้นสีพีรัฐสมดั่งคำพระอินทร์นั้น พระนางยังมีพระสิริโฉมงดงามตามคำพรอีกด้วย ครั้งเมื่อทรงพระครรภ์ครบ ๑๐ เดือน พระอินทร์ก็ทูลอาราธนาพระโพธิสัตว์มาจุติในครรภ์พระนาง ประสูติพระกุมาร   วันหนึ่งพระนางผุสดีทรงทูลขอพระราชาประพาสพระนคร เมื่อขึ้นสีวิกาเสลี่ยงทองเสด็จสัญจร ไปถึงตรอกทางของเหล่าพ่อค้าก็เกิดปวดพระครรภ์ และทรงประสูติพระราชาโอรสกลางตรอกนั้น พระราชกุมารจึงได้พระนามว่า "เวสสันดร" ในวันที่พระราชกุมารทรงประสูติ พญาช้างฉัททันต์ได้นำลูกช้างเผือกเข้ามาในโรงช้างต้น ช้างเผือกคู่เผือกคู่บารมีนั้นมีนามว่า "ปัจจัยนาเคนทร์" พระราชกุมารเวสสันดร ทรงบริจาคทานตั้งแต่ ๔-๕ ชันษา ทรงปลดปิ่นทองคำ และเครื่องประดับเงินทองแก้วเพชรให้แก่นางสนมกำนัลทั่วทุกคนถึง ๙ ครั้ง เพื่อมุ่งหวังพระโพธิญาณภายภาคหน้า เมื่อทรงเจริญชันษาได้ ๙ ปี ก็ทรงตั้งจิตอธิษฐานว่าจะบริจาคเลือดเนื้อ และดวงหทัยเพื่อมุ่งพระโพธิญาณในกาลข้างหน้าอย่างแน่วแน่ ครั้นถึงวัย ๑๖ พรรษา ก็แตกฉานในศิลปวิทยา ๑๘ แขนง ทรงได้ขึ้นครองราชย์และอภิเษกกับพระนางมัทรี และมีพระโอรสกับพระธิดาพระนามว่า "ชาลีกุมาร" และ "กัณหากุมารี" อันหมายถึงห่วงทองบริสุทธิ์ เวลาต่อมาเมืองกลิงครัฐเกิดกลียุค ฝนแล้งผิดฤดูกาลข้าวยากหมากแพงเป็นที่ยากเข็ญทุกข์ร้อนไปทั่ว ชาวนครมาชุมนุมร้องทุกข์หน้าวังกันแน่นขนัด พระเจ้ากลิงคราชจึงทรงถือศีล ๗ วัน เพื่อขอบุญกุศลช่วย ทว่าฝนฟ้าก็ยังแล้งหนัก อำมาตย์จึงทูลให้ทรงขอช้างเผือกแก้วปัจจัยนาเคนทร์ของพระเวสสันดร ด้วยว่าพระเวสสันดรกษัตริย์สีพีรัฐนั้นขี่ช้างคู่บารมีไปหนใด ก็มีฝนโปรยปรายชุ่มชื้นไปทั่วแคว้น พระเจ้ากลิงคราชจึงส่ง ๘ พราหมณ์ไปทูลขอช้างแก้วจากพระเวสสันดร เมื่อได้ช้างแก้วจากพระเวสสันดรแล้ว พราหมณ์ก็ขี่ช้างออกจากกรุง บรรดาชาวนครเห็นช้างพระราชาก็กรูกันเข้าล้อม และตะโกนด่าทอจะทำร้ายพราหมณ์ทั้ง ๘ คน แต่พราหมณ์ตวาดตอบว่า พระเวสสันดรพระราชทานช้างให้พวกตนแล้ว  เมื่อพราหมณ์นำช้างแก้วไปถึงเมือง ฝนฟ้าก็โปรยปรายลงมาเป็นที่ยินดีทั้งแคว้น   แต่ในกรุงสีพีนั้นกลับอลหม่าน มหาชนต่างมาชุมนุมที่หน้าพระลานร้องทุกข์พระเจ้ากรุงสัญชัยว่า พระเวสสันดรยกพระยาคชสารคู่บ้านเมืองให้คนอื่น ผิดราชประเพณี เกรงว่าอีกต่อไปภายหน้าอาจยกเมืองให้คนอื่นก็ได้ ขอให้เนรเทศพระเวสสันดรออกจากนครเถิด&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัณฑ์ทานกัณฑ์  พระเจ้ากรุงสัญชัยจำต้องเนรเทศพระราชโอรสด้วยเสียพระทัยนักพระนางผุสดีทูลขออภัยโทษก็มิเป็นผลสำเร็จ พระเวสสันดรทูลลาพระมารดาพระบิดา และขอบริจาคทานให้พิธีสัตตสตกมหาทาน คือ ช้าง ม้า โคนม รถม้า ทาสและทาสี อย่างละ ๗๐๐ บริจาคให้คนทั่วไป สัตตสตกมหาทานนั้น คือ  ช้าง ๗๐๐ เชือก ม้า ๗๐๐ ตัว  โคนม ๗๐๐ ตัว  รถม้า ๗๐๐ คัน   นารี ๗๐๐ นาง ทาส ๗๐๐ คน  ทาสี ๗๐๐ คน  ผ้าอาภรณ์ ๗๐๐ ชิ้น  เสด็จออกจากนครพระนางมัทรีพาพระโอรสและพระธิดาตามเสด็จออกป่าด้วย มิทรงยอมอยู่ในวังแม้พระเวสสันดรจะยับยั้งห้ามปราม มิให้มาตกระกำลำบากด้วยกันในป่า ระหว่างทางที่เสด็จขึ้นราชรถทองไปนั้น มีพราหมณ์วิ่งมาทูลขอม้าบ้าง ขอราชรถบ้าง พระเวสสันดรก็ยกให้ทั้งสิ้น ในที่สุดจึงต้องทรงอุ้มพระโอรสและพระธิดาเสด็จเข้าป่าไป&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัณฑ์วนปเวสน์   เมื่อเสด็จด้วยพระบาทถึงเมืองเจตรัฐพระราชาเสด็จมาต้อนรับและทูลเชิญให้ครองเมืองเจตรัฐนั้น แต่พระเวสสันดรขอไปบำเพ็ญเพียรในป่า กษัตริย์เจตรัฐจึงรับสั่งให้เจตบุตรคอยอารักขาในป่า และถวายน้ำผึ้งและเนื้อให้พระเวสสันดรด้วย   เมื่อพระเวสสันดรเดินทางมาถึงเขาวงกต พระนางมัทรีและชาลีกุมาร กัณหากุมารีต่างก็เหน็ดเหนื่อยสะอื้นไห้ด้วยความลำบากยากเข็ญ พระเวสสันดรจึงทรงเปลี่ยนเครื่องทรงเป็นนุ่งห่มของนักบวช พระนางมัทรีก็ทรงบวชเป็นดาบสินี บำเพ็ญศีลกันในป่าอยู่ที่อาศรม พระนางมัทรีต้องปัดกวาดอาศรมทุกวันแล้วก็หาผลไม้ในป่า ตักน้ำมาเตรียมไว้   ในป่านั้นอุดมด้วยผลไม้นานาชาติ มีสระโบกขรณีน้ำสะอาดใสไหลเย็น มีพฤกษาร่มรื่นและมีดอกไม้หอมหวลทั่วทั้งป่าราวกับวิมานทิพย์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัณฑ์ชูชก ชูชก ขอทานเฒ่าอีกด้านหนึ่งนั้น พราหมณ์นาม "ชูชก" ได้เที่ยวขอทานเก็บเงินได้ถึง ๑๐๐ กษาปณ์ จึงนำเงินไปฝากเพื่อนไว้พลางคุยอวดเศรษฐีอย่างปีตินัก จากนั้นก็ออกเดินทางตระเวนขอเงินสืบไป ส่วนพราหมณ์ผัวเมียเก็บเงินไว้นานแล้ว เห็นว่าชูชกไม่มาเอาสักที คิดว่าชูชกคงจะตายไปแล้ว จึงชวนกันนำเงินนั้นออกมาใช้จ่ายเสียจนหมดทั้งสิ้น   ครั้นชูชกหวนกลับมาทวงเอาเงิน สองผัวเมียก็ตกใจงันงกมิรู้จะทำประการใด ด้วยความที่กลัวชูชกจะเอาความ จึงตกลงจะยกนางอมิตดาลูกสาวให้แก่ชูชกแทนเงินที่ใช้หมดไป นางอมิตดามีรูปงามและวัยสาว ส่วนชูชกนั้นเฒ่าชราและมีรูปลักษณ์อุบาทว์อัปลักษณ์ยิ่งนัก   เมื่อชูชกพานางอมิตดาไปอยู่กินด้วยกันที่หมู่บ้านทุนวิฐ พวกเมียพราหมณ์บ้านอื่นต่างพากันริษยาอิจฉานางอมิตดา พราหมณ์ทั้งหมู่บ้านก็ชื่นชมนางอมิตดาจนมาทุบตีเมียตนกันทุกวัน ด้วยเพราะนางอมิตดานั้นเป็นบุตรกตัญญู เมื่อมาอยู่กับชูชกก็ปรนนิบัติรับใช้ทุกประการมิให้ขาดตกบกพร่อง วาจาก็ไพเราะมิเคยขึ้นเสียงเหล่าเมียของพราหมณ์จึงมาดักนางอมิตดาที่ท่าน้ำ รุมด่าว่านางอมิตดาที่มาเป็นเมียชูชกน่าเกลียดตัวเหม็นน่าขยะแขยง ยอมรับใช้ตาเฒ่าทุกอย่างน่าสมเพช นางอมิตดาถูกรุมด่าก็หิ้วหม้อน้ำร้องไห้กลับบ้าน บอกแก่ชูชกว่าจะไม่ไปตักน้ำและไม่ทำงานบ้านอีกแล้ว ขอให้ชูชกไปทูลขอกัณหาชาลี จากพระเวสสันดรมาช่วยงานบ้านก็แล้วกัน   ด้วยความรักภรรยา เฒ่าชูชกจึงเตรียมข้าวตู และถั่วงาใส่ย่ามออกเดินทางไปยังเขาวงกตทันที   ในระหว่างเดินทาง ตาเฒ่าชูชกแวะเวียนถามชาวบ้านว่า พระเวสสันดรเสด็จประทับอยู่ ณ ที่แห่งใด   พวกชาวบ้านต่างก็ขว้างอิฐหินเข้าใส่ขอทานเฒ่า แล้วขับไล่ด้วยถ้อยคำหยาบคายต่าง ๆ ว่าเป็นไอ้พวกจัญไร มักขอเอาทุกอย่างจนพระเวสสันดรตกระกำลำบาก   เฒ่าชูชกเดินดุ่มเข้าป่าไปเจอสุนัขของเจตบุตรที่อารักขาป่า สุนัขต่างวิ่งกรูเข้าไล่กัดขอทานเฒ่า จนต้องวิ่งขึ้นต้นไม้ด้วยตกใจเสียขวัญ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัณฑ์จุลพน  พรานเจตบุตรผู้มีรูปร่างกำยำไว้หนวดแดงหน้าตาถมึงทึง ก็ถือหน้าไม้อาบยาพิษมาหาชูชกหมายจะฆ่าให้ตาย ตามคำสั่งกษัตริย์เจตรัฐ   เฒ่าชูชกเจ้าเล่ห์คิดอุบายเอาตัวรอดจึงตัวสั่นงันงกรีบร้องว่า ตนเองเป็นราชทูตของพระราชา มาทูลเชิญเสด็จพระเวสสันดรกลับวัง เพราะพระราชาทรงอภัยโทษแล้ว พรานเจตบุตรได้ยินก็ดีใจจึงเชื่อคำเท็จนั้น จึงจัดเสบียงเพิ่มให้ชูชกและชี้ทางให้อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัณฑ์มหาพน   เฒ่าชูชกเดินทางไปกลางป่า พบฤาษีอัตจุตก็เล่าความเท็จอีก ฤาษีจึงยอมชี้ทางไปอาศรมของพระเวสสันดร เมื่อไปถึงเป็นเวลาพลบค่ำ เฒ่าชูชกก็ซ่อนตัวบนชะง่อนเขาด้วยคิดว่า ต้องรอรุ่งเช้าให้พระนางมัทรีออกไปหาผลไม้ เพราะนางคงไม่ยอมยกลูกให้ใครแน่&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัณฑ์กุมาร   เคราะห์ร้ายมาถึงและในคืนนั้นเอง พระนางมัทรีทรงสุบินร้ายว่า มีบุรุษผิวดำร่างสูงใหญ่นุ่งผ้าย้อมฝาด สองหูทัดดอกไม้แดง มือถือดาบใหญ่ ตรงเข้าจิกพระเกศาแล้วแทงดาบใส่ดวงพระเนตร ควักดวงตาออกไปทั้งสองข้าง จากนั้นกรีดพระอุระควักเอาพระทัยไปทั้งดวง   พระนางร้องลั่นสะดุ้งตื่นบรรทมพระวรกายสั่นสะท้าย รีบไปหาพระเวสสันดรเพื่อจะให้ทำนายฝัน แต่เมื่อเข้าไปในอาศรมพระเวสสันดรก็ตรงตรัสว่า "น้องหญิงจงเล่าความอยู่ที่ข้างนอกเถิด" พระนางมัทรีทรงทูลเล่าพระสุบินนั้นพระทัยสั่น พระเวสสันดรทรงทราบว่าจะเกิดอะไรขึ้นในรุ่งเช้า แต่ทรงตรัสแก่พระนางว่าเป็นความตรากตรำลำบาก จึงทำให้เกิดธาตุวิปริตดังนี้   เมื่อรุ่งเช้าพระนางมัทรีมีลางสังหรณ์ไม่อยากเสด็จเข้าป่า จึงตรัสสั่งพระโอรสและธิดาให้อยู่ใกล้ ๆ เสด็จพ่อ ครั้นพระนางมัทรีไปแล้ว เฒ่าชูชกจึงรีบเข้าไปยังบริเวณอาศรมทันที   เมื่อพระกุมารชาลีเข้าไปถามต้อนรับ ชูชกสังเกตรู้ว่าพระกุมารเป็นเด็กฉลาด จึงทรงร้องตวาดไล่ไปด้วยหวังจะข่มให้กลัวแล้วหนีไป แล้วเฒ่าชูชกก็เข้าเฝ้าพระเวสสันดร พยายามอ้างถึงความลำบากยากเข็ญนานาประการ ในการเดินทางฝ่าอันตรายมาถึงป่านี้ ก็เพื่อขอปิยบุตรไปช่วยงานที่บ้าน เนื่องจากตนจนยากไม่มีเงินซื้อทาสได้ พระเวสสันดรทรงตรัสอนุญาต ชาลีกุมารแอบได้ยินจึงพาน้องสาวไปซ่อนที่ใต้ใบบัวข้างสระน้ำเฒ่าชูชกเห็นเด็กทั้งสองหายไป ก็แกล้งติเตียนตัดพ้อพระเวสสันดรด้วยคำบริภาษว่า "ไหนล่ะที่พระองค์บริจาคทาน ปากยกให้แต่ไหนละเด็กร้ายทั้งสองคงจะคิดหนีไปแล้ว พระองค์มิได้มีจิตบริจาคทานตามที่ลั่นสัจจะไว้เลย" เมื่อสดับดังนั้น พระเวสสันดรจึงทรงเสด็จออกตามหาทั่วบริเวณชาลีราชกุมารมิอยากให้พระราชบิดาออกร้องเรียกนานไป จึงจูงน้องออกมา พระเวสสันดรขอให้กัณหา ชาลี ติดตามเฒ่าชูชกไปเถิด แต่ให้รอร่ำลาพระนางมัทรีก่อน เฒ่าชูชกไม่ยอมฟัง รีบหาเชือกเถาวัลย์มาผูกมัดพระโอรสพระธิดา แล้วเอาหวายเฆี่ยนตีต่อหน้าพระเวสสันดร พลางฉุดกระชากลากไปอย่างโหดเหี้ยม   กัณหา ชาลี ถูกตีรุนแรงก็ร่ำไห้หาพระบิดาพระมารดา พระเวสสันดรทรงกันแสง แต่ก็ตั้งมั่นในสัจจะที่พระองค์ตั้งจิตไว้ ก่อนไปนั้นชูชกว่า ถ้าจะไถ่ตัวกันหาชาลีได้ต้องให้ ทาส ทาสี ช้าง ม้า โคนม ทองคำ สิ่งละ ๑๐๐ แก่ชูชก ครั้นเมื่อเฒ่าร้ายนำตัวพระกุมารและกุมารีไปแล้ว ก็ให้เกิดอัศจรรย์ดินฟ้าวิปโยคครืนครั่น ฟ้าผ่าน่าสะพรึงกลัวไปทั่วป่าหิมพานต์&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัณฑ์มัทรี  รุ่งเช้าพระนางมัทรี เข้าป่าหาผลไม้ "เกิดเหตุแปลกประหลาดมหัศจรรย์ ผลไม้เผือกมันช่างหายากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงมัน ลูกจันทน์ ลิ้นจี่ น้อยหน่า สาลี่ ละมุด พุทรา ไม่มีให้เก็บเหมือนดังกับวันก่อน นางรีบย้อนกลับเคหา ก็เกิดพายุใหญ่ จนมืดครึ้มไปทั่วทั้งป่า ท้องฟ้าสีแดงปานเลือดละเลง ทั้งแปดทิศปรากฎมืดมนไปหมดอย่างไม่เคยมี พระนางทรงห่วงหน้าพะวงหลัง เกรงจะมีภัยแต่พระเวสสันดรา กัณหาและชาลีพระนางมัทรีรีบยกหาบใส่บ่ารีบเดินทาง พอถึงช่องแคบระหว่างเขาคีรี เป็นตรอกน้อยรอยวิถีทางที่เฉพาะจะต้องเสด็จผ่าน ก็พบกับสองเสือสามสัตว์มานอนสกัดหน้า เทวดาสามองค์แปลงร่างเป็นราชสีห์ เสือเหลือง เสือโคร่งสกัดทางนางไว้เพื่อมิให้พระนางมัทรีติดตามกัณหา ชาลีได้ทัน แต่ถึงกระนั้น เมื่อยามทุกข์เข้าบีบคั้น ความรักลูก ความห่วงพระภัสดา พระนางจึงก้มกราบวิงวอน ขอหนทางต่อพญาสัตว์ทั้งสาม เมื่อได้หนทางแล้ว พระนางก็รีบเสด็จกลับอาศรมเมื่อมาถึงอาศรม ไม่พบกัณหา ชาลี พระนางก็ร้องเรียกหาว่า"ชาลี กัณหา แม่มาถึงแล้ว เหตุไฉนไยพระลูกแก้ว จึงไม่มารับเล่าหลากแก่ใจ แต่ก่อนร่อนชะไรสิพร้อมเพรียง เจ้าเคยวิ่งระรี่เรียงเคียงแข่งกันมารับพระมารดา เคยแย้มสรวลสำรวจร่า ระรื่นเริงรีบรับเอาขอคาน แล้วก็พากันกราบกรานพระชนนี พ่อชาลี ก็จะรับเอาผลไม้ แม่กัณหาก็จะอ้อนวอนไหว้จะเสวยนม ผทมเหนือพระเพลาพลาง เจ้าเคยฉอเลาะแม่ต่าง ๆ ตามประสาทารกเจริญใจฯ"  บัดนี้ลูกรักทั้งคู่ไปไหนเสีย จึงมิมารับแม่เล่า ครั้นเข้าไปถามพระเวสสันดรก็ถูกตัดพ้อต่อว่าต่าง ๆ จนพระนางมัทรีถึงวิสัญญีภาพสลบลง พระเวสสันดรทรงปฐมพยาบาลจนพระนางมัทรีฟื้น แล้วจึงแจ้งความจริงว่า พระองค์ได้ทรงยกลูกรักชายหญิงทั้งสอง มอบให้แก่ชูชกไปแล้วตั้งแต่เมื่อวาน พระนางก็อนุโมทนาซึ่งทานนั้นด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัณฑ์สักกบรรพ  ขณะนั้นท้าวสหัสนัยบนสวรรค์ เกรงว่าจะมีชายโฉดมาทูลขอพระนางมัทรี จึงจำแลงกายเป็นนักบวชชรามาทูลขอพระนาง พระเวสสันดรทรงยินดีบริจาคทานให้ แต่นักบวชชราเมื่อได้รับแล้วก็ไม่เอาไป กลับถวายคืนแก่พระเวสสันดร โดยห้ามพระองค์ประทานนางแก่ผู้ใดอีก องค์อินทร์ประสาทพรก่อนกลับได้ประสาทพรให้พระเวสสันดร ๘ ประการ คือ  ๑. ให้ทรงได้รับอภัยโทษ ๒. ให้ทรงช่วยคนถูกฆ่าได้   ๓. ให้ไพร่ฟ้าได้พึ่งพา   ๔. ให้มั่นคงในมเหสี ไม่ลุ่มหลงสตรีอื่น   ๕. ให้ได้สืบสันติวงศ์ ๖. ให้มีสิ่งของบริจาคทานมิสิ้น   ๗. ให้มีอาหารทิพย์พอเพียงทุกรุ่งเช้า   ๘. ให้ได้สำเร็จพระโพธิญาณ แล้วท้าวสหัสนัยก็เนรมิตรร่างเป็นพระอินทร์เหาะขึ้นฟ้าไปทันที&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัณฑ์มหาราช   ด้านชูชกเฒ่านั้นฉุดลากสองกุมารน้อยไปพลางทุบตีไปพลาง ด้วยหวังจะกลับไปหาภรรยาโดยเร็ว เมื่อถึงทางแยกเข้าเมืองกลิงคราฐ เทพยดาก็ดลบันดาลให้ชูชกเดินเข้ามาในเมืองสีพีรัฐ พระเจ้ากรุงสัญชัยก็ได้ทรงสุบินประหลาดว่า มีชายอัปลักษณ์นำดอกบัวตูมและดอกบัวบานมาถวายให้ พระองค์รับมาทัดที่พระกรรณแล้วก็ทรงตื่นบรรทม เหล่าโหรก็ถวายคำทำนายว่า พระราชวงศ์ที่จากพลัดไปจะเสด็จคืนวัง วันรุ่งขึ้นนั้นเฒ่าชูชกจูงกุมารน้อยผ่านหน้าพระลาน พระราชาทรงเฉลียวพระทัย จึงให้เรียกตัวเฒ่าอัปลักษณ์และกุมารน้อย มอมแมมแต่ผิวพรรณเปล่งปลั่งนั้นเข้ามาเฝ้า เมื่อพระราชาสอบถาม ชูชกก็กราบทูลว่าได้รับบริจาคมามิได้ไปฉุดคร่ามาที่ใด   พระราชาจึงทรงรู้ว่า ๒ กุมารน้อยนั้นเป็นหลานของพระองค์ จึงทรงไถ่ตัวหลานและพระราชทานรางวัลให้แก่ชูชกมากมาย ทั้งยังจัดอาหารคาวหวานชั้นเลิศมาให้แก่ชูชกอีกด้วย  ขอทานเฒ่าไม่เคยเห็นอาหารชั้นดี มีความโลภจะกินให้หมด จึงกินเข้าไปไม่หยุดจนกระทั่งท้องแตกตายไป พระราชาเจ้ากรุงสัญชัยทรงจัดพิธีเวียนเทียนบายศรี สมโภชรับขวัญหลานเป็นที่ยิ่งใหญ่สมเกียรติ ครั้นแล้วก็ทรงถามถึงพระนางมัทรีและพระเวสสันดร ที่จากไปนานเป็นเวลา ๑ ปี ๑๕ วันแล้ว   "พระมารดาทรงลำบากเหลือแสนพระเจ้าข้า" ชาลีราชกุมารทูลพระราชาด้วยสุระเสียงกำสรดยิ่งนัก   เสด็จคืนเวียงวังพระราชาจึงทรงให้จัดขบวนแต่งกองเกียรติยศ ยกออกนครไปรับพระเวสสันดร กลับสู่เวียงวังด้วยทรงคิดถึงราชบุตรและสำนึกผิดแล้ว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัณฑ์ฉกกษัตริย์   การเสด็จพระราชดำเนินของพระเจ้ากรุงสัญชัยและจตุรงคเสนาเป็นขบวนเสด็จ จากรุงเชตุดรนครหลวง ถึงเขาวงกตเป็นระยะทาง ๖๐ โยชน์ เท่ากับ ๙๖๐ กิโลเมตร กษัตริย์ทั้ง ๖ พระองค์ได้มาพบกันด้วยในกลางป่า โดยมิได้คาดฝัน จึงได้ร่วมเดินทางไปยังเขาวงกตพร้อมกันกองขบวนเกียรติยศ พร้อมมโหรีและไพร่พล ก็เคลื่อนสู่ป่าด้วยเสียงอันกึกก้องลั่นป่า พระเวสสันดรเข้าพระทัยว่า กองในพระราชวังคงจะมาประหารพระองค์ จึงทรงพาพระนางมัทรีไปหลบซ่อนในพุ่มไม้ ครั้นพระเจ้ากรุงสัญชัยบอกความให้ทราบ พระนางมัทรีก็ออกมาถวายบังคม ต่างก็ร่ำไห้ด้วยสลดใจกันถ้วนทั่วในเคราะห์กรรมนี้ แม้บรรดาเสนาอำมาตย์และนางกำนัลต่างก็ร้องไห้กันทั่ว   พระราชาตรัสให้พระเวสสันดรลาผนวชกลับคืนสู่เวียงวัง พระนางผุสดีก็ขอให้พระนางมัทรีคืนสู่พระราชวังเถิด พระนางมัทรีได้แต่กันแสงสวมกอดกัณหาพระธิดา และพระโอรสชาลีไว้แนบอกด้วยทรงคิดถึงยิ่ง บริเวณป่าเต็มไปด้วยเสียงคร่ำครวญระงมจนหมดสติไปทั้งสิ้น   พระอินทร์บนสรวงสวรรค์เล็งทิพยเนตรเห็นดังนั้น จึงทรงบันดาลสายฝนให้โปรยปรายเป็นอัศจรรย์ ในป่าชุ่มชื้นด้วยในโบกขรพรรษที่มิสาดให้ผู้ใดเปียกปอน บรรดาพระราชวงศ์ก็ทรงฟื้นขึ้นมาด้วยความแช่มชื่นปราโมทย์ หลังจากนั้นได้ขอลุแก่โทษและทูลอาราธนาให้พระเวสสันดรทรงลาผนวช&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;กัณฑ์นครกัณฑ์  เมื่อทรงลาผนวชแล้ว ทรงสั่งลาพระอาศรม รับเครื่องทรงกษัตริย์ แล้วเสด็จกลับไปครองเมืองสีพี  พระเวสสันดรเสด็จขึ้นครองราชย์ครองแผ่นดิน ทำให้ไพร่ฟ้าเสนาอำมาตย์มีสุขสงบกันทั่วทั้งแคว้น ชาวเมืองต่างก็หมั่นถือศีลบำเพ็ญกุศลตามสัตย์อธิษฐานของพระเวสสันดร กษัตริย์เมืองกลิงคราฐก็นำช้างปัจจัยนาเคนทร์มาถวายคืน เพราะบ้านเมืองมีฝนตกต้องตามฤดูกาลแล้ว พระเวสสันดรก็ทรงอยู่ในทศพิธราชธรรม และยังคงทรงบริจาคทาน จนพระชนมายุได้ ๑๒๐ พรรษาจึงสวรรคตแล้วไปปรากฎอุบัติเป็นท้าวสันดุสิตเทพบุตร บนสวรรค์ชั้นดุสิตรวมระยะเวลาที่พระเวสสันดร มัทรี ชาลี กัณหา ต้องนิราศจากพระนครไปอยู่ป่า เป็นเวลา ๑ ปี ๑๕ วัน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-2711184930466659849?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/2711184930466659849/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=2711184930466659849' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/2711184930466659849'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/2711184930466659849'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2009/02/blog-post.html' title='พระเวสสันดร'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-4362351179331498418</id><published>2009-02-14T23:32:00.000-08:00</published><updated>2009-02-14T23:38:57.509-08:00</updated><title type='text'>ครบรอบ1อาทิตย์</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;ครบรอบ1อาทิตย์ คอนเสิร์ต sm town live'08 in bangkok&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;อยากไปอีกจัง แต่ตั้งใจว่าจะก็บตัวไปคอนคราวหน้า &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;ไม่ m net ก้อรอไปคอน sj เลยแต่ไม่แน่ใจว่าจะมีเมื่อรัยอ่ะ&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;คราวนี้จะเอาบัตรแพงที่สุดเลยคอยดู &lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;.&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;.&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;.&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;.&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;.&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;Fighting!!!&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-4362351179331498418?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/4362351179331498418/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=4362351179331498418' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/4362351179331498418'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/4362351179331498418'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2009/02/1.html' title='ครบรอบ1อาทิตย์'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-8044678937711870895</id><published>2009-02-03T23:53:00.000-08:00</published><updated>2009-02-03T23:55:35.637-08:00</updated><title type='text'>ประวัติรัชกาลที่ 8</title><content type='html'>รัชกาลที่ 8&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.oknation.net/blog/pilotnut/2008/01/15/entry-8"&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลฯ พระอัฐมรามาธิบดินทร &lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;               &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลฯ พระอัฐมรามาธิบดินทร (&lt;a title="20 กันยายน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/20_à¸à¸±à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸"&gt;20 กันยายน&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2468" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2468"&gt;พ.ศ. 2468&lt;/a&gt;- &lt;a title="9 มิถุนายน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/9_à¸¡à¸´à¸–à¸¸à¸à¸²à¸¢à¸"&gt;9 มิถุนายน&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2489" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2489"&gt;พ.ศ. 2489&lt;/a&gt;) พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลู ณ เมืองไฮเตลเบิร์ก &lt;a title="ประเทศเยอรมนี" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¹€à¸—à¸¨à¹€à¸¢à¸&amp;shy;à¸£à¸¡à¸à¸µ"&gt;ประเทศเยอรมนี&lt;/a&gt; ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 ทรงเป็นพระโอรสของ&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸ªà¸¡à¹€à¸"&gt;สมเด็จพระเจ้าพี่ยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์&lt;/a&gt; (ภายหลังดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) และ&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸ªà¸¡à¹€à¸"&gt;พระราชชนนีศรีสังวาลย์&lt;/a&gt; (ภายหลังดำรงพระยศเป็น "สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี") ทรงมีพระพี่นางและพระเจ้าน้องยาเธอร่วมพระชนกชนนีอีก 2 พระองค์ ได้แก่ &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸ªà¸¡à¹€à¸"&gt;สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์&lt;/a&gt; และ&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸ªà¸¡à¹€à¸"&gt;สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช&lt;/a&gt; (ภายหลังทรงขึ้นครองราชสมบัติเป็น&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸à¸²à¸—à¸ªà¸¡à¹€à¸"&gt;พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช&lt;/a&gt;)&lt;br /&gt;                พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล เสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 8 แห่ง&lt;a title="ราชจักรีวงศ์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸£à¸²à¸à¸à¸±à¸à¸£à¸µà¸§à¸à¸¨à¹"&gt;ราชจักรีวงศ์&lt;/a&gt; เมื่อวันที่ &lt;a title="2 มีนาคม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/2_à¸¡à¸µà¸à¸²à¸à¸¡"&gt;2 มีนาคม&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2477" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2477"&gt;พ.ศ. 2477&lt;/a&gt; ขณะที่มีพระชนมายุเพียง 8 พรรษาและประทับอยู่ที่&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¹€à¸—à¸¨à¸ªà¸§à¸´à¸•à¹€à¸à¸&amp;shy;à¸£à¹à¹à¸¥à¸à¸"&gt;ประเทศสวิตเซอร์แลนด์&lt;/a&gt; ดังนั้น จึงมีการแต่งตั้ง&lt;a title="ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸¹à¹à¸ªà¸³à¹€à¸£à¹à¸à¸£à¸²à¸à¸à¸²à¸£à¹à¸—à¸à¸à¸£à¸°à¸&amp;shy;à¸à¸à¹#.E0.B8.9C.E0.B8.B9.E0.B9.89.E0.B8.AA.E0.B8.B3.E0.B9.80.E0.B8.A3.E0.B9.87.E0.B8.88.E0.B8.A3.E0.B8.B2.E0.B8.8A.E0.B8.81.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B9.81.E0.B8.97.E0.B8.99.E0.B8.9E.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.84.E0.B9.8C.E0.B9.83.E0.B8.99.E0.B8.A3.E0"&gt;คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์&lt;/a&gt;เพื่อทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่าพระองค์จะทรงบรรลุนิติภาวะ&lt;br /&gt;                พระองค์เสด็จนิวัติพระนครครั้งแรกภายหลังทรงราชย์เมื่อวันที่ &lt;a title="15 พฤศจิกายน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/15_à¸à¸¤à¸¨à¸à¸´à¸à¸²à¸¢à¸"&gt;15 พฤศจิกายน&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2481" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2481"&gt;พ.ศ. 2481&lt;/a&gt; และครั้งที่สองเมื่อวันที่ &lt;a title="5 ธันวาคม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/5_à¸à¸±à¸à¸§à¸²à¸à¸¡"&gt;5 ธันวาคม&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2488" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2488"&gt;พ.ศ. 2488&lt;/a&gt; ระหว่างกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินกลับไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เพียง 4 วัน พระองค์เสด็จสวรรคตด้วยทรงต้องพระแสงปืนเมื่อวันที่ &lt;a title="9 มิถุนายน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/9_à¸¡à¸´à¸–à¸¸à¸à¸²à¸¢à¸"&gt;9 มิถุนายน&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2489" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2489"&gt;พ.ศ. 2489&lt;/a&gt; ณ ห้องพระบรรทม &lt;a title="พระที่นั่งบรมพิมาน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸—à¸µà¹à¸à¸±à¹à¸à¸à¸£à¸¡à¸à¸´à¸¡à¸²à¸"&gt;พระที่นั่งบรมพิมาน&lt;/a&gt; ภายใน&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸à¸£à¸¡à¸¡à¸"&gt;พระบรมมหาราชวัง&lt;/a&gt; รวมระยะเวลาที่ทรงครองสิริราชสมบัติทั้งสิ้น 12 ปี&lt;br /&gt;                พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร ทรงเป็นพระโอรสของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระราชสมภพเมื่อวันอาทิตย์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลู ตรงกับวันที่ &lt;a title="20 กันยายน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/20_à¸à¸±à¸à¸¢à¸²à¸¢à¸"&gt;20 กันยายน&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2468" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2468"&gt;พ.ศ. 2468&lt;/a&gt; ณ &lt;a title="เมืองไฮเดลเบิร์ก" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%AE%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81&amp;amp;action=edit"&gt;เมืองไฮเดลเบิร์ก&lt;/a&gt; &lt;a title="ประเทศเยอรมนี" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¹€à¸—à¸¨à¹€à¸¢à¸&amp;shy;à¸£à¸¡à¸à¸µ"&gt;ประเทศเยอรมนี&lt;/a&gt; ซึ่งสมเด็จพระราชบิดาทรงศึกษาวิชาการทหารเรืออยู่ที่ประเทศเยอรมัน โดยได้รับพระราชทานนามจาก&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸à¸²à¸—à¸ªà¸¡à¹€à¸"&gt;พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว&lt;/a&gt;ว่า หม่อมเจ้าอานันทมหิดล มหิดล หลังจากนั้น &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸à¸²à¸—à¸ªà¸¡à¹€à¸"&gt;พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว&lt;/a&gt; ทรงสถาปนาขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันมหิดล  สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงออกพระนามเรียกพระองค์เป็นการลำลองว่า นันท&lt;br /&gt;                พระองค์ทรงมีสมเด็จพระเชษฐภคินี 1 พระองค์ ได้แก่ สมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และ สมเด็จพระอนุชา 1 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช&lt;br /&gt;                เมื่อทรงพระเยาว์ได้ตามเสด็จสมเด็จพระราชบิดาและสมเด็จพระราชชนนีไปยังประเทศต่าง ๆ ได้แก่ &lt;a title="ประเทศฝรั่งเศส" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¹€à¸—à¸¨à¸à¸£à¸±à¹à¸à¹€à¸¨à¸ª"&gt;ประเทศฝรั่งเศส&lt;/a&gt; &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¹€à¸—à¸¨à¸ªà¸§à¸´à¸•à¹€à¸à¸&amp;shy;à¸£à¹à¹à¸¥à¸à¸"&gt;ประเทศสวิตเซอร์แลนด์&lt;/a&gt; และ&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸ªà¸"&gt;สหรัฐอเมริกา&lt;/a&gt; ซึ่งสมเด็จพระราชบิดาทรงเข้าศึกษาวิชา&lt;a title="แพทย์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¹à¸à¸—à¸¢à¹"&gt;แพทย์&lt;/a&gt; ณ &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸¡à¸"&gt;มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด&lt;/a&gt; สหรัฐอเมริกา ในระหว่างปี พ.ศ. 2469 - 2471 แล้วจึงเสด็จกลับประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อพระชนมายุได้ 3 พรรษา ประทับ ณ &lt;a title="วังสระปทุม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸§à¸±à¸à¸ªà¸£à¸°à¸à¸—à¸¸à¸¡"&gt;วังสระปทุม&lt;/a&gt; ในระหว่างนั้นสมเด็จพระราชบิดาทรงพระประชวรและเสด็จทิวงคต ดังนั้น พระองค์จึงอยู่ในความดูแลของสมเด็จพระราชชนนีเพียงพระองค์เดียว&lt;br /&gt;                พระองค์ทรงเริ่มการศึกษาชั้นต้นที่&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¹à¸£à¸à¹€à¸£à¸µà¸¢à¸à¸¡à¸²à¹à¸•à¸£à¹à¹€à¸"&gt;โรงเรียนมาแตร์เดอี&lt;/a&gt; และเข้าศึกษาต่อที่&lt;a title="โรงเรียนเทพศิรินทร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¹à¸£à¸à¹€à¸£à¸µà¸¢à¸à¹€à¸—à¸à¸¨à¸´à¸£à¸´à¸à¸—à¸£à¹"&gt;โรงเรียนเทพศิรินทร์&lt;/a&gt; หลังจาก&lt;a title="การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸²à¸£à¸à¸à¸´à¸§à¸±à¸•à¸´à¸ªà¸¢à¸²à¸¡_à¸.à¸¨._2475"&gt;เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475&lt;/a&gt; นั้น สมเด็จพระราชชนนีได้ขอพระราชทานพระราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในการที่จะทรงนำพระโอรส และพระธิดาไปประทับที่&lt;a title="เมืองโลซานน์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¹€à¸¡à¸·à¸&amp;shy;à¸à¹à¸¥à¸à¸²à¸à¸à¹"&gt;เมืองโลซานน์&lt;/a&gt; ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยพระองค์ได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนมีเรมองต์ ต่อมาย้ายไปศึกษาที่โรงเรียนนูแวลเดอลา ซูวิสโรมองต์ และ ทรงศึกษา&lt;a title="ภาษาไทย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸ à¸²à¸©à¸²à¹à¸—à¸¢"&gt;ภาษาไทย&lt;/a&gt; ณ ที่ประทับ โดยมีพระอาจารย์ตามเสด็จไปจากกรุงเทพ&lt;br /&gt;                วันที่ &lt;a title="2 มีนาคม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/2_à¸¡à¸µà¸à¸²à¸à¸¡"&gt;2 มีนาคม&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2477" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2477"&gt;พ.ศ. 2477&lt;/a&gt; พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติ และมิได้ทรงสมมติเจ้านายพระองค์ใดพระองค์หนึ่งเป็นรัชทายาท ดังนั้น คณะรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรจึงได้อัญเชิญเสด็จพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันมหิดลซึ่งเป็นเจ้านายเชื้อพระบรมวงศ์พระองค์ที่ 1 ในลำดับพระราชสันตติวงศ์แห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พ.ศ. 2467 ขึ้นทรงราชย์สืบพระราชสันตติวงศ์ต่อไป ตั้งแต่วันที่ &lt;a title="2 มีนาคม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/2_à¸¡à¸µà¸à¸²à¸à¸¡"&gt;2 มีนาคม&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2477" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2477"&gt;พ.ศ. 2477&lt;/a&gt; โดยได้รับการเฉลิมพระนามเมื่อวันที่ &lt;a title="25 มีนาคม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/25_à¸¡à¸µà¸à¸²à¸à¸¡"&gt;25 มีนาคม&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2477" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2477"&gt;พ.ศ. 2477&lt;/a&gt; ว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล&lt;br /&gt;                ในขณะนั้นพระองค์ทรงมีพระชนมายุ 8 พรรษา และยังคงประทับอยู่ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ จึงต้องมี&lt;a title="ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸¹à¹à¸ªà¸³à¹€à¸£à¹à¸à¸£à¸²à¸à¸à¸²à¸£à¹à¸—à¸à¸à¸£à¸°à¸&amp;shy;à¸à¸à¹#.E0.B8.9C.E0.B8.B9.E0.B9.89.E0.B8.AA.E0.B8.B3.E0.B9.80.E0.B8.A3.E0.B9.87.E0.B8.88.E0.B8.A3.E0.B8.B2.E0.B8.8A.E0.B8.81.E0.B8.B2.E0.B8.A3.E0.B9.81.E0.B8.97.E0.B8.99.E0.B8.9E.E0.B8.A3.E0.B8.B0.E0.B8.AD.E0.B8.87.E0.B8.84.E0.B9.8C.E0.B9.83.E0.B8.99.E0.B8.A3.E0"&gt;ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์&lt;/a&gt;เพื่อบริหารราชการแผ่นดินแทนจนกว่าจะทรงบรรลุนิติภาวะ ได้แก่ &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¹€à¸à¹à¸²à¸§à¸£à¸§à¸à¸¨à¹à¹€à¸à¸&amp;shy;_à¸à¸£à¸¡à¸"&gt;พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์&lt;/a&gt; &lt;a title="พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¹€à¸à¹à¸²à¸§à¸£à¸§à¸à¸¨à¹à¹€à¸à¸&amp;shy;_à¸à¸£à¸°à¸&amp;shy;à¸à¸à¹à¹€à¸à¹à¸²à¸&amp;shy;à¸²à¸—à¸´à¸•à¸¢à¹à¸—à¸´à¸à¸&amp;shy;à¸²à¸ à¸²"&gt;พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา&lt;/a&gt; และ &lt;a title="เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¹€à¸à¹à¸²à¸à¸£à¸°à¸¢à¸²à¸¢à¸¡à¸£à¸²à¸_(à¸à¸±à¹à¸_à¸ªà¸¸à¸à¸¸à¸¡)"&gt;เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                เมื่อวันที่ &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/12_à¸ªà¸´à¸à¸"&gt;12 สิงหาคม&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2478" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2478"&gt;พ.ศ. 2478&lt;/a&gt; พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์สิ้นพระชนม์ สภาผู้แทนราษฎรจึงได้แต่งตั้งให้นายพลเอก เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน (อุ่ม อินทรโยธิน) เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และเมื่อเจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ถึงแก่อสัญญกรรม จึงมีการแต่งตั้งให้&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸µà¸"&gt;นายปรีดี พนมยงค์&lt;/a&gt; เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แทน หลังจากนั้น เมื่อเจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน (อุ่ม อินทรโยธิน) ถึงแก่อสัญญกรรม รวมทั้ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภาได้กราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่ง นายปรีดี พนมยงค์ จึงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพียงผู้เดียว  จนกว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จกลับสู่พระนคร&lt;br /&gt;                รัฐบาลได้กราบบังคมทูลอัญเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จนิวัติพระนคร เมื่อปลายปี &lt;a title="พ.ศ. 2477" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2477"&gt;พ.ศ. 2477&lt;/a&gt; เพื่อประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แต่เนื่องจากพระพลานามัยของพระองค์ไม่สมบูรณ์จึงได้เลื่อนกำหนดออกไปก่อน และได้กราบบังคมทูลอัญเชิญเสด็จฯ อีกครั้งในปี &lt;a title="พ.ศ. 2478" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2478"&gt;พ.ศ. 2478&lt;/a&gt; แต่ก็ทรงติดขัดเรื่องพระพลานามัยอีกเช่นกัน หลังจากนั้น รัฐบาลได้ส่งพลโท พระยาวิชิตวงศ์วุฒิไกร (ม.ร.ว.สิทธิ์ สุทัศน์) ไปเข้าเฝ้าสมเด็จพระบรมราชชนนีที่โลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทูลอัญเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จนิวัติพระนครอีกครั้งในปี &lt;a title="พ.ศ. 2479" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2479"&gt;พ.ศ. 2479&lt;/a&gt; อย่างไรก็ตาม ในระหว่างเตรียมการเสด็จนิวัติพระนครนั้น ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลใหม่ คณะรัฐบาลใหม่จึงขอเลื่อนการรับเสด็จออกไปอย่างไม่มีกำหนด&lt;br /&gt;                หลังจากนั้น รัฐบาลได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จนิวัติพระนครอีกครั้ง ในครั้งนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เสด็จพระราชดำเนินจากเมืองโลซานน์ที่ประทับโดยทางรถไฟมายังเมืองมาเชลล์ เพื่อประทับเรือเมโอเนีย ในการเสด็จพระราชดำเนินกลับสู่ประเทศไทย และเมื่อวันที่ &lt;a title="15 พฤศจิกายน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/15_à¸à¸¤à¸¨à¸à¸´à¸à¸²à¸¢à¸"&gt;15 พฤศจิกายน&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2481" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2481"&gt;พ.ศ. 2481&lt;/a&gt; เรือพระที่นั่งได้เทียบจอดทอดสมอที่&lt;a title="เกาะสีชัง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¹€à¸à¸²à¸°à¸ªà¸µà¸à¸±à¸"&gt;เกาะสีชัง&lt;/a&gt; รัฐบาลได้จัดเรือหลวงศรีอยุธยาออกไปรับเสด็จมายัง&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸±à¸à¸"&gt;จังหวัดสมุทรปราการ&lt;/a&gt; ณ ที่นั้น &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸ªà¸¡à¹€à¸"&gt;สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า&lt;/a&gt; ได้เสด็จไปคอยรับพระราชนัดดาและพระสุนิสาด้วย หลังจากนั้น จึงได้เสด็จโดยเรือหลวงศรีอยุธยาเข้าสู่&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸¸à¸à¹€à¸—à¸à¸¡à¸"&gt;กรุงเทพมหานคร&lt;/a&gt; และประทับที่&lt;a title="พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸•à¸³à¸"&gt;พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน&lt;/a&gt; ซึ่งนับเป็นการเสด็จนิวัติประเทศไทยเป็นครั้งแรกหลังจากเสด็จขึ้นทรงราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ ทรงใช้เวลาอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลาประมาณ 2 เดือน จึงได้เสด็จพระราชดำเนินกลับไปศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์&lt;br /&gt;                เมื่อ&lt;a title="สงครามโลกครั้งที่ 2" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸ªà¸à¸à¸£à¸²à¸¡à¹à¸¥à¸à¸à¸£à¸±à¹à¸à¸—à¸µà¹_2"&gt;สงครามโลกครั้งที่ 2&lt;/a&gt; สงบลง พระองค์จึงเสด็จนิวัติพระนครอีกครั้ง พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เมื่อวันที่ &lt;a title="5 ธันวาคม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/5_à¸à¸±à¸à¸§à¸²à¸à¸¡"&gt;5 ธันวาคม&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2488" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2488"&gt;พ.ศ. 2488&lt;/a&gt; ซึ่งการเสด็จนิวัติประเทศในครั้งนี้ ทางราชการได้จัด&lt;a title="พระที่นั่งบรมพิมาน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸—à¸µà¹à¸à¸±à¹à¸à¸à¸£à¸¡à¸à¸´à¸¡à¸²à¸"&gt;พระที่นั่งบรมพิมาน&lt;/a&gt; ภายใน&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸à¸£à¸¡à¸¡à¸"&gt;พระบรมมหาราชวัง&lt;/a&gt;เป็นที่ประทับ และเนื่องจากพระองค์ทรงบรรลุนิติภาวะแล้ว จึงสามารถบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่ต้องมีผู้สำเร็จราชการแผ่นดินอีกต่อไป&lt;br /&gt;                สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงตั้งพระทัยจะทรงศึกษาปริญญาเอก สาขา&lt;a title="นิติศาสตร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸´à¸•à¸´à¸¨à¸²à¸ªà¸•à¸£à¹"&gt;นิติศาสตร์&lt;/a&gt; &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸¡à¸"&gt;มหาวิทยาลัยโลซานน์&lt;/a&gt; ที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์จนเรียบร้อยแล้วจึงจะเสด็จนิวัติพระนครเป็นการถาวรและทรงเข้ารับการบรมราชาภิเษกในภายหลัง แต่พระองค์ได้เสด็จสวรรคตเสียก่อนในวันที่ &lt;a title="9 มิถุนายน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/9_à¸¡à¸´à¸–à¸¸à¸à¸²à¸¢à¸"&gt;9 มิถุนายน&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2489" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2489"&gt;พ.ศ. 2489&lt;/a&gt; เวลาประมาณ 9 นาฬิกา ด้วยสาเหตุทรงต้องพระแสงปืน ณ ห้องพระบรรทม &lt;a title="พระที่นั่งบรมพิมาน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸—à¸µà¹à¸à¸±à¹à¸à¸à¸£à¸¡à¸à¸´à¸¡à¸²à¸"&gt;พระที่นั่งบรมพิมาน&lt;/a&gt; ภายใน&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸à¸£à¸¡à¸¡à¸"&gt;พระบรมมหาราชวัง&lt;/a&gt; ก่อนกำหนดการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เพียง 4 วัน&lt;br /&gt;                หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จสวรรคต ได้อัญเชิญพระบรมศพมาประดิษฐาน ณ &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸—à¸µà¹à¸à¸±à¹à¸à¸"&gt;พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท&lt;/a&gt; &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸à¸£à¸¡à¸¡à¸"&gt;พระบรมมหาราชวัง&lt;/a&gt; และจัดให้มีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในระหว่างวันที่ &lt;a title="28 มีนาคม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/28_à¸¡à¸µà¸à¸²à¸à¸¡"&gt;28&lt;/a&gt;-&lt;a title="29 มีนาคม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/29_à¸¡à¸µà¸à¸²à¸à¸¡"&gt;29 มีนาคม&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2493" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2493"&gt;พ.ศ. 2493&lt;/a&gt; ณ &lt;a title="พระเมรุมาศ" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A8&amp;amp;action=edit"&gt;พระเมรุมาศ&lt;/a&gt; &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸—à¹à¸&amp;shy;à¸à¸ªà¸à¸²à¸¡à¸"&gt;ท้องสนามหลวง&lt;/a&gt; วันรุ่งขึ้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินเก็บพระบรมอัฐิ และอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิประดิษฐานที่บุษบงเหนือพระแท่นแว่นฟ้าทองภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มุขตะวันตก และจัดให้มีการพระราชกุศลพระบรมอัฐิขึ้น หลังจากนั้น ได้อัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมานชั้นบน &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸—à¸µà¹à¸à¸±à¹à¸à¸à¸±à¸à¸£à¸µà¸¡à¸"&gt;พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;                วันที่ &lt;a title="4 เมษายน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/4_à¹€à¸¡à¸©à¸²à¸¢à¸"&gt;4 เมษายน&lt;/a&gt; &lt;a title="พ.ศ. 2493" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._2493"&gt;พ.ศ. 2493&lt;/a&gt; พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลไปยัง&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸§à¸±à¸"&gt;วัดสุทัศน์เทพวราราม&lt;/a&gt; และอัญเชิญพระบรมราชสริรางคารบรรจุลงในหีบ พร้อมทั้งเคลื่อนหีบพระบรมราชสรีรางคารเข้าสู่พระพุทธบัลลังก์ พระศรีศากยมุนี พระประธานในพระวิหารหลวง วัดสุทัศน์เทพวราราม&lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¸à¸²à¸—à¸ªà¸¡à¹€à¸"&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-8044678937711870895?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/8044678937711870895/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=8044678937711870895' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/8044678937711870895'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/8044678937711870895'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2009/02/8.html' title='ประวัติรัชกาลที่ 8'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-4380213815822797059</id><published>2009-01-24T02:59:00.000-08:00</published><updated>2009-01-24T03:18:52.004-08:00</updated><title type='text'>วิธีการผูกเชือกรองเท้าแนวๆ</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr5FW_1LsI/AAAAAAAAAEU/t2OxoZD59KU/s1600-h/15.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294818182395408066" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 267px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr5FW_1LsI/AAAAAAAAAEU/t2OxoZD59KU/s320/15.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr5BXB0GnI/AAAAAAAAAEM/6MOJ4zyJwQ8/s1600-h/13.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294818113684249202" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 267px" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr5BXB0GnI/AAAAAAAAAEM/6MOJ4zyJwQ8/s320/13.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr48_bQGrI/AAAAAAAAAEE/WfoFut0sHk0/s1600-h/14.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294818038629014194" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 267px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr48_bQGrI/AAAAAAAAAEE/WfoFut0sHk0/s320/14.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr431No1QI/AAAAAAAAAD8/xBo5txhA800/s1600-h/13.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294817949988214018" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 267px" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr431No1QI/AAAAAAAAAD8/xBo5txhA800/s320/13.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr4u6KL_yI/AAAAAAAAAD0/at71BETFLRI/s1600-h/12.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294817796697095970" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 267px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr4u6KL_yI/AAAAAAAAAD0/at71BETFLRI/s320/12.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr4lhgfLrI/AAAAAAAAADs/fZEWSeRW1EI/s1600-h/10_1.gif"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr4fZ5z3jI/AAAAAAAAADk/i774VPf89NY/s1600-h/10.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294817530340433458" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 267px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr4fZ5z3jI/AAAAAAAAADk/i774VPf89NY/s320/10.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr4X94e3dI/AAAAAAAAADc/yNMKPh-kJSA/s1600-h/08.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294817402559585746" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 267px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr4X94e3dI/AAAAAAAAADc/yNMKPh-kJSA/s320/08.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr4GStsbgI/AAAAAAAAADU/7Bm2a-hSido/s1600-h/07.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294817098913836546" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 267px" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr4GStsbgI/AAAAAAAAADU/7Bm2a-hSido/s320/07.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr38cinKJI/AAAAAAAAADM/Xl003NSq4W8/s1600-h/06.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294816929753016466" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 267px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr38cinKJI/AAAAAAAAADM/Xl003NSq4W8/s320/06.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr31fZmvwI/AAAAAAAAADE/udU_dwKXBR0/s1600-h/05.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294816810261462786" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 267px" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr31fZmvwI/AAAAAAAAADE/udU_dwKXBR0/s320/05.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr3uya6XMI/AAAAAAAAAC8/v_zEQIAbFuQ/s1600-h/04.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294816695108132034" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 267px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr3uya6XMI/AAAAAAAAAC8/v_zEQIAbFuQ/s320/04.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr3oY4p3VI/AAAAAAAAAC0/GVLg-P0EPmQ/s1600-h/03.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294816585174342994" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 267px" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr3oY4p3VI/AAAAAAAAAC0/GVLg-P0EPmQ/s320/03.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr3fILxPPI/AAAAAAAAACs/naY5thAky0k/s1600-h/02.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294816426072292594" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 267px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr3fILxPPI/AAAAAAAAACs/naY5thAky0k/s320/02.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr3W4laapI/AAAAAAAAACk/W8IdPaEwMCI/s1600-h/01.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5294816284445928082" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; WIDTH: 305px; CURSOR: hand; HEIGHT: 216px" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr3W4laapI/AAAAAAAAACk/W8IdPaEwMCI/s400/01.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-4380213815822797059?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/4380213815822797059/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=4380213815822797059' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/4380213815822797059'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/4380213815822797059'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2009/01/blog-post_24.html' title='วิธีการผูกเชือกรองเท้าแนวๆ'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SXr5FW_1LsI/AAAAAAAAAEU/t2OxoZD59KU/s72-c/15.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-3766234279348944397</id><published>2009-01-09T08:26:00.001-08:00</published><updated>2009-01-09T08:27:20.346-08:00</updated><title type='text'>ข้อสอบชุด3</title><content type='html'>ข้อสอบขุดที่ 3&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. คำว่า RGB ที่เกี่ยวกับสี RGB นั้นย่อมาจากอะไรก. RED GREAT BLANKข. RED GREEN BLUEค. REAL GROUP BESTง. RIGHT GIVE BEST&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อธิบาย : โหมดสี RGB ย่อมาจาก Red Green Blue แสงสีขาวจากธรรมชาติหรือแสงจากดวงอาทิตย์ เกิดจากการผสมสีของแม่สีสามสีคือ แดง เขียวและน้ำเงิน ซึ่งเหมือนกับสีที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งโหมดสี RGB นี้ เหมาะสำหรับการนำภาพไปเป็น ฟิล์มสไลด์/เนกาตีฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.it-guides.com/lesson/pshop_04.html"&gt;http://www.it-guides.com/lesson/pshop_04.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. MODEM คืออะไรก. อุปกรณ์แปลงสัญญาณ Digital ไปสู่สัญญาณ Analog และจากสัญญาณ Analog กลับมาเป็นสัญญาณ digital ซึ่งใช้ประโยชน์ในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ผ่านสัญญาณเช่น โทรศัพท์ เป็นต้นข. อุปกรณ์สร้างภาพ 3 มิติให้กับเกมส์ของบริษัท SEGA รุ่นใหม่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และออกวางตลาดในปี 2542 และแพร่หลายอย่างรวดเร็วไปในทุกประเทศค. ชื่อของจรวดทำลายชนิดใหม่ ที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์สำหรับนำวิธีมีขนาดเล็กเท่าปากกา พกพาได้สะดวก แต่มีพลังทำลายเทียบเท่าหรือมากกว่า 10 กิโลเมตร แต่มีข้อดีคือไม่มีการแผ่รังสี แต่อย่างใดง. ถูกทุกข้อ&lt;br /&gt;อธิบาย : Modem(Modulator Demodulator)คืออุปกรณ์ที่สามารถแปลงสัญญาณจาก Digital(สัญญาณข้อมูล) ไปเป็น Analog(สัญญาณเสียง) และจาก Analog ไปเป็น Digital เพื่อใช้ในการรับ-ส่งสัญญาณข้อมูลผ่านสายโทรศัพท์ Modulation คือ เทคนิคที่ใช้ในการนำหรือส่งข้อมูลไปให้ได้ไกลมากขึ้นกว่าเดิม โดยการรวมสัญญาณเสียง(Modulating Signal) เข้ากับสัญญาณความถี่สูง(Carrier Signal) เพื่อให้เกิดกำลังในการส่งสัญญาณเสียงไปได้ไกลยิ่งขึ้นด้วยคุณสมบัติของสัญญาณความถี่สูง มักจะใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.geocities.com/thinkingworld/network/modem.html"&gt;http://www.geocities.com/thinkingworld/network/modem.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18. LAN คืออะไร ในเรื่องของคอมพิวเตอร์ก. สัตว์ชนิดหนึ่งที่ ชาวบ้านมักนำมาผัดเผ็ด หรือลาบข. ระบบ Internet ระบบใหม่ ที่ทำให้ทุกหน่วยงานเชื่อมต่อ Internet ได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ค. ระบบเครือข่ายระยะใกล้ (Local Area Network)ง. ระบบเครือข่ายระยะไกล ที่ทำให้คอมพิวเตอร์เชื่อมต่อถึงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Long Area Network)&lt;br /&gt;อธิบาย :  ย่อมาจาก Local Area Network ซึ่งแปลได้ว่า “ระบบเครือข่ายขนาดเล็ก” ที่ต้องประกอบด้วย Server และ Client โดยจะต้องมีคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น ผู้ให้บริการ และ ผู้ใช้บริการ โดยที่ ผู้ให้บริการ ซึ่งเป็น Server นั้น จะเป็นผู้ควบคุมระบบว่าจะให้การทำให้การทำงานเป็นเช่นไร และในส่วนของ Server เองจะต้องเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มีสถานะภาพสูง เช่นทำงานเร็ว สามารถอ้าง หน่วยความจำ ได้มาก มีระดับการประมวลผลที่ดี และจะต้องเป็นเครื่องที่จะต้องมีระยะการทำงานที่ยาวนาน เพราะว่า Server จะถูกเปิดให้ทำงานอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.netregis.com/serv-networklan.php"&gt;http://www.netregis.com/serv-networklan.php&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1 KB (กิโลไบต์) มีกี่ Byte (ไบต์)ก. 1024ข. 8ค. 256ง. 65536&lt;br /&gt;อธิบาย : 1024 bits = 1 Kilobit&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.mrpalm.com/board/view_board.php?id=78206"&gt;http://www.mrpalm.com/board/view_board.php?id=78206&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Octal number หมายถึงเลขฐานใดก. 2ข. 8ค. 16ง. 256&lt;br /&gt;อธิบาย : ระบบเลขฐานแปด (octal number System)          ระบบเลขฐานแปดเป็นระบบเลขที่มีเลขโดดที่ใช้ทั้งหมดแปดตัวเรียงตามลำดับค่าดังนี้ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ซึ่งเป็นระบบเลขที่มีความสำคัญมากอีกระบบหนึ่งที่ใช้ในการศึกษาวงจรในระบบดิจิตอลคอม พิวเตอร์ในการศึกษาระบบเลขฐานแปดนั้นก็ทำได้ในลักษณะเดียวกับระบบเลขฐานสิบหรือฐานสอง ซึ่งก็สามารถพิจารณาได้ทั้งเลขจำนวนเต็มหรือเลขหลังจุดทศนิยม ซึ่งสามารถกระจายตามค่าประจำหลัก ได้ค่าประจำหลักของเลขจำนวนเต็มจะเป็น โดยเริ่มจากหลักขวามือสุดไปทางด้านซ้ายเป็นลำดับจนถึงหลักซ้ายมือสุดคือหลักที่ n ที่มีค่าประจำหลักเป็น&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.geocities.com/edward881th/octal.htm"&gt;http://www.geocities.com/edward881th/octal.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;43. NLQ (Near letter quality) คืออะไรก. คุณสมบัติของเครื่อง laser printer ท่านจะเห็นได้ที่ใต้เครื่อง laser printer ทุกยี่ห้อข. คุณสมบัติของเครื่องพิมพ์ Dot matrix ที่ทำให้เครื่องพิมพ์พิมพ์ตัวอักษรได้คมชัดที่สุดค. คุณสมบัติที่เป็นอีกชื่อหนึ่งของ DRAFT ในเครื่องพิมพ์ Dot matrixง. ชื่อเครื่องพิมพ์ Laser printer เครื่องแรกของโลกที่ถูกออกแบบโดย Bill gate&lt;br /&gt;อธิบาย : Near Letter Quality เป็นการพิมพ์เอกสารที่มีคุณภาพคมชัดใกล้เคียงตัวอักษรปกติ ส่วน Draft เป็นการพิมพ์แบบร่างที่ไม่ต้องการความคมชัดมาก เช่น พิมพ์ใบเสร็จ&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://suanpalm3.kmutnb.ac.th/thai/it_news%5Bread%5D.asp?id=18"&gt;http://suanpalm3.kmutnb.ac.th/thai/it_news%5Bread%5D.asp?id=18&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;49. 1 KB (กิโลไบต์) มีกี่ Byte (ไบต์)ก. 1024ข. 8ค. 256ง. 65536&lt;br /&gt;อธิบาย : ไบต์ (byte) หมายถึง เนื้อที่ที่&lt;a title="คอมพิวเตอร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C"&gt;คอมพิวเตอร์&lt;/a&gt;จัดไว้สำหรับเก็บข้อมูล 1 ตัวอักษรตามรหัส&lt;a title="แอสกี" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B5"&gt;แอสกี&lt;/a&gt; (เช่น A, B, C, ก, ข, ค, ง ฯลฯ) หรือจำนวนเต็ม 1 จำนวน (-128 ถึง 127 เมื่อคิดเครื่องหมาย หรือ 0 ถึง 255 เมื่อไม่คิดเครื่องหมาย) โดยปกติแล้ว 1 ไบต์จะประกอบด้วยข้อมูล&lt;a title="เลขฐานสอง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87"&gt;เลขฐานสอง&lt;/a&gt;จำนวน 8 &lt;a title="บิต" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%95"&gt;บิต&lt;/a&gt; และใช้เป็นหน่วยวัดขนาดของ&lt;a title="หน่วยความจำ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B3"&gt;หน่วยความจำ&lt;/a&gt;หรือ&lt;a title="สื่อบันทึกข้อมูล (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;สื่อบันทึกข้อมูล&lt;/a&gt;ว่า สามารถเก็บข้อมูลได้กี่ตัวอักษร&lt;br /&gt;ใน&lt;a title="วิทยาการคอมพิวเตอร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C"&gt;วิทยาการคอมพิวเตอร์&lt;/a&gt; หน่วยวัดที่ใช้กันนั้น นิยมวัดเป็น&lt;a title="กิโลไบต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;กิโลไบต์&lt;/a&gt; (Kilobyte) &lt;a title="เมกะไบต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;เมกะไบต์&lt;/a&gt; (Megabyte) &lt;a title="จิกะไบต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;จิกะไบต์&lt;/a&gt; (Gigabyte) และ&lt;a title="เทระไบต์ (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;เทระไบต์&lt;/a&gt; (Terabyte) ซึ่งแต่ละหน่วยวัดมีค่าตัวคูณต่างกัน 1,024 หรือ 210 หน่วย แต่มนุษย์จะประมาณค่าตัวคูณไว้ที่ 1,000 หน่วยเพื่อความสะดวกในการคำนวณ หน่วยวัดแต่ละหน่วยสามารถสรุปได้ดังนี้&lt;br /&gt;1 กิโลไบต์ = 1,024 ไบต์&lt;br /&gt;1 เมกะไบต์ = 1,048,576 ไบต์ หรือ 1,024 กิโลไบต์&lt;br /&gt;1 จิกะไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ หรือ 1,024 เมกะไบต์&lt;br /&gt;1 เทระไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ หรือ 1,024 จิกะไบต์&lt;br /&gt;URL: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;62. 1 MB (เมกะไบต์) มีกี่ KB (กิโลไบต์)ก. 8ข. 1024ค. 256ง. 65536&lt;br /&gt;อธิบาย : ไบต์ (byte) หมายถึง เนื้อที่ที่&lt;a title="คอมพิวเตอร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C"&gt;คอมพิวเตอร์&lt;/a&gt;จัดไว้สำหรับเก็บข้อมูล 1 ตัวอักษรตามรหัส&lt;a title="แอสกี" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B5"&gt;แอสกี&lt;/a&gt; (เช่น A, B, C, ก, ข, ค, ง ฯลฯ) หรือจำนวนเต็ม 1 จำนวน (-128 ถึง 127 เมื่อคิดเครื่องหมาย หรือ 0 ถึง 255 เมื่อไม่คิดเครื่องหมาย) โดยปกติแล้ว 1 ไบต์จะประกอบด้วยข้อมูล&lt;a title="เลขฐานสอง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87"&gt;เลขฐานสอง&lt;/a&gt;จำนวน 8 &lt;a title="บิต" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%95"&gt;บิต&lt;/a&gt; และใช้เป็นหน่วยวัดขนาดของ&lt;a title="หน่วยความจำ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B3"&gt;หน่วยความจำ&lt;/a&gt;หรือ&lt;a title="สื่อบันทึกข้อมูล (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;สื่อบันทึกข้อมูล&lt;/a&gt;ว่า สามารถเก็บข้อมูลได้กี่ตัวอักษร&lt;br /&gt;ใน&lt;a title="วิทยาการคอมพิวเตอร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C"&gt;วิทยาการคอมพิวเตอร์&lt;/a&gt; หน่วยวัดที่ใช้กันนั้น นิยมวัดเป็น&lt;a title="กิโลไบต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;กิโลไบต์&lt;/a&gt; (Kilobyte) &lt;a title="เมกะไบต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;เมกะไบต์&lt;/a&gt; (Megabyte) &lt;a title="จิกะไบต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;จิกะไบต์&lt;/a&gt; (Gigabyte) และ&lt;a title="เทระไบต์ (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;เทระไบต์&lt;/a&gt; (Terabyte) ซึ่งแต่ละหน่วยวัดมีค่าตัวคูณต่างกัน 1,024 หรือ 210 หน่วย แต่มนุษย์จะประมาณค่าตัวคูณไว้ที่ 1,000 หน่วยเพื่อความสะดวกในการคำนวณ หน่วยวัดแต่ละหน่วยสามารถสรุปได้ดังนี้&lt;br /&gt;1 กิโลไบต์ = 1,024 ไบต์&lt;br /&gt;1 เมกะไบต์ = 1,048,576 ไบต์ หรือ 1,024 กิโลไบต์&lt;br /&gt;1 จิกะไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ หรือ 1,024 เมกะไบต์&lt;br /&gt;1 เทระไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ หรือ 1,024 จิกะไบต์&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. Time sharing คืออะไรก. ยี่ห้อคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้ยานอวกาศเดินทางได้เร็วกว่าแสง หรือเทียบเท่าข. ระบบคอมพิวเตอร์ที่ทำให้ผู้ใช้หลายคนสามารถแบ่งใช้หน่วยประมวลผลกลางเครื่องเดียวกันค. ระบบ Internet ที่ใช้เวลาในการตัดสินการเข้าถึงข้อมูล จาก ISP คนละจุดง. ชื่อ CPU รุ่นใหม่ที่ออกแบบ โดย Intel corporation&lt;br /&gt;อธิบาย : ระบบแบ่งเวลา (Time-sharing หรือ Multitasking)&lt;br /&gt;เป็นการขยายระบบ multiprogramming ทำให้สามารถสับเปลี่ยนงานของคนหลาย ๆ คนเข้าสู่ซีพียู ซึ่งการสับเปลี่ยนที่ทำด้วยความเร็วสูงจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนครอบครองซีพียูอยู่เพียงผู้เดียว&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.thaiall.com/os/os01.htm"&gt;http://www.thaiall.com/os/os01.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. Time slice คืออะไรก. การแบ่งเวลาเป็นเสี้ยวให้กับนาฬิกาแบบ Analog ทำงาน เพื่อให้นาฬิกาเดินได้ตรงที่สุดข. การแบ่งเวลาในระบบ Time sharing ซึ่งจะให้ผู้ใช้แต่ละคนมีเวลาใช้หน่วยประมวลผลกลางเท่ากับ Time slice ถ้าผู้ใช้ยังทำงานไม่เสร็จ ในช่วง Time slice แต่หมดเวลาก่อน ก็จะหยุดงานนั้น และยอมให้ Terminal อื่นใช้ CPU โดยมีเวลาเท่ากับ Timeslice และจะวนจนกระทั่งกลับไปหาค. ช่องว่างของเวลาที่เหลื่อมล้ำกันระหว่างปีเก่ากับปีใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ปีหนึ่งมี 365 หรือ 366 วันง. ไม่มีข้อใดถูก&lt;br /&gt;อธิบาย : Running เป็นสถานะที่ซีพียูกำลังรันโพรเซสนั้นอยู่ โดยระยะเวลาที่ทำการรันนั้นเรียกว่า Time Slice ซึ่งสามารถกำหนดได้โดยการเลื่อนที่เข็มที่ Clock ไปทางซ้ายหรือขวา (ตำแหน่ง ซ้ายสุด มี Time Slice จะสั้นที่สุด)&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.kmitl.ac.th/~s7010154/manual.html"&gt;http://www.kmitl.ac.th/~s7010154/manual.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. Multiprogramming คืออะไรก. การประมวลผลที่ทำให้โปรแกรมมากกว่าหนึ่งโปรแกรมสามารถทำงานได้พร้อมกัน ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่จะทำงานแบบนี้ได้ต้องมี CPU มากกว่าสอง เชื่อมโยงกันอยู่ และเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงานแบบ พหุคูณข. การทำให้โปรแกรมมากกว่าหนึ่งโปรแกรมประมวลผลได้พร้อมกัน โดยแบ่งการทำงานออกเป็นส่วน ๆ เช่นการอ่านข้อมูลจากแผ่น การสั่งพิมพ์ทางเครื่องพิมพ์ และการ Backup ข้อมูลลงเทปเป็นต้นค. การทำงานของโปรแกรมที่ทำงานได้พร้อม ๆ กันเช่น การทำงานในระบบ Windows ที่ยอมให้มีหลายโปรแกรมทำงานได้พร้อม ๆ กัน และมักเป็นการใช้ CPU ตัวเดียว และเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงานแบบ พหุคูณง. ไม่มีข้อใดถูก&lt;br /&gt;อธิบาย : ระบบมัลติโปรแกรมมิ่ง (Multiprogramming)&lt;br /&gt;การทำงานที่โหลดโปรแกรมไปไว้ในหน่วยความจำหลัก และพร้อมที่จะประมวลผลได้ทันที ระบบปฏิบัติการจะเลือกงานเข้าไปประมวลผลจนกว่าจะหยุดคอยงานบางอย่าง ในช่วงที่หยุดรอจะดึงงานเข้าไปประมวลผลต่อทันที ทำให้มีการใช้ซีพียูได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.thaiall.com/os/os01.htm"&gt;http://www.thaiall.com/os/os01.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. Multiprocessing คืออะไรก. การประมวลผลที่ทำให้โปรแกรมมากกว่าหนึ่งโปรแกรมสามารถทำงานได้พร้อมกัน ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่จะทำงานแบบนี้ได้ต้องมี CPU มากกว่าสอง เชื่อมโยงกันอยู่ และเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงานแบบ พหุคูณข. การทำให้โปรแกรมมากกว่าหนึ่งโปรแกรมประมวลผลได้พร้อมกัน โดยแบ่งการทำงานออกเป็นส่วน ๆ เช่นการอ่านข้อมูลจากแผ่น การสั่งพิมพ์ทางเครื่องพิมพ์ และการ Backup ข้อมูลลงเทปเป็นต้นค. การทำงานของโปรแกรมที่ทำงานได้พร้อม ๆ กันเช่น การทำงานในระบบ Windows ที่ยอมให้มีหลายโปรแกรมทำงานได้พร้อม ๆ กัน และมักเป็นการใช้ CPU ตัวเดียว และเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงานแบบ พหุคูณง. ไม่มีข้อใดถูก&lt;br /&gt;อธิบาย : ระบบมัลติโปรเซสเซอร์ (Multiprocessor system)&lt;br /&gt;Symmetric-multiprocessing&lt;br /&gt;การประมวลผลแบบสมมาตร หมายถึงการประมวลผลหลายโปรเซสเซอร์ที่ไม่มีโปรเซสเซอร์ตัวใดรับโหลดมากกว่าตัวอื่น&lt;br /&gt;Asymmetric-multiprocessing&lt;br /&gt;การประมวลผลแบบไม่สมมาตร หมายถึงการมีโปรเซสเซอร์ตัวหนึ่งเป็นตัวควบคุม และแบ่งงานแต่ละแบบให้โปรเซสเซอร์แต่ละตัวตามความเหมาะสม&lt;br /&gt;URL:  &lt;a href="http://www.thaiall.com/os/os01.htm"&gt;http://www.thaiall.com/os/os01.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11. Multitasking คืออะไรก. การประมวลผลที่ทำให้โปรแกรมมากกว่าหนึ่งโปรแกรมสามารถทำงานได้พร้อมกัน ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่จะทำงานแบบนี้ได้ต้องมี CPU มากกว่าสอง เชื่อมโยงกันอยู่ และเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงานแบบ พหุคูณข. การทำให้โปรแกรมมากกว่าหนึ่งโปรแกรมประมวลผลได้พร้อมกัน โดยแบ่งการทำงานออกเป็นส่วน ๆ เช่นการอ่านข้อมูลจากแผ่น การสั่งพิมพ์ทางเครื่องพิมพ์ และการ Backup ข้อมูลลงเทปเป็นต้นค. การทำงานของโปรแกรมที่ทำงานได้พร้อม ๆ กันเช่น การทำงานในระบบ Windows ที่ยอมให้มีหลายโปรแกรมทำงานได้พร้อม ๆ กัน และมักเป็นการใช้ CPU ตัวเดียว และเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงานแบบ พหุคูณง. ไม่มีข้อใดถูก&lt;br /&gt;อธิบาย : ระบบแบ่งเวลา (Time-sharing หรือ Multitasking)&lt;br /&gt;เป็นการขยายระบบ multiprogramming ทำให้สามารถสับเปลี่ยนงานของคนหลาย ๆ คนเข้าสู่ซีพียู ซึ่งการสับเปลี่ยนที่ทำด้วยความเร็วสูงจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนครอบครองซีพียูอยู่เพียงผู้เดียว&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.thaiall.com/os/os01.htm"&gt;http://www.thaiall.com/os/os01.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12. ปัญญาประดิษฐ์ (AI-Artificial Intelligence) ประกอบด้วย 3 สิ่ง สิ่งใดต่อไปนี้ไม่ใช่ก. การประมวลภาษาธรรมชาติ (Natural language processing) ซึ่งหมายถึงการทำให้คอมพิวเตอร์สามารถพูด อ่าน และเข้าใจภาษาที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวันข. หุ่นยนต์ (Robotics) คือการสร้างหุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวเรียนแบบมนุษย์ สามารถเข้าใจคำสั่ง และเคลื่อนไหวได้อย่างเหมาะสมค. ระบบผู้เชี่ยวชาญ(Expert Systems) คือการพัฒนาให้คอมพิวเตอร์มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเหมือนที่มนุษย์เชี่ยวชาญ และสามารถคิด หรือตัดสินใจทำในสิ่งที่เหมาะสมง. ระบบปกป้องตนเองจากภยันอันตราย (Self protection) เพราะการประดิษฐ์ปัญญาจะต้องทำให้ปัญญานั้นรู้จักการปกป้อง เพื่อให้เกิดความอยู่รอด เหมือนสัญชาติญาณของสัตว์ที่ต้องการความอยู่รอดเป็นอันดับแรก&lt;br /&gt;อธิบาย : AI : Artificial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถคล้ายมนุษย์หรือเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ โดยเฉพาะความสามารถในการคิดเองได้ หรือมีปัญญานั่นเอง ปัญญานี้มนุษย์เป็นผู้สร้างให้คอมพิวเตอร์ จึงเรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ มุมมองต่อ AI ที่แต่ละคนมีอาจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่า เราต้องการความฉลาดโดย คำนึงถึงพฤติกรรมที่มีต่อสิ่งแวดล้อมหรือคำนึงการคิดได้ของผลผลิต AI ดังนั้นจึงมีคำนิยาม AI ตามความสามารถที่มนุษย์ต้องการให้มันแบ่งได้ 4 กลุ่ม ดังนี้&lt;br /&gt;       Acting Humanly : การกระทำคล้ายมนุษย์ เช่น      - สื่อสารกับมนุษย์ได้ด้วยภาษาที่มนุษย์ใช้ เช่น ภาษาอังกฤษ เป็นการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (natural language processing) อย่างหนึ่ง เช่น เพื่อน ๆ ใช้เสียงสั่งให้คอมพิวเตอร์พิมพ์เอกสารให้       - มีประสาทรับสัมผัสคล้ายมนุษย์ เช่นคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (computer vision) คอมพิวเตอร์มองเห็น รับภาพได้โดยใช้อุปกรณ์รับสัญญาณภาพ (sensor)      - หุ่นยนต์ช่วยงานต่าง ๆ เช่น ดูดฝุ่น เคลื่อนย้ายสิ่งของ      - machine learning หรือคอมพิวเตอร์เกิดการเรียนรู้ได้ โดยสามาถตรวจจับรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ใด ๆ แล้วปรับตัวสู่สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้&lt;br /&gt;       Thinking Humanly : การคิดคล้ายมนุษย์ ก่อนที่จะทำให้เครื่องคิดอย่างมนุษย์ได้ ต้องรู้ก่อนว่ามนุษย์มีกระบวนการคิดอย่างไร ซึ่งการวิเคราะห์ลักษณะการคิดของมนุษย์เป็นศาสตร์ด้าน cognitive science เช่น ศึกษาโครงสร้างสามมิติของเซลล์สมอง การแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้าระหว่างเซลล์สมอง วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเคมีไฟฟ้าในร่างกายระหว่างการคิด ซึ่งจนถึงปัจจุบันเราก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่า มนุษย์เรา คิดได้อย่างไร&lt;br /&gt;       Thinking rationally : คิดอย่างมีเหตุผล หรือคิดถูกต้อง โดยใช้หลักตรรกศาสตร์ในการคิดหาคำตอบอย่างมีเหตุผล เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ&lt;br /&gt;       Acting rationally : กระทำอย่างมีเหตุผล เช่น agent (agent เป็นโปรแกรมที่มีความสามารถในการกระทำ หรือเป็นตัวแทนในระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ) สามารถกระทำอย่างมีเหตุผลคือ agent ที่กระทำการเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ เช่น agent ในระบบขับรถอัตโนมัติที่มีเป้าหมายว่าต้องไปถึงเป้าหมายในระยะทางที่สั้นที่สุด ต้องเลือกเส้นทางที่ไปยังเป้าหมายที่สั้นที่สุดที่เป็นไปได้จึงจะเรียกได้ว่า agent กระทำอย่างมีเหตุผล อีกตัวอย่างเช่น agent ในเกมหมากรุกมีเป้าหมายว่าต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ ต้องเลือกเดินหมากที่จะทำให้คู่ต่อสู้แพ้ให้ได้ เป็นต้น&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.nkp.go.th/content_detail.php?content_id=23&amp;amp;cate_id"&gt;http://www.nkp.go.th/content_detail.php?content_id=23&amp;amp;cate_id&lt;/a&gt;=&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15. ฐานข้อมูล (Database) จะแก้ปัญหาเรื่องใดต่อไปนี้ไม่ได้ก. การซ้ำซ้อนของข้อมูลข. ข้อมูลไม่เชื่อมโยงถึงกันค. ความไม่ทันสมัยของข้อมูลง. ไม่มีข้อมูล&lt;br /&gt;อธิบาย : ฐานข้อมูล (Database) คือ  กลุ่มของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเป็นเรื่องเดียวกัน  เช่น  กลุ่มข้อมูลเกี่ยวกับพนักงานบริษัท ประกอบด้วย  รหัสพนักงาน  ชื่อ  นามสกุล  เบอร์โทรศัพท์ และกลุ่มข้อมูลดังกล่าวถูกจัดเก็บอยู่รวมกันหลาย ๆ กลุ่ม  ซึ่งอาจจะเก็บอยู่ในรูปแฟ้มเอกสารหรืออยู่ในคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;                กล่าวโดยสรุปแล้ว  ฐานข้อมูลมีลักษณะสำคัญ ดังนี้&lt;br /&gt;เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล&lt;br /&gt;ข้อมูลที่จัดเก็บมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเป็นเรื่องเดียวกัน&lt;br /&gt;สามารถแสดงออกมาอยู่ในรูปแบบของตารางได้&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.phcpl.com/sakda/Database_Table/database.htm"&gt;http://www.phcpl.com/sakda/Database_Table/database.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;27. ภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดที่เป็นพื้นฐานของภาษา DELPHIก. Cข. BASICค. PASCALง. RPG&lt;br /&gt;อธิบาย : เป็น compiler ที่เขียนแบบ visual คล้ายๆ กับ vb เขียนโดยอาศัยพื้นฐานของ ภาษา PASCAL จุดเด่น : เน้นการเขียนแบบ OOP เป็นหลักตั้ง ver 1.0 app : หลังจาก compile มาแล้ว จะได้ exe ที่สามารถเอาไป run ที่เครื่องได้เลยโดยไม่ต้องมีตัว runtime ช่วย run&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.thaiadmin.org/board/index.php?topic=71243.new"&gt;http://www.thaiadmin.org/board/index.php?topic=71243.new&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;31. ภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใด มีรูปแบบคล้าย PERLก. Cข. BASICค. PASCALง. RPG&lt;br /&gt;อธิบาย :&lt;br /&gt;ภาษา Perl&lt;br /&gt;ข้อควรทราบก่อนลงมือเขียน&lt;br /&gt;เป็นสิ่งจำเป็น ที่ท่าน ควรจะศึกษาภาษาอื่นให้เข้าใจมาก่อน แบบงู ๆ ปลา ๆ ก็ยังดี เช่นภาษาเบสิก&lt;br /&gt;หรือ pascal หรือ c ก็ยิ่งเยี่ยมไปเลย เพราะภาษานี้ ต่างกับภาษาอื่นอยู่อย่างหนึ่ง คือไม่ใช้ภาษาพื้นฐานสำหรับศึกษาให้เข้าใจได้ง่าย ๆ แต่เป็นภาษาที่สนับสนุนการใช้งานเว็บของผู้เขียน&lt;br /&gt;homepage เป็นแล้วในระดับกลางถึงสูง จึงไม่เหมาะกับผู้เริ่มต้นเขียนภาษานี้ภาษาเป็นภาษาแรก หรือภาษาที่สองรองจาก html หากตั้งใจจะเขียนภาษานี้เป็นภาษาที่สองจริง ๆ&lt;br /&gt;ก็ไม่เป็นไรเพราะทำบทเรียนพื้นฐานไว้ให้ศึกษาการเขียนโปรแกรมแบบมีโครงสร้างไว้ด้วยเช่นกัน ก่อนเริ่มศึกษา ต้องมี server ที่จะใช้ทดสอบ จากประสบการณ์ของ มี 2 อย่างให้เลือก คือ ลงโปรแกรม web server ในเครื่อง PC ของตนเองที่มี perl compiler ในตัว เช่น WebSitepro ซึ่งทำให้ใช้ perl ในเครื่องโดยไม่ต้อง online และอีกวิธีคือ การขอ free homepage จาก hypermart.net ซึ่งตัวอย่างทั้งหมดของผมจะใช้งานได้ที่ hypermart นี้ทันที และผลที่ท่านเขียนจากการศึกษาจะใช้ทดลอง และจำไปใช้จริงได้ที่นี่บทเรียนทั้งหมดนี้ เน้นการเขียน perl เพื่อจัดการกับข้อมูล โดย รับคำสั่งผ่านเว็บ และให้ผลออกมาทางเว็บ หรือไปเพิ่ม ลบ แก้ไขข้อมูล ที่ถูกจัดเก็บไว้ใน web server&lt;br /&gt;ถ้าทิ้งการเขียนโปรแกรมไปนาน ควรทบทวนสักหน่อยว่า ภาษาคอมพิวเตอร์แบบมีโครงสร้าง (structure programming) จะมีหลักการ 3 หลักการ&lt;br /&gt;-การทำงานของโปรแกรมแบบตามลำดับ (Sequence) -การทำงานแบบเลือกตามเงื่อนไข (Decision) -การทำงานแบบทำซ้ำ (Loop)&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://mail.hu.ac.th/~s4052051/ex41.html"&gt;http://mail.hu.ac.th/~s4052051/ex41.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;43. NLQ (Near letter quality) คืออะไรก. คุณสมบัติของเครื่อง laser printer ท่านจะเห็นได้ที่ใต้เครื่อง laser printer ทุกยี่ห้อข. คุณสมบัติของเครื่องพิมพ์ Dot matrix ที่ทำให้เครื่องพิมพ์พิมพ์ตัวอักษรได้คมชัดที่สุดค. คุณสมบัติที่เป็นอีกชื่อหนึ่งของ DRAFT ในเครื่องพิมพ์ Dot matrixง. ชื่อเครื่องพิมพ์ Laser printer เครื่องแรกของโลกที่ถูกออกแบบโดย Bill gate&lt;br /&gt;อธิบาย : NLQ&lt;a href="http://guru.sanook.com/dictionary/dict_comp/เอ็นแอลคิว/"&gt;เอ็นแอลคิว&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ความหมายย่อมาจาก near letter quality (คุณภาพเกือบคมชัด) แปลตามตัวอักษรว่า เกือบเหมือนตัวพิมพ์ดีด ใช้เป็นคำอธิบายถึงคุณภาพของเครื่องพิมพ์ว่า สามารถพิมพ์ได้เกือบคมชัด หรือใกล้เคียงตัวพิมพ์ดีด เครื่องพิมพ์ที่มีคุณภาพ จะมองดูเหมือนการนำจุดมาเรียงกันให้เป็นรูปตัวอักษร ฉะนั้น เครื่องพิมพ์ชนิดที่มีจุดมาก ๆ ติด ๆ กัน จะทำให้ความคมชัด (high resolution) ตัวอักษรที่พิมพ์ออกมา จะดูสวยและประณีต เหมือนตัวพิมพ์ดีด การวัดคุณภาพของเครื่องพิมพ์ จึงวัดเป็นจำนวนจุดต่อนิ้ว เช่น 600 จุดต่อนิ้ว ย่อมดีกว่า 300 จุดต่อนิ้ว เป็นต้น (300 จุดต่อนิ้ว พอจะเรียกได้ว่า คุณภาพเกือบคมชัด) ดู printer และ letter quality ประกอบ&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://guru.sanook.com/dictionary/dict_comp/NLQ/"&gt;http://guru.sanook.com/dictionary/dict_comp/NLQ/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;84. ความเร็ว 1 nanosecond หมายถึงเท่าใดก. 3 ต่อล้านล้านวินาทีข. 3 ต่อล้านวินาทีค. 1 ต่อพันวินาทีง. 1 ต่อพันล้านวินาที&lt;br /&gt;อธิบาย :&lt;br /&gt;nanosecond&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1 nanosecond (ns หรือ nsec) คือ 1 ส่วน พันล้าน (1/1,000,000,000) หรือ 10^-9 ของวินาที และโดยทั่วไปใช้วัดเวลาของการอ่าน หรือเขียนที่เข้าถึงหน่วยความจำชั่วคราว (RAM)สำหรับการเปรียบเทียบ 1 Millisecond (ms หรือ msec) คือ 1 ส่วนพัน(1/000 ของวินาที และโดยทั่วไปใช้วัดเวลาของการอ่าน หรือเขียนจากฮาร์ดดิสก์ หรือ เครื่องเล่น CD-ROM หรือการวัดเวลาเดินทางแพ็คเกตบนอินเตอร์เน็ตmicrosecond คือ 1 ส่วน ล้าน (1/1,000,000) หรือ 10-6 ของวินาทีpicosecond คือ 1 ส่วนล้านล้าน ( 1/1,000,000,000,000) หรือ 10-12 ของวินาที หรือ 1 ส่วนล้านของ microsecondfemtosecond คือ 1 ส่วนล้าน (1/1,000,000) ของ nanosecond หรือ 10-15 ของวินาที และบางครั้งใช้วัดในเทคโนโลยีเลเซอร์attosecond คือ 10-18 วินาที และใช้ในการวิจัยโฟตอน&lt;br /&gt;URL: http://www.bcoms.net/dictionnary/detail.asp?id=401&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;52. 1 TB (เทราไบต์) มีกี่ GB (กิกะไบต์)ก. 65536ข. 8ค. 256ง. 1024&lt;br /&gt;อธิบาย : ISDN  ย่อมาจาก Integrated Services Digital Network เป็นโปรโตคอล สำหรับสื่อสาร ที่ให้บริการ โดยบริษัทโทรศัพท์พื้นฐานต่างๆ สามารถให้บริการ เชื่อมต่อความเร็วสูง ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครือข่าย ในสถานที่ต่างๆ ได้&lt;br /&gt;URL: http://itd.nha.co.th/download/nha_news/word_network2.doc&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-3766234279348944397?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/3766234279348944397/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=3766234279348944397' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/3766234279348944397'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/3766234279348944397'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2009/01/3_09.html' title='ข้อสอบชุด3'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-3555832793888726723</id><published>2009-01-09T08:26:00.000-08:00</published><updated>2009-01-09T08:27:17.710-08:00</updated><title type='text'>ข้อสอบชุด3</title><content type='html'>ข้อสอบขุดที่ 3&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;3. คำว่า RGB ที่เกี่ยวกับสี RGB นั้นย่อมาจากอะไรก. RED GREAT BLANKข. RED GREEN BLUEค. REAL GROUP BESTง. RIGHT GIVE BEST&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;อธิบาย : โหมดสี RGB ย่อมาจาก Red Green Blue แสงสีขาวจากธรรมชาติหรือแสงจากดวงอาทิตย์ เกิดจากการผสมสีของแม่สีสามสีคือ แดง เขียวและน้ำเงิน ซึ่งเหมือนกับสีที่ปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งโหมดสี RGB นี้ เหมาะสำหรับการนำภาพไปเป็น ฟิล์มสไลด์/เนกาตีฟ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.it-guides.com/lesson/pshop_04.html"&gt;http://www.it-guides.com/lesson/pshop_04.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;6. MODEM คืออะไรก. อุปกรณ์แปลงสัญญาณ Digital ไปสู่สัญญาณ Analog และจากสัญญาณ Analog กลับมาเป็นสัญญาณ digital ซึ่งใช้ประโยชน์ในการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์ผ่านสัญญาณเช่น โทรศัพท์ เป็นต้นข. อุปกรณ์สร้างภาพ 3 มิติให้กับเกมส์ของบริษัท SEGA รุ่นใหม่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และออกวางตลาดในปี 2542 และแพร่หลายอย่างรวดเร็วไปในทุกประเทศค. ชื่อของจรวดทำลายชนิดใหม่ ที่ติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์สำหรับนำวิธีมีขนาดเล็กเท่าปากกา พกพาได้สะดวก แต่มีพลังทำลายเทียบเท่าหรือมากกว่า 10 กิโลเมตร แต่มีข้อดีคือไม่มีการแผ่รังสี แต่อย่างใดง. ถูกทุกข้อ&lt;br /&gt;อธิบาย : Modem(Modulator Demodulator)คืออุปกรณ์ที่สามารถแปลงสัญญาณจาก Digital(สัญญาณข้อมูล) ไปเป็น Analog(สัญญาณเสียง) และจาก Analog ไปเป็น Digital เพื่อใช้ในการรับ-ส่งสัญญาณข้อมูลผ่านสายโทรศัพท์ Modulation คือ เทคนิคที่ใช้ในการนำหรือส่งข้อมูลไปให้ได้ไกลมากขึ้นกว่าเดิม โดยการรวมสัญญาณเสียง(Modulating Signal) เข้ากับสัญญาณความถี่สูง(Carrier Signal) เพื่อให้เกิดกำลังในการส่งสัญญาณเสียงไปได้ไกลยิ่งขึ้นด้วยคุณสมบัติของสัญญาณความถี่สูง มักจะใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียง&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.geocities.com/thinkingworld/network/modem.html"&gt;http://www.geocities.com/thinkingworld/network/modem.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;18. LAN คืออะไร ในเรื่องของคอมพิวเตอร์ก. สัตว์ชนิดหนึ่งที่ ชาวบ้านมักนำมาผัดเผ็ด หรือลาบข. ระบบ Internet ระบบใหม่ ที่ทำให้ทุกหน่วยงานเชื่อมต่อ Internet ได้โดยไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ค. ระบบเครือข่ายระยะใกล้ (Local Area Network)ง. ระบบเครือข่ายระยะไกล ที่ทำให้คอมพิวเตอร์เชื่อมต่อถึงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Long Area Network)&lt;br /&gt;อธิบาย :  ย่อมาจาก Local Area Network ซึ่งแปลได้ว่า “ระบบเครือข่ายขนาดเล็ก” ที่ต้องประกอบด้วย Server และ Client โดยจะต้องมีคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น ผู้ให้บริการ และ ผู้ใช้บริการ โดยที่ ผู้ให้บริการ ซึ่งเป็น Server นั้น จะเป็นผู้ควบคุมระบบว่าจะให้การทำให้การทำงานเป็นเช่นไร และในส่วนของ Server เองจะต้องเป็น เครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มีสถานะภาพสูง เช่นทำงานเร็ว สามารถอ้าง หน่วยความจำ ได้มาก มีระดับการประมวลผลที่ดี และจะต้องเป็นเครื่องที่จะต้องมีระยะการทำงานที่ยาวนาน เพราะว่า Server จะถูกเปิดให้ทำงานอยู่ตลอดเวลา จึงเป็นสิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่ง&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.netregis.com/serv-networklan.php"&gt;http://www.netregis.com/serv-networklan.php&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1 KB (กิโลไบต์) มีกี่ Byte (ไบต์)ก. 1024ข. 8ค. 256ง. 65536&lt;br /&gt;อธิบาย : 1024 bits = 1 Kilobit&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.mrpalm.com/board/view_board.php?id=78206"&gt;http://www.mrpalm.com/board/view_board.php?id=78206&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Octal number หมายถึงเลขฐานใดก. 2ข. 8ค. 16ง. 256&lt;br /&gt;อธิบาย : ระบบเลขฐานแปด (octal number System)          ระบบเลขฐานแปดเป็นระบบเลขที่มีเลขโดดที่ใช้ทั้งหมดแปดตัวเรียงตามลำดับค่าดังนี้ 0, 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7 ซึ่งเป็นระบบเลขที่มีความสำคัญมากอีกระบบหนึ่งที่ใช้ในการศึกษาวงจรในระบบดิจิตอลคอม พิวเตอร์ในการศึกษาระบบเลขฐานแปดนั้นก็ทำได้ในลักษณะเดียวกับระบบเลขฐานสิบหรือฐานสอง ซึ่งก็สามารถพิจารณาได้ทั้งเลขจำนวนเต็มหรือเลขหลังจุดทศนิยม ซึ่งสามารถกระจายตามค่าประจำหลัก ได้ค่าประจำหลักของเลขจำนวนเต็มจะเป็น โดยเริ่มจากหลักขวามือสุดไปทางด้านซ้ายเป็นลำดับจนถึงหลักซ้ายมือสุดคือหลักที่ n ที่มีค่าประจำหลักเป็น&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.geocities.com/edward881th/octal.htm"&gt;http://www.geocities.com/edward881th/octal.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;43. NLQ (Near letter quality) คืออะไรก. คุณสมบัติของเครื่อง laser printer ท่านจะเห็นได้ที่ใต้เครื่อง laser printer ทุกยี่ห้อข. คุณสมบัติของเครื่องพิมพ์ Dot matrix ที่ทำให้เครื่องพิมพ์พิมพ์ตัวอักษรได้คมชัดที่สุดค. คุณสมบัติที่เป็นอีกชื่อหนึ่งของ DRAFT ในเครื่องพิมพ์ Dot matrixง. ชื่อเครื่องพิมพ์ Laser printer เครื่องแรกของโลกที่ถูกออกแบบโดย Bill gate&lt;br /&gt;อธิบาย : Near Letter Quality เป็นการพิมพ์เอกสารที่มีคุณภาพคมชัดใกล้เคียงตัวอักษรปกติ ส่วน Draft เป็นการพิมพ์แบบร่างที่ไม่ต้องการความคมชัดมาก เช่น พิมพ์ใบเสร็จ&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://suanpalm3.kmutnb.ac.th/thai/it_news%5Bread%5D.asp?id=18"&gt;http://suanpalm3.kmutnb.ac.th/thai/it_news%5Bread%5D.asp?id=18&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;49. 1 KB (กิโลไบต์) มีกี่ Byte (ไบต์)ก. 1024ข. 8ค. 256ง. 65536&lt;br /&gt;อธิบาย : ไบต์ (byte) หมายถึง เนื้อที่ที่&lt;a title="คอมพิวเตอร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C"&gt;คอมพิวเตอร์&lt;/a&gt;จัดไว้สำหรับเก็บข้อมูล 1 ตัวอักษรตามรหัส&lt;a title="แอสกี" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B5"&gt;แอสกี&lt;/a&gt; (เช่น A, B, C, ก, ข, ค, ง ฯลฯ) หรือจำนวนเต็ม 1 จำนวน (-128 ถึง 127 เมื่อคิดเครื่องหมาย หรือ 0 ถึง 255 เมื่อไม่คิดเครื่องหมาย) โดยปกติแล้ว 1 ไบต์จะประกอบด้วยข้อมูล&lt;a title="เลขฐานสอง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87"&gt;เลขฐานสอง&lt;/a&gt;จำนวน 8 &lt;a title="บิต" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%95"&gt;บิต&lt;/a&gt; และใช้เป็นหน่วยวัดขนาดของ&lt;a title="หน่วยความจำ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B3"&gt;หน่วยความจำ&lt;/a&gt;หรือ&lt;a title="สื่อบันทึกข้อมูล (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;สื่อบันทึกข้อมูล&lt;/a&gt;ว่า สามารถเก็บข้อมูลได้กี่ตัวอักษร&lt;br /&gt;ใน&lt;a title="วิทยาการคอมพิวเตอร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C"&gt;วิทยาการคอมพิวเตอร์&lt;/a&gt; หน่วยวัดที่ใช้กันนั้น นิยมวัดเป็น&lt;a title="กิโลไบต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;กิโลไบต์&lt;/a&gt; (Kilobyte) &lt;a title="เมกะไบต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;เมกะไบต์&lt;/a&gt; (Megabyte) &lt;a title="จิกะไบต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;จิกะไบต์&lt;/a&gt; (Gigabyte) และ&lt;a title="เทระไบต์ (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;เทระไบต์&lt;/a&gt; (Terabyte) ซึ่งแต่ละหน่วยวัดมีค่าตัวคูณต่างกัน 1,024 หรือ 210 หน่วย แต่มนุษย์จะประมาณค่าตัวคูณไว้ที่ 1,000 หน่วยเพื่อความสะดวกในการคำนวณ หน่วยวัดแต่ละหน่วยสามารถสรุปได้ดังนี้&lt;br /&gt;1 กิโลไบต์ = 1,024 ไบต์&lt;br /&gt;1 เมกะไบต์ = 1,048,576 ไบต์ หรือ 1,024 กิโลไบต์&lt;br /&gt;1 จิกะไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ หรือ 1,024 เมกะไบต์&lt;br /&gt;1 เทระไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ หรือ 1,024 จิกะไบต์&lt;br /&gt;URL: http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;62. 1 MB (เมกะไบต์) มีกี่ KB (กิโลไบต์)ก. 8ข. 1024ค. 256ง. 65536&lt;br /&gt;อธิบาย : ไบต์ (byte) หมายถึง เนื้อที่ที่&lt;a title="คอมพิวเตอร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C"&gt;คอมพิวเตอร์&lt;/a&gt;จัดไว้สำหรับเก็บข้อมูล 1 ตัวอักษรตามรหัส&lt;a title="แอสกี" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%81%E0%B8%B5"&gt;แอสกี&lt;/a&gt; (เช่น A, B, C, ก, ข, ค, ง ฯลฯ) หรือจำนวนเต็ม 1 จำนวน (-128 ถึง 127 เมื่อคิดเครื่องหมาย หรือ 0 ถึง 255 เมื่อไม่คิดเครื่องหมาย) โดยปกติแล้ว 1 ไบต์จะประกอบด้วยข้อมูล&lt;a title="เลขฐานสอง" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%82%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%87"&gt;เลขฐานสอง&lt;/a&gt;จำนวน 8 &lt;a title="บิต" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%95"&gt;บิต&lt;/a&gt; และใช้เป็นหน่วยวัดขนาดของ&lt;a title="หน่วยความจำ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A2%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%88%E0%B8%B3"&gt;หน่วยความจำ&lt;/a&gt;หรือ&lt;a title="สื่อบันทึกข้อมูล (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;สื่อบันทึกข้อมูล&lt;/a&gt;ว่า สามารถเก็บข้อมูลได้กี่ตัวอักษร&lt;br /&gt;ใน&lt;a title="วิทยาการคอมพิวเตอร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C"&gt;วิทยาการคอมพิวเตอร์&lt;/a&gt; หน่วยวัดที่ใช้กันนั้น นิยมวัดเป็น&lt;a title="กิโลไบต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;กิโลไบต์&lt;/a&gt; (Kilobyte) &lt;a title="เมกะไบต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;เมกะไบต์&lt;/a&gt; (Megabyte) &lt;a title="จิกะไบต์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;จิกะไบต์&lt;/a&gt; (Gigabyte) และ&lt;a title="เทระไบต์ (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;เทระไบต์&lt;/a&gt; (Terabyte) ซึ่งแต่ละหน่วยวัดมีค่าตัวคูณต่างกัน 1,024 หรือ 210 หน่วย แต่มนุษย์จะประมาณค่าตัวคูณไว้ที่ 1,000 หน่วยเพื่อความสะดวกในการคำนวณ หน่วยวัดแต่ละหน่วยสามารถสรุปได้ดังนี้&lt;br /&gt;1 กิโลไบต์ = 1,024 ไบต์&lt;br /&gt;1 เมกะไบต์ = 1,048,576 ไบต์ หรือ 1,024 กิโลไบต์&lt;br /&gt;1 จิกะไบต์ = 1,073,741,824 ไบต์ หรือ 1,024 เมกะไบต์&lt;br /&gt;1 เทระไบต์ = 1,099,511,627,776 ไบต์ หรือ 1,024 จิกะไบต์&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C"&gt;http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%8C&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;4. Time sharing คืออะไรก. ยี่ห้อคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้ยานอวกาศเดินทางได้เร็วกว่าแสง หรือเทียบเท่าข. ระบบคอมพิวเตอร์ที่ทำให้ผู้ใช้หลายคนสามารถแบ่งใช้หน่วยประมวลผลกลางเครื่องเดียวกันค. ระบบ Internet ที่ใช้เวลาในการตัดสินการเข้าถึงข้อมูล จาก ISP คนละจุดง. ชื่อ CPU รุ่นใหม่ที่ออกแบบ โดย Intel corporation&lt;br /&gt;อธิบาย : ระบบแบ่งเวลา (Time-sharing หรือ Multitasking)&lt;br /&gt;เป็นการขยายระบบ multiprogramming ทำให้สามารถสับเปลี่ยนงานของคนหลาย ๆ คนเข้าสู่ซีพียู ซึ่งการสับเปลี่ยนที่ทำด้วยความเร็วสูงจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนครอบครองซีพียูอยู่เพียงผู้เดียว&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.thaiall.com/os/os01.htm"&gt;http://www.thaiall.com/os/os01.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;5. Time slice คืออะไรก. การแบ่งเวลาเป็นเสี้ยวให้กับนาฬิกาแบบ Analog ทำงาน เพื่อให้นาฬิกาเดินได้ตรงที่สุดข. การแบ่งเวลาในระบบ Time sharing ซึ่งจะให้ผู้ใช้แต่ละคนมีเวลาใช้หน่วยประมวลผลกลางเท่ากับ Time slice ถ้าผู้ใช้ยังทำงานไม่เสร็จ ในช่วง Time slice แต่หมดเวลาก่อน ก็จะหยุดงานนั้น และยอมให้ Terminal อื่นใช้ CPU โดยมีเวลาเท่ากับ Timeslice และจะวนจนกระทั่งกลับไปหาค. ช่องว่างของเวลาที่เหลื่อมล้ำกันระหว่างปีเก่ากับปีใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญทำให้ปีหนึ่งมี 365 หรือ 366 วันง. ไม่มีข้อใดถูก&lt;br /&gt;อธิบาย : Running เป็นสถานะที่ซีพียูกำลังรันโพรเซสนั้นอยู่ โดยระยะเวลาที่ทำการรันนั้นเรียกว่า Time Slice ซึ่งสามารถกำหนดได้โดยการเลื่อนที่เข็มที่ Clock ไปทางซ้ายหรือขวา (ตำแหน่ง ซ้ายสุด มี Time Slice จะสั้นที่สุด)&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.kmitl.ac.th/~s7010154/manual.html"&gt;http://www.kmitl.ac.th/~s7010154/manual.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;10. Multiprogramming คืออะไรก. การประมวลผลที่ทำให้โปรแกรมมากกว่าหนึ่งโปรแกรมสามารถทำงานได้พร้อมกัน ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่จะทำงานแบบนี้ได้ต้องมี CPU มากกว่าสอง เชื่อมโยงกันอยู่ และเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงานแบบ พหุคูณข. การทำให้โปรแกรมมากกว่าหนึ่งโปรแกรมประมวลผลได้พร้อมกัน โดยแบ่งการทำงานออกเป็นส่วน ๆ เช่นการอ่านข้อมูลจากแผ่น การสั่งพิมพ์ทางเครื่องพิมพ์ และการ Backup ข้อมูลลงเทปเป็นต้นค. การทำงานของโปรแกรมที่ทำงานได้พร้อม ๆ กันเช่น การทำงานในระบบ Windows ที่ยอมให้มีหลายโปรแกรมทำงานได้พร้อม ๆ กัน และมักเป็นการใช้ CPU ตัวเดียว และเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงานแบบ พหุคูณง. ไม่มีข้อใดถูก&lt;br /&gt;อธิบาย : ระบบมัลติโปรแกรมมิ่ง (Multiprogramming)&lt;br /&gt;การทำงานที่โหลดโปรแกรมไปไว้ในหน่วยความจำหลัก และพร้อมที่จะประมวลผลได้ทันที ระบบปฏิบัติการจะเลือกงานเข้าไปประมวลผลจนกว่าจะหยุดคอยงานบางอย่าง ในช่วงที่หยุดรอจะดึงงานเข้าไปประมวลผลต่อทันที ทำให้มีการใช้ซีพียูได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.thaiall.com/os/os01.htm"&gt;http://www.thaiall.com/os/os01.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;9. Multiprocessing คืออะไรก. การประมวลผลที่ทำให้โปรแกรมมากกว่าหนึ่งโปรแกรมสามารถทำงานได้พร้อมกัน ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่จะทำงานแบบนี้ได้ต้องมี CPU มากกว่าสอง เชื่อมโยงกันอยู่ และเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงานแบบ พหุคูณข. การทำให้โปรแกรมมากกว่าหนึ่งโปรแกรมประมวลผลได้พร้อมกัน โดยแบ่งการทำงานออกเป็นส่วน ๆ เช่นการอ่านข้อมูลจากแผ่น การสั่งพิมพ์ทางเครื่องพิมพ์ และการ Backup ข้อมูลลงเทปเป็นต้นค. การทำงานของโปรแกรมที่ทำงานได้พร้อม ๆ กันเช่น การทำงานในระบบ Windows ที่ยอมให้มีหลายโปรแกรมทำงานได้พร้อม ๆ กัน และมักเป็นการใช้ CPU ตัวเดียว และเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงานแบบ พหุคูณง. ไม่มีข้อใดถูก&lt;br /&gt;อธิบาย : ระบบมัลติโปรเซสเซอร์ (Multiprocessor system)&lt;br /&gt;Symmetric-multiprocessing&lt;br /&gt;การประมวลผลแบบสมมาตร หมายถึงการประมวลผลหลายโปรเซสเซอร์ที่ไม่มีโปรเซสเซอร์ตัวใดรับโหลดมากกว่าตัวอื่น&lt;br /&gt;Asymmetric-multiprocessing&lt;br /&gt;การประมวลผลแบบไม่สมมาตร หมายถึงการมีโปรเซสเซอร์ตัวหนึ่งเป็นตัวควบคุม และแบ่งงานแต่ละแบบให้โปรเซสเซอร์แต่ละตัวตามความเหมาะสม&lt;br /&gt;URL:  &lt;a href="http://www.thaiall.com/os/os01.htm"&gt;http://www.thaiall.com/os/os01.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;11. Multitasking คืออะไรก. การประมวลผลที่ทำให้โปรแกรมมากกว่าหนึ่งโปรแกรมสามารถทำงานได้พร้อมกัน ซึ่งคอมพิวเตอร์ที่จะทำงานแบบนี้ได้ต้องมี CPU มากกว่าสอง เชื่อมโยงกันอยู่ และเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงานแบบ พหุคูณข. การทำให้โปรแกรมมากกว่าหนึ่งโปรแกรมประมวลผลได้พร้อมกัน โดยแบ่งการทำงานออกเป็นส่วน ๆ เช่นการอ่านข้อมูลจากแผ่น การสั่งพิมพ์ทางเครื่องพิมพ์ และการ Backup ข้อมูลลงเทปเป็นต้นค. การทำงานของโปรแกรมที่ทำงานได้พร้อม ๆ กันเช่น การทำงานในระบบ Windows ที่ยอมให้มีหลายโปรแกรมทำงานได้พร้อม ๆ กัน และมักเป็นการใช้ CPU ตัวเดียว และเรียกการทำงานแบบนี้ว่าการทำงานแบบ พหุคูณง. ไม่มีข้อใดถูก&lt;br /&gt;อธิบาย : ระบบแบ่งเวลา (Time-sharing หรือ Multitasking)&lt;br /&gt;เป็นการขยายระบบ multiprogramming ทำให้สามารถสับเปลี่ยนงานของคนหลาย ๆ คนเข้าสู่ซีพียู ซึ่งการสับเปลี่ยนที่ทำด้วยความเร็วสูงจะทำให้ผู้ใช้รู้สึกเหมือนครอบครองซีพียูอยู่เพียงผู้เดียว&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.thaiall.com/os/os01.htm"&gt;http://www.thaiall.com/os/os01.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;12. ปัญญาประดิษฐ์ (AI-Artificial Intelligence) ประกอบด้วย 3 สิ่ง สิ่งใดต่อไปนี้ไม่ใช่ก. การประมวลภาษาธรรมชาติ (Natural language processing) ซึ่งหมายถึงการทำให้คอมพิวเตอร์สามารถพูด อ่าน และเข้าใจภาษาที่มนุษย์ใช้ในชีวิตประจำวันข. หุ่นยนต์ (Robotics) คือการสร้างหุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวเรียนแบบมนุษย์ สามารถเข้าใจคำสั่ง และเคลื่อนไหวได้อย่างเหมาะสมค. ระบบผู้เชี่ยวชาญ(Expert Systems) คือการพัฒนาให้คอมพิวเตอร์มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเหมือนที่มนุษย์เชี่ยวชาญ และสามารถคิด หรือตัดสินใจทำในสิ่งที่เหมาะสมง. ระบบปกป้องตนเองจากภยันอันตราย (Self protection) เพราะการประดิษฐ์ปัญญาจะต้องทำให้ปัญญานั้นรู้จักการปกป้อง เพื่อให้เกิดความอยู่รอด เหมือนสัญชาติญาณของสัตว์ที่ต้องการความอยู่รอดเป็นอันดับแรก&lt;br /&gt;อธิบาย : AI : Artificial Intelligence หรือปัญญาประดิษฐ์เป็นศาสตร์แขนงหนึ่งของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ ที่เกี่ยวข้องกับวิธีการทำให้คอมพิวเตอร์มีความสามารถคล้ายมนุษย์หรือเลียนแบบพฤติกรรมมนุษย์ โดยเฉพาะความสามารถในการคิดเองได้ หรือมีปัญญานั่นเอง ปัญญานี้มนุษย์เป็นผู้สร้างให้คอมพิวเตอร์ จึงเรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ มุมมองต่อ AI ที่แต่ละคนมีอาจไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับว่า เราต้องการความฉลาดโดย คำนึงถึงพฤติกรรมที่มีต่อสิ่งแวดล้อมหรือคำนึงการคิดได้ของผลผลิต AI ดังนั้นจึงมีคำนิยาม AI ตามความสามารถที่มนุษย์ต้องการให้มันแบ่งได้ 4 กลุ่ม ดังนี้&lt;br /&gt;       Acting Humanly : การกระทำคล้ายมนุษย์ เช่น      - สื่อสารกับมนุษย์ได้ด้วยภาษาที่มนุษย์ใช้ เช่น ภาษาอังกฤษ เป็นการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (natural language processing) อย่างหนึ่ง เช่น เพื่อน ๆ ใช้เสียงสั่งให้คอมพิวเตอร์พิมพ์เอกสารให้       - มีประสาทรับสัมผัสคล้ายมนุษย์ เช่นคอมพิวเตอร์วิทัศน์ (computer vision) คอมพิวเตอร์มองเห็น รับภาพได้โดยใช้อุปกรณ์รับสัญญาณภาพ (sensor)      - หุ่นยนต์ช่วยงานต่าง ๆ เช่น ดูดฝุ่น เคลื่อนย้ายสิ่งของ      - machine learning หรือคอมพิวเตอร์เกิดการเรียนรู้ได้ โดยสามาถตรวจจับรูปแบบการเกิดของเหตุการณ์ใด ๆ แล้วปรับตัวสู่สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้&lt;br /&gt;       Thinking Humanly : การคิดคล้ายมนุษย์ ก่อนที่จะทำให้เครื่องคิดอย่างมนุษย์ได้ ต้องรู้ก่อนว่ามนุษย์มีกระบวนการคิดอย่างไร ซึ่งการวิเคราะห์ลักษณะการคิดของมนุษย์เป็นศาสตร์ด้าน cognitive science เช่น ศึกษาโครงสร้างสามมิติของเซลล์สมอง การแลกเปลี่ยนประจุไฟฟ้าระหว่างเซลล์สมอง วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงทางเคมีไฟฟ้าในร่างกายระหว่างการคิด ซึ่งจนถึงปัจจุบันเราก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่า มนุษย์เรา คิดได้อย่างไร&lt;br /&gt;       Thinking rationally : คิดอย่างมีเหตุผล หรือคิดถูกต้อง โดยใช้หลักตรรกศาสตร์ในการคิดหาคำตอบอย่างมีเหตุผล เช่น ระบบผู้เชี่ยวชาญ&lt;br /&gt;       Acting rationally : กระทำอย่างมีเหตุผล เช่น agent (agent เป็นโปรแกรมที่มีความสามารถในการกระทำ หรือเป็นตัวแทนในระบบอัตโนมัติต่าง ๆ ) สามารถกระทำอย่างมีเหตุผลคือ agent ที่กระทำการเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้ เช่น agent ในระบบขับรถอัตโนมัติที่มีเป้าหมายว่าต้องไปถึงเป้าหมายในระยะทางที่สั้นที่สุด ต้องเลือกเส้นทางที่ไปยังเป้าหมายที่สั้นที่สุดที่เป็นไปได้จึงจะเรียกได้ว่า agent กระทำอย่างมีเหตุผล อีกตัวอย่างเช่น agent ในเกมหมากรุกมีเป้าหมายว่าต้องเอาชนะคู่ต่อสู้ ต้องเลือกเดินหมากที่จะทำให้คู่ต่อสู้แพ้ให้ได้ เป็นต้น&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.nkp.go.th/content_detail.php?content_id=23&amp;amp;cate_id"&gt;http://www.nkp.go.th/content_detail.php?content_id=23&amp;amp;cate_id&lt;/a&gt;=&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;15. ฐานข้อมูล (Database) จะแก้ปัญหาเรื่องใดต่อไปนี้ไม่ได้ก. การซ้ำซ้อนของข้อมูลข. ข้อมูลไม่เชื่อมโยงถึงกันค. ความไม่ทันสมัยของข้อมูลง. ไม่มีข้อมูล&lt;br /&gt;อธิบาย : ฐานข้อมูล (Database) คือ  กลุ่มของข้อมูลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเป็นเรื่องเดียวกัน  เช่น  กลุ่มข้อมูลเกี่ยวกับพนักงานบริษัท ประกอบด้วย  รหัสพนักงาน  ชื่อ  นามสกุล  เบอร์โทรศัพท์ และกลุ่มข้อมูลดังกล่าวถูกจัดเก็บอยู่รวมกันหลาย ๆ กลุ่ม  ซึ่งอาจจะเก็บอยู่ในรูปแฟ้มเอกสารหรืออยู่ในคอมพิวเตอร์&lt;br /&gt;                กล่าวโดยสรุปแล้ว  ฐานข้อมูลมีลักษณะสำคัญ ดังนี้&lt;br /&gt;เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล&lt;br /&gt;ข้อมูลที่จัดเก็บมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องเป็นเรื่องเดียวกัน&lt;br /&gt;สามารถแสดงออกมาอยู่ในรูปแบบของตารางได้&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.phcpl.com/sakda/Database_Table/database.htm"&gt;http://www.phcpl.com/sakda/Database_Table/database.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;27. ภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดที่เป็นพื้นฐานของภาษา DELPHIก. Cข. BASICค. PASCALง. RPG&lt;br /&gt;อธิบาย : เป็น compiler ที่เขียนแบบ visual คล้ายๆ กับ vb เขียนโดยอาศัยพื้นฐานของ ภาษา PASCAL จุดเด่น : เน้นการเขียนแบบ OOP เป็นหลักตั้ง ver 1.0 app : หลังจาก compile มาแล้ว จะได้ exe ที่สามารถเอาไป run ที่เครื่องได้เลยโดยไม่ต้องมีตัว runtime ช่วย run&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://www.thaiadmin.org/board/index.php?topic=71243.new"&gt;http://www.thaiadmin.org/board/index.php?topic=71243.new&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;31. ภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใด มีรูปแบบคล้าย PERLก. Cข. BASICค. PASCALง. RPG&lt;br /&gt;อธิบาย :&lt;br /&gt;ภาษา Perl&lt;br /&gt;ข้อควรทราบก่อนลงมือเขียน&lt;br /&gt;เป็นสิ่งจำเป็น ที่ท่าน ควรจะศึกษาภาษาอื่นให้เข้าใจมาก่อน แบบงู ๆ ปลา ๆ ก็ยังดี เช่นภาษาเบสิก&lt;br /&gt;หรือ pascal หรือ c ก็ยิ่งเยี่ยมไปเลย เพราะภาษานี้ ต่างกับภาษาอื่นอยู่อย่างหนึ่ง คือไม่ใช้ภาษาพื้นฐานสำหรับศึกษาให้เข้าใจได้ง่าย ๆ แต่เป็นภาษาที่สนับสนุนการใช้งานเว็บของผู้เขียน&lt;br /&gt;homepage เป็นแล้วในระดับกลางถึงสูง จึงไม่เหมาะกับผู้เริ่มต้นเขียนภาษานี้ภาษาเป็นภาษาแรก หรือภาษาที่สองรองจาก html หากตั้งใจจะเขียนภาษานี้เป็นภาษาที่สองจริง ๆ&lt;br /&gt;ก็ไม่เป็นไรเพราะทำบทเรียนพื้นฐานไว้ให้ศึกษาการเขียนโปรแกรมแบบมีโครงสร้างไว้ด้วยเช่นกัน ก่อนเริ่มศึกษา ต้องมี server ที่จะใช้ทดสอบ จากประสบการณ์ของ มี 2 อย่างให้เลือก คือ ลงโปรแกรม web server ในเครื่อง PC ของตนเองที่มี perl compiler ในตัว เช่น WebSitepro ซึ่งทำให้ใช้ perl ในเครื่องโดยไม่ต้อง online และอีกวิธีคือ การขอ free homepage จาก hypermart.net ซึ่งตัวอย่างทั้งหมดของผมจะใช้งานได้ที่ hypermart นี้ทันที และผลที่ท่านเขียนจากการศึกษาจะใช้ทดลอง และจำไปใช้จริงได้ที่นี่บทเรียนทั้งหมดนี้ เน้นการเขียน perl เพื่อจัดการกับข้อมูล โดย รับคำสั่งผ่านเว็บ และให้ผลออกมาทางเว็บ หรือไปเพิ่ม ลบ แก้ไขข้อมูล ที่ถูกจัดเก็บไว้ใน web server&lt;br /&gt;ถ้าทิ้งการเขียนโปรแกรมไปนาน ควรทบทวนสักหน่อยว่า ภาษาคอมพิวเตอร์แบบมีโครงสร้าง (structure programming) จะมีหลักการ 3 หลักการ&lt;br /&gt;-การทำงานของโปรแกรมแบบตามลำดับ (Sequence) -การทำงานแบบเลือกตามเงื่อนไข (Decision) -การทำงานแบบทำซ้ำ (Loop)&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://mail.hu.ac.th/~s4052051/ex41.html"&gt;http://mail.hu.ac.th/~s4052051/ex41.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;43. NLQ (Near letter quality) คืออะไรก. คุณสมบัติของเครื่อง laser printer ท่านจะเห็นได้ที่ใต้เครื่อง laser printer ทุกยี่ห้อข. คุณสมบัติของเครื่องพิมพ์ Dot matrix ที่ทำให้เครื่องพิมพ์พิมพ์ตัวอักษรได้คมชัดที่สุดค. คุณสมบัติที่เป็นอีกชื่อหนึ่งของ DRAFT ในเครื่องพิมพ์ Dot matrixง. ชื่อเครื่องพิมพ์ Laser printer เครื่องแรกของโลกที่ถูกออกแบบโดย Bill gate&lt;br /&gt;อธิบาย : NLQ&lt;a href="http://guru.sanook.com/dictionary/dict_comp/เอ็นแอลคิว/"&gt;เอ็นแอลคิว&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;ความหมายย่อมาจาก near letter quality (คุณภาพเกือบคมชัด) แปลตามตัวอักษรว่า เกือบเหมือนตัวพิมพ์ดีด ใช้เป็นคำอธิบายถึงคุณภาพของเครื่องพิมพ์ว่า สามารถพิมพ์ได้เกือบคมชัด หรือใกล้เคียงตัวพิมพ์ดีด เครื่องพิมพ์ที่มีคุณภาพ จะมองดูเหมือนการนำจุดมาเรียงกันให้เป็นรูปตัวอักษร ฉะนั้น เครื่องพิมพ์ชนิดที่มีจุดมาก ๆ ติด ๆ กัน จะทำให้ความคมชัด (high resolution) ตัวอักษรที่พิมพ์ออกมา จะดูสวยและประณีต เหมือนตัวพิมพ์ดีด การวัดคุณภาพของเครื่องพิมพ์ จึงวัดเป็นจำนวนจุดต่อนิ้ว เช่น 600 จุดต่อนิ้ว ย่อมดีกว่า 300 จุดต่อนิ้ว เป็นต้น (300 จุดต่อนิ้ว พอจะเรียกได้ว่า คุณภาพเกือบคมชัด) ดู printer และ letter quality ประกอบ&lt;br /&gt;URL: &lt;a href="http://guru.sanook.com/dictionary/dict_comp/NLQ/"&gt;http://guru.sanook.com/dictionary/dict_comp/NLQ/&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;84. ความเร็ว 1 nanosecond หมายถึงเท่าใดก. 3 ต่อล้านล้านวินาทีข. 3 ต่อล้านวินาทีค. 1 ต่อพันวินาทีง. 1 ต่อพันล้านวินาที&lt;br /&gt;อธิบาย :&lt;br /&gt;nanosecond&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;1 nanosecond (ns หรือ nsec) คือ 1 ส่วน พันล้าน (1/1,000,000,000) หรือ 10^-9 ของวินาที และโดยทั่วไปใช้วัดเวลาของการอ่าน หรือเขียนที่เข้าถึงหน่วยความจำชั่วคราว (RAM)สำหรับการเปรียบเทียบ 1 Millisecond (ms หรือ msec) คือ 1 ส่วนพัน(1/000 ของวินาที และโดยทั่วไปใช้วัดเวลาของการอ่าน หรือเขียนจากฮาร์ดดิสก์ หรือ เครื่องเล่น CD-ROM หรือการวัดเวลาเดินทางแพ็คเกตบนอินเตอร์เน็ตmicrosecond คือ 1 ส่วน ล้าน (1/1,000,000) หรือ 10-6 ของวินาทีpicosecond คือ 1 ส่วนล้านล้าน ( 1/1,000,000,000,000) หรือ 10-12 ของวินาที หรือ 1 ส่วนล้านของ microsecondfemtosecond คือ 1 ส่วนล้าน (1/1,000,000) ของ nanosecond หรือ 10-15 ของวินาที และบางครั้งใช้วัดในเทคโนโลยีเลเซอร์attosecond คือ 10-18 วินาที และใช้ในการวิจัยโฟตอน&lt;br /&gt;URL: http://www.bcoms.net/dictionnary/detail.asp?id=401&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;52. 1 TB (เทราไบต์) มีกี่ GB (กิกะไบต์)ก. 65536ข. 8ค. 256ง. 1024&lt;br /&gt;อธิบาย : ISDN  ย่อมาจาก Integrated Services Digital Network เป็นโปรโตคอล สำหรับสื่อสาร ที่ให้บริการ โดยบริษัทโทรศัพท์พื้นฐานต่างๆ สามารถให้บริการ เชื่อมต่อความเร็วสูง ระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครือข่าย ในสถานที่ต่างๆ ได้&lt;br /&gt;URL: http://itd.nha.co.th/download/nha_news/word_network2.doc&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-3555832793888726723?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/3555832793888726723/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=3555832793888726723' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/3555832793888726723'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/3555832793888726723'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2009/01/3.html' title='ข้อสอบชุด3'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-8753486815241906193</id><published>2009-01-09T08:00:00.000-08:00</published><updated>2009-01-09T08:23:15.571-08:00</updated><title type='text'>วรรณคดีสมัยกรุงศรีอยุธยา</title><content type='html'>วรรณคดีสมัยกรุงศรีอยุธยา                กรุงศรีอยุธยามีอายุยาวนานถึง ๔๑๗ ปี   ช่วงเวลาที่บ้านเมืองรุ่งเรืองในด้านต่าง ๆ พอที่จะเป็นปัจจัยให้เกิดวรรณคดีอยู่เฉพาะในสมัยกรุงศรีอยุธยาต้อนต้นบ้านเมืองเจริญก้าวหน้าทั้งในด้านการปกครอง การทหาร ศาสนาและศิลปกรรมในรัชกาลสมด็จพระบรมไตรโลกนาถและสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒  ทางวรรณคดีปรากฏหลักฐานชัดเจนว่า แต่งมหาชาติคำหลวง เมื่อ พ.ศ.๒๐๒๕ตรงกับรัชกาลสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ส่วนลิลิตยวนพ่ายก็แต่งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระมหากษัตริย์พระองค์นี้จึงอาจแต่งในรัชกาลของพระองค์ หรือภายหลังเพียงเล็กน้อย   คือ รัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒               นอกจากนี้วรรณคดีสำคัญเรื่องอื่น ๆ เช่น ลิลิตพระลอ โคลงกำสรวล โคลงทวาทศ-มาศและโคลงหริภุญชัย เมื่อพิจารณาถึงลักษณะคำประพันธ์ และถ้อยคำที่ใช้ก็น่าเกิดสมัยร่วมหรือระยะเวลาใกลเคียงกับมหาชาติคำหลวงและลิลิตยวนพ่ายหลังจากรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ บ้านเมืองไม่สงบสุขเนื่องจากการทำสงครามกับข้าศึกภายนอกและแตกสามัคคีภายในเป็นเหตุให้วรรณคดีว่างเว้นไปเป็นเวลาประมาณหนึ่งศตวรรษ วรรณคดีเรื่องแรกที่ปรากฏหลักฐานหลังรัชกาลสมเด็จพระ-รามาธิปดีที่  ๒  คือ กาพย์มหาชาติ ซึ่งสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมพระราชนิพนธ์ ขึ้นเมื่อ พ.ศ.๒๑๗๐ ต่อจากนั้นประมาณ ๓๐ ปี บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองสามารถเป็นรากฐานให้เกิดวรรณคดีได้อีกระยะเวลาหนึ่งในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศลักษณะวรรณคดีในสมัยอยุธยาตอนต้น               วรรณคดีสำคัญในสมัยอยุธยาตอนต้นส่วนใหญ่มีเรื่องเกี่ยวกับศาสนาพิธีกรรมและพระมหากษัตริย์ จึงมีเนื้อเรื่องคล้ายวรรณคดีสุโขทัยส่วนลักษณะการแต่งต่างกับวรรณคดีสุโขทัยเป็นอย่างมากวรรณคดีในสมัยนี้แต่งด้วยร้อยกรองทั้งสิ้นคำประพันธ์ที่ใช้เกือบทุกชนิด คือ โคลง ร่าย กาพย์ และฉันท์ ขาดแต่กลอนส่วนใหญ่แต่งเป็นลิลิต คำบาลี่สันสกฤตและเขมรเข้ามาปะปนในคำไทยมากขึ้นวรรณคดีสำคัญได้แก่               รัชกาลสมเด็จพระรามาธิปดีที่ ๑                          ๑.ลิลิตโองการแข่งน้ำ               รัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ                         ๒.ลิลิตยวนพ่าย                         ๓.มหาชาติคำหลวง               วรรณคดีที่สันฐานว่าแต่งในสมัยอยุธยาตอนต้น ได้แก่                         ๔.ลิลิตพระลอ                         ๕.โคลงกำสรวล                         ๖.โคลงทวาทศมาศ๑.ลิลิตโองการแข่งน้ำ               ผู้แต่ง สมเด็จพระเจ้าบรมวงค์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าอาจแต่งในสมัยสมเด็จพระรามาธิปดีที่๑ (อู่ทอง) ผู้แต่งคงจะเป็นผู้รู้พิธีพราหมณ์ และรู้วิธีประพันธ์ของไทยเป็นอย่างดี               สมเด็จพระรามาธิปดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง)เป็นปฐมกษัตริย์แห่งกรุงอยุธยา สมเด็จฯกรมพระยาดำรวราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานส่าสมเด็จพระรามาธิปดีที่ ๑เป็นเชื้อสายของพระเจ้าสิริชัยเชียงแสนแห่งแคว้นสิริธรรมราช จึงเป็นต้นวงศ์เชียงราย เป็นราชบุตรเขยของพระเจ้าอู่ทอง เมื่อ พ.ศ.๑๘๘๗ ได้เป็นเจ้าเมืองอู่ทอง ซึ่งขณะนั้นขึ้นต่อเมืองสุโขทัย ต่อมาเกิดโรคระบาด จึงทรงย้ายราชธานีมาตั้งตำบลหนองโสน แขวงเมืองอโยธยา เมื่อ พ.ศ.๑๘๙๓ ขนานนามใหม่ว่า กรุงเทพทวาราว-ดีศรีอยุธยา และพระองค์ได้รับพระนามใหม่ว่า สมเด็จพระรามาธิปดีที่ ๑ ทรงตั้งพระองค์เป็นใหญ๋ไม่ขึ้นต่อกรุงสุโขทัยนับแต่สถาปนาราชธานี  ในรัชกาลนี้ได้รับวัฒนธรรมขอมและพราหมณ์เป็นอันมาก ภาษาไทยจึงเริ่มมีคำเขมรเข้ามาปะปนมากขึ้นมีการประกอบพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา หรือพิธีศรีสัจปานกาล ตามแบบเขมร ซึ่งถ่ายทอดมาจากพราหมณ์อีกต่อหนึ่ง               ประวัติ ต้นฉบับเดิมที่เหลืออยู่เขียนด้วยอักษรขอม ข้อความที่เพิ่มขึ้นในรัชกาลที่๔ ตามหลักฐานซึ่งรัชกาลที่ ๕ ทรงยืนยันไว้ในพระราชพิธีสิบสองเดือน คือ "แทงพระแสงศรประลัยวาต" "แทงพระแสงศรอัคนิวาต" และ  "แทงพระแสงศรพรหมมาสตร์"คำประพันธ์ที่ใช้คือโคลงห้าและร่ายโบราณหนังสือเรื่องนี้นับว่าเป็นวรรณคดีเรื่องแรกของคนไทย ที่แต่งเป็นร้อยกรองอย่างสมบูรณ์แบบ ชื่อเรียกแต่เดิมว่า โองการแช่งน้ำบ้าง ประกาศแช่งน้ำโคลงห้าบ้าง ต้นฉบับที่ถอดเป็นอักษรไทยจัดเป็นวรรคตอนคำประพันธ์ไว้ค่อนข้างสับสน พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเจ้าอยู่หัว ทรงสอบทานและพระราชวินิจฉัยเรียบเรียงวรรคตอนใหม่               ทำนองแต่ง มีลักษณะเป็นลิลิต คือ มีร่ายกับโคลงสลับกัน ร่ายเป็นร่ายโบราณ ส่วนโคลงเป็นโคลงแบบโคลงห้าหรือมณฑกคติ ถ้อยคำ ถ้อยคำที่ใช้ส่วนมากเป็นคำไทยโบราณ นอกจากนั้นมีคำเขมร และบาลี สันสกฤต ปนอยู่ด้วย คำสันสกฤตมีมากกว่าคำบาลี               ความมุ่งหมาย ใช้อ่านในพิธีถือพระพิพัฒน์สัตยาหรือพิธีศรีสัจปานกาล ซึ่งกระทำตั้งแต่รัชกาลสมเด็จพระเจ้าอู่ทองสึบต่อกันมาจนเลิกไปเมื่อประเทศไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบบประชาธิปไตย ใน พ.ศ.๒๔๗๕               เรื่องย่อ  เนื้อเรื่องของลิลิตโองการแช่งน้ำแบ่งเป็น ๕ ส่วนด้วยกัน กล่าวคือ             ๑. คำสดุดีเทพเจ้าทั้ง ๓ องค์ ในศาสนาพราหมณ์หรือตรีมูรติ ประกอบด้วยร่าย ๓ บท สรรเสริญพระนารายณ์ พระอิศรและพระพรหม ต่อมาเป็นเรื่องไฟล้างโลก การ สร้างโลก และการอภิเษกพระเจ้าแผ่นดิน             ๒. การอัญเชิญพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย มาเป็นพยานในพิธีซึ่งมีคติความเชื่อเรื่องผีบ้านผีเรือน เทวดาชั้นต่าง ๆ และเทวดาอารักษณ์ ที่ทำหน้าที่ปกปักษ์รักษาจึงต้องเชิญมาเพื่อให้เป็นพยานและเป็นหูเป็นตามิให้ผู้คิดคดทรยศ ความเชื่อเรื่องเทวดา หรือเทพเจ้าต่าง ๆ นี้ เป็นคติพราหมณ์แต่มีคติทางพุทธมาเจือปนจากการอัญเชิญพระรัตนตรัยมาเป็นพยาน             ๓. คำสาปแช่งต่อพระเจ้าแผ่นดินให้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ทั้งเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ก็ให้ ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ทั้งจากสัตว์ร้ายจากคมหอกคมดาบ             ๔.คำอวยพรผู้ที่มีความจงรักภักดี คือเมื่อยังมีชีวิตอยู่ให้ได้รับความดีความชอบปูนบำเหน็จจากพระเจ้าแผ่นดิน ให้เจริญด้วยพร ๔ ประการ เมื่อตายไปให้เทวดานำขึ้นไปสู่สวรรค์เป็นต้น              ๕. คำถวายพระพรต่อพระเจ้าแผ่นดิน               เริ่มต้นด้วยร่ายดั้นโบราณ ๓ บท สรรเสริญพระนารายณ์ พระอิศวร  พระพรหมตามลำดับ ต่อจากนั้นบรรยายด้วยโคลงห้า และร่ายดั้นโบราณสลับกัน กล่าวถึงไฟไหม้โลกเมื่อสิ้นกัลป์แล้วพระพรหมสร้างโลกใหม่ เกิดมนุษย์ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ การกำหนดวัน เดือน ปี และการเริ่มีพระราชาธิบดีในหมู่คน แล้วอัญเชิญพระกรรมบดีปู่เจ้ามาร่วมเพื่อความศักดิ์สิทธิ์ ตอนต่อไปเป็นการอ้อนวอนให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เรืองอำนาจมี พระพุทธ พระธรรม  พระสงฆ์ เทพยาดา อสูร ภูตปีศาจ ตลอดจนสัตว์มีเขี้ยวเล็บเป็นพยาน ลงโทษผู้คิดคดกบฏต่อพระเจ้าแผ่นดิน ส่วนผู้ซื่อตรงภักดี ขอให้มีความสุขและลาภยศ ตอนจบเป็นร่ายยอพระเกียรติพระเจ้าแผ่นดิน               ตังอย่างข้อความบางตอน   สรรเสริญพระนารายณ์               โอมสิทธิสธิสรวงศรีแกล้ว แผ้วฤตยู เอางูปนแท่น แกว่นกลืนฟ้ากลืนดิน บินเอาครุธมาขี่ส สี่ถือสังขืจักรคธารณีภีรุอวตาร อสุรแลงลาญทัก ททัคนียจรนายฯ แทงพระแสงศรปลัยวาดฯกล่าวถึงไฟประลัยกัลป์               นานเอนกน้าวเดิมกัลป์                              จักร่ำจักราพาฬเมื่อไหม้กล่าวถึงตรวันเจดอันพลุ่ง                                         น้ำแล้วไข้อดหาย               เจ็ดปลามันพุ่งหล้าเป็นไฟวาบ                    จัตุราบบายแผ่นขว้ำชักไตรตรึงษ์เปนผ้า                                                  แลบล้ำสีลอง               อัญเชิญพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระพรหม เทพยาดา และภูตผีปีศาจ เป็นพยานผู้ใดเภทจงคด ถือขันสรดใบพูตานเสียด มารเฟียดไททศพล ช่วยดู ธรรมารคประเตยก ช่วยดูอเนกกถ่องพระสงฆ์ช่วยดู ขุนหงษทองเกล้าสี่ ช่วยดู ฟ้าฟัดพรีใจยังดู ช่วยดู สี่ปวงผรีหาวแห่ง ช่วยดูฟ้าชรแร่งหกคลอง ช่วยดู ผองผีกลางหาวแอ่น ช่วยดู ฟ้ากระแฉ่นเรืองผยอง ช่วยดู เจ้าผาดำสามเส้า ช่วยดู แสนผีพึงยอมเท้า เจ้าผาดำผาเผือกช่วยดูฯ  คำสาปแช่งผู้คิดกบฏต่อพระเจ้าแผ่นดิน               จงเทพยดา ฝูงนี้ให้ตายในสามวัน อย่าให้ทันในสามเดือน อย่าให้เคลื่อนในสามปี อย่าให้มีศุขสวัสดิ์ เมื่อใดฯ               ลิลิตโองการแช่งน้ำ ใช้ถ้อยคำสำนวนที่เข้าใจยาก และเป็นคำห้วนหนักแน่น เพื่อให้เกิดความน่าเคารพยำเกรง ความพรรณนาบางตอนละเอียดละออ เช่น ตอนกล่าวกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และมีอำนาจก็สรรหามากล่าวไว้มากมายนอกจากนี้ยังใช้ถ้อยคำประเภทโคลงห้าและร่ายดั้น ซึ่งมีจังหวะลีลาไม่ราบรื่น สะดุดเป็นตอน ๆ ยิ่งเพิ่มความขลังขึ้นอีกเป็นอันมาก จึงนับได้ว่าลิลิตโองการแช่งน้ำเรื่องนี้แต่งได้เหมาะสมกับความมุ่งหมายสำหรับใช้อ่านหรือสวดในพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ซึ่งมีความสำคัญแก่การเพิ่มพูนพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์ในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์               วรรณคดีเรื่องนี้มีกำเนิดจากพระราชพิธีในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แสดงถึงอิทธิพลของวัฒนธรรมเขมร และพราหมณ์อย่างชัดเจน สมเด็จพระเจ้าอู่ทองทรงรับการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และพระราชพิธีศรีสัจปานจากเขมรมาใช้ เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะการณ์ของบ้านเมืองที่ต้องการสร้างอำนาจปกครองของพระเจ้าแผ่นดินและความมั่นคงของบ้านเมืองในระยะที่เพิ่งก่อสร้างราชอาณาจักร               ในสมัยสุโขทัยไม่ปรากฏว่ามีพระราชพิธีศรีสัจปานกาล เนื่องจากกษัตริย์สุโขทัยทรงปกครองบ้านเมือบแบบพ่อปกครองลูก ถึงแม้หลักศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ ๔๕  มีเนื้อความเกี่ยวกับการสบถสาบานระหว่างกษัตริย์สุโขทัยผู้เป็นหลานกับเจ้าเมืองน่านผู้ปู่ และถ้อยคำบางตอนคล้ายกับลิลิตโองการแช่งน้ำ แต่ก็เป็นการสาบานระหว่างบุคคลเฉพาะกรณี ไม่ใช่พิธีทางราชการทั่วไปกระทำต่อพระเจ้าแผ่นดินเป็นการทั่วไปอย่างที่กรึงศรีอยุธยา อนึ่งข้อความนี้จารึกไว้ใน พ.ศ.๑๙๓๕ ซึ่งอาจเป็นสมัยพระมหาธรรมราชาที่ ๒หรือพระมหาธรรมราชาที่ ๓ (ไสยลือไท)ตรงกับรัชการสมเด็จพระราเมศวรแห่งกรุงรีอยุธยา เป็นช่วงที่กรุงสุโขทัยเสียอิสระภาแก่กรุงศรีอยุธยาตั้งแต่ พ.ศ. ๑๙๒๑ ถ้าพระราชพิธีสัจ-ปานกาลเคยกระทำที่สุโขทัยก็จะต้องเป็นเวลาภายหลังที่กรุงสุโขทัยตกอยู่ในอำนาจปกครองและอิทธพลทางวัฒนธรรมของ กรุงศริอยุธยาแล้วความเชื่อและประเพณี             พระราชพิธีตรีสัจจปานกาลเป็นพิธีพราหมณ์ เกิดจากความเชื่อเรื่องคำสัตย์สาบาน และความเชื่อเรื่องเทพเจ้า การล้างโลก การสร้างโลก ตามคติทางศาสนาพราหมณ์ ประกอบกับความจำเป็นด้านการปกครองบ้านเมือง เนื่องจากสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ ทรงสถาปนากรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นครั้งแรก ต้องการความซื่อสัตย์สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของบรรดาข้าราชบริพารทั้งหลายทำให้ต้องมีพระราชพิธีดื่มน้ำสาบานตน             การถือน้ำครั้งกรุงเก่ากระทำที่วัดศรีสรรเพชญ์ แล้วย้ายไปที่วิหารพระมงคลบพิตร เมื่อถือน้ำแล้ว นำดอกไม้ธูปเทียนเข้าไปกราบถวายบังคมทูลพระรูปพระเจ้าอู่ทอง แล้วพากันเข้าไปถวายบังคมพระเจ้าแผ่นดินพร้อมกัน             พิธีเริ่มโดยพระมหาราชครูเชิญพระขันหยก มีรูปพระนารายณ์ทรงศรตั้งอยู่กลางขัน แล้วกรมแสงหอกดาบเชิญพระแสงศรพรหมาสตร์ ประลัยวาต และอัคนิวาต ถอดฝักส่งให้พระครูอ่านโองการแช่งน้ำและชุบ (แทง) พระแสงศรองค์ละ ๓ ครั้ง เมื่อกล่าวถึงพระนารายณ์ แทงพระแสงศรปลัยวาต เมื่อกล่าวถึงพระอิศวร แทงพระแสงศรอัคนิวาต เมื่อกล่าวถึงพระพรหม แทงพระแสงสรพรหมมาสตร์             เมื่ออ่านโองการแช่งน้ำจบแล้ว พระอาลักษณ์อ่านคำประกาศสาบานตน แล้วกรมพระแสงหอกดาบเชิญพระแสงตามลำดับ พระมหาราชครูชุบพระแสงในหม้อและขันสาคร แล้วแจกน้ำให้ข้าราชการบริพารดื่ม๓.ลิลิตยวนพ่าย               ผู้แต่ง ไม่ปรากฏ               ประวัติ สันนิษฐานแต่งในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ราว พ.ศ.๒๐๑๗ ซึ่งเป็นปีเสด็จศึกเชียงชื่น แต่ความเห็นอีกประการหนึ่งว่า แต่งในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิปดีที่ ๒ (พ.ศ.๒๐๓๔ - ๒๐๗๒)  เหตุที่ว่าลิลิตยวนพ่าย อาจแต่งในรัชกาลสมเด็จพระรามาธิปดีที่ ๒ ก็เนื่องด้วยพระมหากษัตริย์พระองค์นี้เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และทรงพระปรีชาสามารถทุนะบำรุงบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองรอยพระราชบิดาก็เป็นได้               ความหมายของคำว่า “ลิลิต” พจพนานุกรมฉบับราชบัณฑิยสถาน 2525 (2538:735) ให้คำนิยามไว้ว่า “ คำประพันธ์ ซึ่งใช้โคลงและร่ายสัมผัสกัน” ในด้านเนื้อหาเป็นการสดุดีวีรกรรมพระมหากษัตริย์               คำว่า "ยวน" ในลิลิตเรื่องนี้หมายถึง "ชาวลานนา"คำ "ยวนพ่าย"หมายถึง "ชาวล้านาแพ้"เนื้อเรื่องของลิลิตยวนพ่ายกล่าวชาวลานนาในสมัยพระเจ้าติโลกราช ซึ่งพ่ายแพ้แก่กรุงศรีอยุธยาในรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ               ทำนองแต่ง แต่งเป็นลิลิตดั้น ประกอบด้วยร่ายดั้นโคลงดั้นบาทกุญชร ร่ายดั้น ๒ บท และโคลงดั้นบทกุญชร ๓๖๕ บท               ความมุ่งหมาย เพื่อยอพระเกียรติของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ และสดุดีชัยชนะที่มีต่อเชียงใหม่ในรัชกาลนั้น               เรื่องย่อ ตอนต้นกล่าวนมัสการพระพุทธเจ้าและนำหัวข้อธรรมมาแจกแจงทำนองยกย่องสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถว่า ทรงคุณธรรมข้อนั้น ๆ กล่าวถึงพระราชประวัติ ตั้งแต่ประสูติจนได้ราชสมบัติ ต่อมาเจ้าเมืองเชียงชื่น(เชลียง)เอาใจออกหาง นำทัพเชียงใหม่มาตีเมืองชัยนาท แต่ถูกสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถตีแตกกลับไป และยึดเมืองสุโขทัยคืนมาได้ แล้วประทับอยู่เมืองพิษณุโลก เสด็จออกบวชชั่วระยะหนึ่ง ต่อจากนั้นกล่าวถึงการทำสงครามกับเชียงใหม่อย่างละเอียดครั้งหนึ่ง แล้วบรรยายเหตุการณ์ทางเชียงใหม่ ว่าพระเจ้าติโลกราชเสียพระจริต ประหารชีวิตหนานบุญเรืองราชบุตร และหมื่นดังนครเจ้าเมืองเชียงชื่น ภรรยาหมื่นดังนครไม่พอใจ ลอยมีสารมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของสมเด็จสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถและขอกองทัพไปช่วย พระเจ้าติโลกราชทรงยอทัพมาป้องกันเมืองเชียงชื่น เสร็จแล้วเสด็จกลับไปรักษาเมืองเชียงใหม่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงกรีธาทัพหลวงขึ้นไปรบตีเชียงใหม่พ่ายไปได้เมือวเชียวชื่ม ตอนสุดท้ายสรรเสริญพระบารมีสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถอีกครั้งหนึ่ง               ตัวอย่างข้อความบางตอนกล่าวถึงการแต่งยวนพ่าย               สารสยามภาคพร้อง                  กลกานท นี้ฤาคือคู่มาลาสวรรค                                     ช่อช้อยเบญญาพิศาลแสดง                                 เดอมกยรติพระฤาคือคุ่ไหมแส้งร้อย                                     กึ่งกลางยอพระเกียรติสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ               กษัตริย์สุราชเรื้อง                      รศธรรม์บรรหารยศยอยวน                                    พ่ายฟ้าสมภารปราบปลยกัลป์                                              ทุกทวีปร้อยพิภพเหลื้องหล้า                                 อยู่เย็น               ร้อยเท้าวรมมรีบเข้า                   มาทูล ท่านนาถวายประทุมทองเปน                                ปิ่นเกล้าสํภารพ่อพยวสูรย                                     โสภิตมอญแลยวนพ่ายเข้า                                ข่ายบร               ลิลิตยวนพ่าย มีลักษณะเป็นวรรณคดีหรือเฉลิมพระเกียรติกษัตริย์ แต่งขึ้นเนื่องจากความปลาบปลื้มยินดีในพระบารมีของพระมหากษัตริย์ มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยาต้อนต้นอย่างยิ่ง เพราะบรรยายเรื่องราวต่างๆไว้อย่างละเอียด และแต่งในระยะเวลาที่เกิดเหตุการณ์หรือใกล้เคียงกับเหตุการณ์นั้น จึงเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ            ลิลิตยวนพ่าย มีลักษณะมาจนทุกวันนี้ ยังสมบูรณ์หรือถูกแต่งเหมือนวรรณคดีบางเรื่อง ถ้อยคำที่ใช้ในโบราณและคำสันสกฤตส่วนมาก ถึงแม้จะใช้ถ้อยคำเหล่านี้ยังไม่ถูกดัดแปลงแก้ไขจากคนชั้นหลัง จึงเป็นประโยชน์แก่การศึกษาด้านภาษาอย่างมาก  ถึงแม้จะใช้ถ้อยคำสำนวนที่เข้าใจยาก และเรื่องส่วนใหญ่เกี่ยวกับการรบทัพจับศึก แต่ลิลิตเรื่องนี้ก็ยังมีลักษณะวรรณคดีดีเด่นเพราะใช้ถ้อยคำไพเราะ โวหารพรรณนาที่ก่อให้เกิดจิตนาภาพ ให้อารมณ์ชื่นชมยินดีในบุญญาธิการของพระเจ้าแผ่นดิน และความรุ่งเรืองของบ้านเมือง อันเป็นลักษณะสำคัญของวรรณคดีประเภทสดุดีความดีเด่นของลิลิตยวนพ่าย ทำให้กวีภายหลัวถือเป็นแบบอย่าง เช่น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาปรมานุชิตชิโนรสทรงนิพนธ์ลิลิตตะเลงพ่าย เพื่อสดุดีวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชคุณค่าของเรื่องลิลิตยวนพ่าย1. ในด้านอิทธิพลต่อวรรณคดีรุ่นหลัง ลิลิตยวนพ่ายมีอิทธิพลต่อนักกวีรุ่นหลังอย่างแน่นอน จะเห็นได้จาก ลิลิตตะเลงพ่าย ที่ประพันธ์โดยสมเด็จพระปรทานุชิตชิโนรส๒2. ในด้านอักษรศาสตร์ ลิลิตยวนพ่านนับเป็นวรรณคดียอพระเกียรติเล่มแรก ที่เป็นบทกวี มีสำนวนโวหารไพเราะอย่างยิ่ง แต่ก็ยากที่จะเข้าใจเหมือนกัน เพราะเต็มไปด้วยศัพท์คำยาก3. ในด้านวิถีชีวิต ได้แสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยอยุธยาว่านิยมยกย่องพระมหากษัตริย์ของตนและจงรักภักดียิ่งนัก ถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมของชาติ4. ในด้านประวัติศาสตร์ ทำให้มองเห็น ได้รู้เรื่องราวเหตุการณ์ความเป็นไปในสมัยนั้น ไดรู้ถึงการทำสงครามระหว่างพระมหากษัตริย์ต่างเมืองกัน การรบซึ่งใช้ช้างและม้าเป็นพาหนะ และมีอาวุธด้วย ได้แลเห็นว่าชาติกว่าจะเป็นชาติมาได้ ต้องมีบาดแผลไม่น้อยเลย ชีวิตของชาติ ชีวิตของคนก็เช่นกัน๓.มหาชาติคำหลวง               มหาชาติคำหลวงหรือที่คนไทยรู้จักกันดีว่า มหาเวสสันดรชาดก มีข้ออธิบายว่า หนังสือมหาชาติเดิมแต่งเป็นภาษามคธ ไม่ปรากฏนามผู้แต่ง แต่น่าจะแปลเป็นไทยแต่ครั้งสมัยสุโขทัย สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายเกี่ยวกับเรื่องน้ำไว้ว่า สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ โปรดให้ประชุมปราชญ์ราชบัณฑิตแต่งขึ้นเมื่อปีขาล พ.ศ. ๒๐๒๕ มีจำนวน ๑๓ กัณฑ์ และเสียหายไปตอนเสียกรุงเก่า ๖ กัณฑ์ คือ กัณฑ์หิมพานต์ ทานกัณฑ์ จุลพน มัทรี สักกบรรพ และฉกษัตริย์ แต่พอถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๒ ก็ให้นักปราชญ์ราชบัณฑิตแต่งส่วนที่ขาดหายไปจนครบ               ผู้แต่ง สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดฯ ให้นักปราชญ์ราชบัณฑิตช่วยกันแต่ง เมื่อจุลศักราช ๘๔๔ พุทธศักราช ๒๐๒๕  สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เป็นพระราชโอรสของสมเด็จพระบรมราชาธิปดีที่ ๒ หรือสามพระยา ก่อนเสวยราชย์ พระราชบิดาภิเษกให้เป็นพระมหาอุปราช และโปรดให้เสด็จไปครองเมืองพิษณุโลก มีอำนาจสิทธิ์ขาดในหัวเมืองฝ่ายเหนือ ได้รับราชสมบัติสืบต่อพระราชบิดา ระหว่าง พ.ศ.๑๙๙๑ - ๒๐๓๑ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงสร้างความเจริญรุ่งเรืองแก่กรุงศรีอยุธยาเป็นอันมาก ทรงแก้ไขการปกครอง โดยแยกทหารและพลเรือนออกจากกัน ฝ่ายทหารมีหัวหน้าเป็นสมุหกลาโหม ฝ่ายพลเรือนมีสมุหนายก ทรงตั้งยศข้าราชการลดลั่นกันตามชั้น เช่น ขุน หลวง พระยา พระ ทรงทำสงครามกับเชียงใหม่ ได้เมืองเชียงใหม่ พ.ศ.๒๐๑๗ เป็นเหตุให้เกิดลิลิตยวนพ่าย พระองค์มีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา เสด็จออกผนวชชั่วระยะหนึ่ง ที่วัดจุฬามณี จังหวัดพิษณุโลก การทำนุบำรุงพระศาสนาในรัชกาลนี้ทำให้เกิดมหาชาติคำหลวง               ประวัติ มหาชาติคำหลวงเป็นหนังสือมหาชาติฉบับภาษาไทย และเป็นประเภทคำหลวงเรื่องแรก เรื่องเกี่ยวกับผู้แต่งและปีที่ แต่งมหาชาติคำหลวง ปรากฏหลักฐานในเรื่องพงศาวดารฉบับคำหลวงกล่าวยืนยันปีที่แต่งไว้ตรงกับมหาชาติคำหลวงเดิมหายไป ๖ กัณฑ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงมีพระบรมราชโองการให้พระราชาคณะและนักปราชญ์ราชบัณฑิตแต่งซ่อมให้ครอบ ๑๓ กัณฑ์ เมื่อจุลศักราช ๑๑๗๖ พุทธศักราช ๒๓๔๗ ได้แก่ กัณฑ์ หิมพานต์ ทานกัณฑ์ จุลพน มัทรี สักกบรรพ และฉกษัตริย์               ทำนองแต่ง แต่งด้วยคำประพันธ์หลายอย่าง คือ โคลง ร่าง กาพย์ และฉันท์ มีภาษาบาลี แทรกตลอดเรื่อง  มหาชาติคำหลวงเรื่องนี้เป็นหนังสือประเภทคำหลวง               หนังสือคำหลวงมีลักษณะดังนี้               ๑.เป็นพระราชนิพนธ์ของพระเจ้าแผ่นดิน หรือเจ้านายชั้นสูง               ๒.เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระศาสนาและศีลธรรม               ๓.ใช้คำประพันธ์หลายประเภท คือโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน  และร่าย               ๔.ใช้สวดเข้าทำนองหลวง ซึ่งสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถโปรดประดิษฐ์ขึ้นได้                ความมุ่งหมาย เพื่อใช้อ่านหรือสวดในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันเข้าพรรษา และอาจเรียกรอยตามพระพุทธธรรมราชาลิไท ซึ่งพระราชนิพนธ์เรื่องไตรภูมิพระเรื่อง               เรื่องย่อ แบ่งออกเป็น ๑๓ ตอน ซึ่งเรียกว่ากัณฑ์ดังนี้               กัณฑ์ทศพร เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ แล้วเสด็จไปเทศนาโปรดพระเจ้าพิมพิสาร ต่อจากนั้นเสด็จไปโปรดพุทธบิดา และพระประยูรญาติที่กรุงกบิลพัสดุ์ เกิดฝนโบกขพรรษ พระสงฆ์สาวกกราบทูลอาราธนาให้ทรงแสดงเรื่องพระเวสสันชาดก เริ่มตั้งแต่เมื่อกัปที่ ๙๘ นับเป็นแต่ปัจจุบัน พระนางผุสดีซึ่งจะทรงเป็นพระมารดาของพระเวสสันดรทรงอธิฐานขอเป็นมารดาของผู้มีใจบุญ จบลงตอนพระนางได้รับพระ ๑๐ ประการจากพระอินทร์                  กัณฑ์หิมพานต์   พระเวสสันดรทรงเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสัญญชัยกับพระนาวผุสดี แห่งแคว้นสีวีราษฎร์ประสูติตรอกพ่อค้า เมื่อพระเวสสันดรได้เวนราชสมบัติจากพระมารดา  ได้พระราชทานช้างปัจจัยนาคแก่กษัตริย์แห่งแคว้นกลิงรางราษฎร์ ประชาชนไม่พอใจ พระเวสสันดรจึงถูกเนรเทศไปอยู่ป่าหิมพานต์               กัณฑ์ทานกัณฑ์ ก่อนเสด็จไปอยู่ป่า พระเวสสันดรได้พระราชทานสัตตดกทาน คือ ช้าง ม้า รถ ทาสชาย ทาส  หญิง โคนม และนางสนม อย่าง ๗๐๐               กัณฑ์วนประเวสน์ พระเวสสันดรทรงพาพระนางมัทรีพระชายา พระชาลีและพระกันหาพระโอรสพระธิดา เสด็จจากเมืองผ่านแคว้นเจตราษฏร์จนเสด็จถึงเขาวงกตในป่าหิมพานต์               กัณฑ์ชูชก ชูชกพราหมณ์ขอทานได้นางอมิตดาเป็นภรรยา นางใช้ให้ไปขอสองกุมาร ชูชกเดินทางไปสืบข่าวในแคว้นสีวีราษฏร์ สามารถหลบหลีกการทำร้ายของชาวเมือง พบเจตบุตร ลวงเจตบุตร ให้บอกทางไปยังเขาวงกต               กัณฑ์จุลพน ชูชกเดินทางผ่านป่าตามเส้นทางตามที่เจตบุตรแนะจนถึงทีอยู่ของอัจจุตฤษี               กัณฑ์มหาพน ชูชกลวงอัจจุจฤษี ให้บอกทางผ่านป่าใหญ่ไปยังที่ประทับของพระเวสสันดร               กัณฑ์กุมาร ชูชกทูลขอสองกุมาร ทุบตีสองกุมารเฉพาะพรพักตร์พระเวสสันดร แล้วพาออกเดินทาง               กัณฑ์มัทรี พระนางมัทรีเสด็จกลับมาจากหาผลไม้ที่ป่า ออกติดตามสองกุมารตลอกคืน จนถึงทางวิสัญญีเฉพาะพระพักตร์พระเวสสันดร เมื่อทรงพื้นแล้ว พระเวสสันดรเล่าความจริงเกี่ยวกับสองกุมาร พระนางทรงอนุโมทนาด้วย               กัณฑ์สักกบรรพ พระอินทร์ทรงเกรงว่าจะผู้ที่มาพระนางมัทรีไปเสีย ทรงเปลงเป็นพราหมณ์ชรามาทูลของพระนางมัทรีแล้วฝากไว้ที่พระเวสสันดร               กัณฑ์มหาราช ชูชกเดินทางเข้าแคว้นสีวีราษฎร์ พระเจ้าสญชัยทรงไถ่สองกุมาร ชูชกได้รับพระราชทานเลี้ยง และถึงแก่กรรมด้วยการบริโภคอาหารมากเกินควร               กัณฑ์ฉกษัตริย์ พระเจ้าสัญญชัย พระนางผุสดี พระชาลี และพระกันหา เสด็จไปทูลเชิญพระเวสสันดรและพระนางมัทรีกลับ เมื่อกษัตริย์หกพระองค์ทรงพบกัน ก็ทรงวิสัญญี  ต่อฝนโบกขพรรษตก จึงทรงฟื้นขึ้น               กัณฑ์นครกัณฑ์ กษัตริย์ทั้งหกพระองค์เสด็จกลับพระนคร พระเวสสันดรได้ครองราชย์ดังเดิม บ้านเมืองสมบูรณ์พูนสุข               ตัวอย่างบางตอนนางมัทรีโศกถึงชาลีกัณหา               หํสาวดุจหงษโปฏก กระเหว่าเล่านนก พลัดแม่สูญหาย               อุปริปลฺลเลตกต่ำติดตม อดนมปางตาย ดุจแก้วแม่หาย ไม่คอยมารดา               เต มิคา วิย อุกกณฺณาหนึ่งบุตรเนื้อทราย มิโรทกบวย ทรามรักษาเสนหา               สมนฺตามฺมภิธาวิโนยกหูชูคอ คอยถ้ามารดา เห็นแม่กลับมา วิ่งเข้า เชอยชม               อานนฺทิโน ปมุทิตาวิ่งซ้ายวิ่งเข้ามา  ชมรอบมารดา แล้วเข้ากินนม               วคฺคมานาว กมฺปเรลองเชองเรองไป ให้แม่ชื่นชม ให้ลืมอารมณ์ ดุจสองพงงงา               ตฺยชฺช ปตฺเต น ปสฺสามิ พระแก้วแม่เอย บุรโพ้นย่อมคอย คอนรับมารดา               ชาลิง กณฺหาชินํ จุโภวนนี้ไปไหน ไม่รู้เห็นหา โอ้สองพงงงา กัณหาชาลี               มหาชาติคำหลวง เป็นวรรณคดีเกี่ยวกับศาสนาโดยตรง เป็นหนังสือมหาชาติฉบับภาษาไทยเล่มแรก ที่ปรากฏหลักฐานเหลืออยู่ มีใจความใกล้เคียงกับข้อความที่แต่งเป็นภาษาบาลี แสดงถึงความสามารถในการแปลและเรียบเรียงข้อความ การแทรกบาลีลงไว้มากมายเช่นนี้ ทำให้ฟังยากจนต้องมีการแต่งกาพย์มหาชาติขึ้นใหม่ในสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม มหาชาติคำหลวงทั้งของเดิมและที่แต่งซ่อมใหม่ในรัชกาลที่ ๒ แห่งกรุงรัตโกสินทร์ นักปราชญ์ราชบัณฑิตที่เป็นกวีหลายท่านช่วยกันแต่ง จึงมีสำนวนโวหารและถ้อนคำไพเราะเพราะพริ้งอยู่มาก แทรกไว้ด้วยรสวรรณคดีหลายประการ เช่น ความโศก ความอาลัยรัก ความน้อยใจ และความงามของธรรมชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ยังให้ความรู้ทางด้านภาษา ทำให้ทราบคำโบราณ คำแผลง และภาษาต่างประเทศ เช่น สันสกฤต และเขมรเป็นต้น               มหาชาติคำหลวงแสดงถึงความเลื่อมใสในพุทธศาสนา และความเชื่อในบุญกุสลที่เกิดจากฟังเทศน์เรื่องมหาชาติของคนไทยสืบต่อมาจากสุโขทัย    นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถมีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง การโปรดเกล้าฯให้ประชุมนักปราชญ์ราชบัณฑิตแต่งมหาชาติคำหลวง ก็เทียบได้พญาลิไททรงพระราชนิพนธ์ไตรภูมิพระร่วงความเชื่อและประเพณี             พุทธศาสนิกนิยมฟังเทศน์มหาชาติกันมากเพราะเชื่อว่า             ๑. เป็นพุทธวจนะที่พระพุทธองค์ประทานแก่ภิกษุและพุทธบริษัทที่เมืองกบิลพัสดุ์ เป็นกุศลราศรีแก่ผู้แสวงบุญ             ๒. เชื่อกันว่า ผู้ที่ต้องการมาเกิดในศาสนาของพระศรีอาริยเมตตไตย จะต้องฟัง มหาชาติคำหลวง หรือเวสสันดรชาดกอันประกอบด้วยคาถาพันให้จบภายในราตรีเดียว             และยังมีหลักฐานปรากฏว่า มหาชาติมีมาตั้งแต่กรุงสุโขทัย เพราะศิลาจารึกนครชุม พ.ศ. ๑๙๐๐ มีข้อความจารึกว่า ธรรมเทศนาอันเป็นต้นว่ามหาชาติคนสวดแลมิได้เลย และจารึกวัดป่ามะม่วง สรรเสริญพระเจ้าลิไท เมื่อทรงผนวชว่า (พ.ศ. ๑๙๕๐) ทรงประกอบด้วยทานบารมีคล้ายพระเวสสันดร๔.ลิลิตพระลอ               ลิลิตพระลอ เป็นวรรณคดีที่ได้รับยกย่องจากว&lt;a title="รรณคดีสโมสร" href="http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php?title=%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%84%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3&amp;amp;action=edit"&gt;รรณคดีสโมสร&lt;/a&gt; ให้เป็นยอดแห่ง ลิลิต เมื่อ พ.ศ. 2459 แต่งขึ้นอย่างประณีต งดงาม มีความไพเราะของถ้อยคำ และเต็มไปด้วยสุนทรียศาสตร์ พรรณนาเรื่องด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ใช้กวีโวหารอย่างยอดเยี่ยม ในการบรรยายเนื้อเรื่อง ที่มีฉากอย่างมากมาย หลากหลายอารมณ์ โดยมีแก่นเรื่องแบบรักโศก หรือโศกนาฏกรรม และแฝงแง่คิดถึงสัจธรรมของชีวิต ลิลิตพระลอยังเคยถูกวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนจากนักวรรณคดีบางกลุ่ม เนื่องจากเชื่อว่าเป็นวรรณกรรมที่มอมเมาทางโลกีย์               ในวรรณคดีประเภทลิลิตแล้ว ลิลิตพระลอนั้นนับว่าเป็นลิลิตที่มีศิลปะในการเรียบเรียงได้ไพเราะจับใจยิ่งนัก จนวรรณคดีสโมสรได้ตัดสินเมื่อ พ.ศ. 2459 ว่าลิลิตพระลอนั้นเป็นยอดในกระบวนกลอนลิลิตทั้งหลาย ใน&lt;a title="เพชรพระอุมา" href="http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%8A%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2&amp;amp;action=edit"&gt;เพชรพระอุมา&lt;/a&gt;นั้นมีการกล่าวถึงลิลิตพระลอในตอนที่คณะเดินทางได้พบกับเสือโคร่งดำหรืออีกนัยหนึ่งก็คือเจ้าผีดิบมันตรัยนั่นเอง ระหว่างการเดินทาง เจ้าเสือโคร่งดำนั้นพยายามหลอกล่อให้รพินทร์ออกไปตามมัน เพื่อจะได้อยู่ห่างจากคณะจนทำให้ เชษฐาต้องเข้ามาเตือนรพินทร์และไม่ให้ออกจากขบวนเด็ดขาด               ผู้แต่งและสมัยที่แต่ง เพื่อพิจารณาจากร่ายบทนำเรี่อง ซึ่งกล่าวสดุดีพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา ที่ทรงมีชัยแก่ชาวลานนาที่ว่า "ฝ่ายช้างยวนแพ้พ่าย ฝ่ายช้างลาวประลัย ฝ่ายช้างไทยชัเยศคืนยังประเทศพิศาล"พอสันนิษฐานได้ว่าช่วงเวลาที่แต่งลิลิตพระลอ จะต้องอยู่ภายหลังการชนะศึกเชียงใหม่ครั้งใดครั้งหนึ่ง อาจเป็นรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ(พ.ศ.๒๐๑๗)หรือสมเด็จพระนารายณ์มหาราช(พ.ศ.๒๒๐๕)               เมื่อพิจารณาถึงลักษณะคำประพันธ์ ลิลิตพระลอแต่งด้วนลิลิต ซึ่งเป็นลักษณะคำประพันธ์ที่นิยมใช้ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น เช่น ลิลิตโองการแช่งน้ำ ลิลิตยวนพ่าย ส่วนในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชมักแต่งโคลงฉันท์เป็นส่วนมาก เช่น โคลงเฉลิมพระเกีรยติสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมุทรโฆษคำฉันท์ และอนิรุทธ์คำฉันท์  ลิลิตพระลอยังใช้ภาษาเก่ากว่าภาษาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เช่น คำ "ชิ่นแล"และคำ "แว่น"ซึ่งเป็นคำทีมีใช้ในมหาชาติคำหลวงสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ นอกจากนี้หนังสือจินดามณี ของพระโหราธิบดี สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้ยกโทคลงในลิลิตพระลอเป็นตัวอย่างโคลงสี่สุภาพที่ว่า               เสียงฦาเสียงเล่าอ้าง                 อันใด พี่เอยเสียงย่อมยอยศใคร                                  ทั่วหล้าสองขือพี่หลับใหล                                    ลืมตื่น ฦาพี่สองพี่คิดเองอ้า                                        อย่าได้ถามเผือ               จากเหตุผลดังกล่าวพอสรูปได้ว่า ลิลิตพระลอ จะต้องแต่งก่อนสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพิจารณาโคลงบอกผู้แต่ง สองบทท้ายเรื่องที่ขึ้นต้นว่า "จบเสร็จมหาราชเจ้า นิพนธ์"และ "จบเสร็จเยาวราชบรรจง"ทรงสันนิษฐานว่าลิลิตพระลออาจแต่งถวายพระเจ้าแผ่นดิน ในขณะที่ผู้แต่งยังเป็นพระมหาอุปราช ต่อมาพระมหาอุปราชพระองค์นั้นได้รับรัชทายาทเป็นพระเจ้าแผ่นดินในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น อาจเป็นสมเด็จพระบรมราชาธิปดีที่ ๓ สมเด็จพระรามาธิปดีที่ ๒ หรือ สมเด็จพระบรมราชาหน่อพุทธางกูรก็ได้               ส่วนเหตุผลที่ว่า ลิลิตพระลอแต่งในสมัยพระนารายณ์มหาราช เนื่องจากสันนิษฐานคำ "มหาราชเจ้านิพนธ์"และ"สมเด็จเยาวเจ้าบรรจง"ในโคลงสองบทดังกล่าวว่า หมายถึงสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงพระราชนิพนธ์ และเจ้าฟ้าอภัยทศพระราชอนุชาทรงเขียน                       ทำนองแต่ง เป็นคำประพันธ์ประเภทลิลิตสุภาพ ประกอบด้วยร่ายสุภาพและโคลงสุภาพเป็นส่วนใหญ่ บางโคลงมีลักษณะคล้ายโคลงดั้นและโคลงโบราณ และร่ายบางบทเป็นร่ายโบราณและร่ายดั้น               ความมุ่งหมาย แต่งถวายพระเจ้าแผ่นดิน เพื่อให้เป็นที่สำราญหฤทัย               เรื่องย่อ เมืองสรวงและเมืองสรองเป็นศัตรูกัน พระลอกษัตริย์เมืองสรวงทรงพระสิริโฉมยิ่งนัก จนเป็นที่ต้องพระทัยพระเพื่อนพระแพงราชธิดาของท้าวพิชัยพิษณุกรกษัตริย์แห่งเมืองสรอง นางรื่นนางโรยพระพี่เลี้ยงได้ขอให้ปูเจ้าสมิงพรายช่วยทำเสน่ห์ให้พระลอเสด็จมาเมืองสรวง เมื่อพระลอต้องเสน่ห์ได้ตรัสลาพระนางบุญเหลือพระราชมารดา และนางลักษณวดีมเหสี เสด็จไปเมืองสรองพร้อมกับนายแก้งนางขวัญพระพี่เลี้ยง               พระลอทรงเสี่ยวน้ำที่แม่น้ำกาหลง ถึงแม้จะปรากฏรางร้ายก็ทรงผืนพระทัยเสด็จต่อไป ไก่ผีของปูเจ้าสมิงพรายล่อพระลอกับนายขวัญและนายแก้วไปจนถึงสวนหลวง นางรื่นนางโรยออกอุบายลอบนำพระลอกับนายแก้วและนายขวัญไปไว้ในตำหนักของพระเพื่อนพระแพง               ท้าวพิชัยพิษณุกรทรงทราบเรื่องก็ทรงพระเมตตารับสั่งจะจัดการอภิเษกพระลอกับพระเพื่อนและพระแพงให้ แต่พระเจ้าย่าเลี้ยงของพระเพื่อนพระแพงยังทรงพยาบาลพระลอ อ้างรับสั่งท้าวพิชัยพิษณุกรตรัสสั่งใช้ให้ทหารไปรุมจับพระลอ พระเพื่อนพระอพงและพระพี่เลี้ยงทั้งสี่ช่วยกันต่อสู้จนสิ้นชีวิตทั้งหมดท้าวพิชัยพิษณุกรทรงพระพิโรธพระเจ้าย่าและทหาร รับสั่งให้ประหารชีวิตทุกคน พระนางบุญเหลือทรงส่งทูตมาร่วมงานพระศพกษัตริย์สาม ในที่สุดเมืองสรวงและเมืองสรองกัลเป็นไมตรีต่อกัน               ตัวอย่างข้อความบางตอนบทโศก๑.พระนางบุญเหลือทรงรำพันเมื่อพระลอทูลลาเไปมืองสรอง               คงชีพหวังได้พึ่ง                        ภูมี พ่อแลม้วยชีพหวังฝากผี                                     พ่อได้ดังฤาพ่อจักลี-                                         ลาจาก อกนาผีแม่ตายจักได้                                         ฝากให้ใครเผา ๒.ข้าราชการและประชาชนราษฎร์คร่ำครวญตอนพระลอลาจากเมือง               เสียงโหยเสียงไห้มี                     เรือนหลวงขุนหมื่นมนตรีปวง                                    ป่วยช้ำเรือนราษฎณ์ร่ำตีทรวง                                              ทุกข์ทั่ว กันนาเมืองจะเย็นเป็นน้ำ                                   ย่อมน้ำตาครวญ บทพรรณนาความรัก๑.ระหว่างชู้คู่ครอง คู่ครองกับแม่ พระลอคร่ำครวญที่แม่น้ำกาหลง               ร้อยชู้ฤาเท่าเนื้อ                        เมียตนเมียแล่พันฤาดล                                       แม่ได้ทรงครรภ์คลอดเป็นคน                             ฤาง่า เลยนาเลียงยากนักท้าวไท้                                   ธิราชผู้มีคุณ๒.ชู้รัก พระลอตรัสต่อพระเพื่อนพระแพง               เมืองกว้างช้างม้าซู่                    ละเสีย อ่อนเอยเสียแม่เสียเมียมา                                     สู้น้องเสียสนมดุจดวงพเยีย                                งามแง่ งามนามาแต่ตัวเข้าข้าง                                       ข่ายท้าวทั้งสอง               พี่พบน้องเพี้ยงแต่                     ยามเดียวคือเชือกผสมสามเกลียง                                           แฝดฝั้นดั่งฤาจะพลันเหลียว                                 คืนจาก เรียมนาเจ้าจากเรียมจักกลั้น                                 สวามกลั้นใจตาย คติธรรม๑.พระลอตรัสต่อพระนางบุญเหลือตอนที่เสด็จออกจากเมือง               ใดใดในโลกล้วน                       อนิจจังคงแต่บาปบุญยัง                                     เที่ยงแท้คือเงาติดตัวตรัง                                      ตรึงแน่น อยู่นาตามแต่บุญบาปแล้                                   ก่อเกื้อรักษา ๒.นายแก้วนายขวัญกราบทูลเตือนพระสติแก่พระลอ ตอนเสด็จมาถึงชนบททอดพระเนตรเห็นภูมิประเทศอันทุรกันดาร               พระเอยอาบน้ำขุ่น                     เอาเย็นปลารผอกหมกเหม็นยาม                                           ยากเคี้ยวรุกรุยราคจำเป็น                                       ปางเมื่อ แคลนาอดอยู่เยี่ยวดิ้วเดี่ยว                                   อยู่ได้ฉันใด               ยามไร้เด็ดดอกหญ้า                  แซมผม พระเอยหอมบ่หอมทัดดม                                     ดั่งบ้าสุกรมลำดวนชม                                       เชยกลิ่น พระเอยหอมกลิ่นเรียมโอ้อ้า                                  กลิ่นแก้วติดใจ   ๓. นายแก้วนายขวัญนางรื่นนางโรยกล่าวเตือนสติต่อกัน เพื่ออดใจไม่แสดงความรักต่อกันในตำหนับของพระเพื่อนพระแพง เป็นการแสดงความเคารพและจงรักภักดีต่อเจ้านายและสถานทที่สำคัญในตำหนักพระเพื่อนพระแพง เป็นการแสดงความเคารพและจงรักภักดีต่อเจ้านายและสถานที่สำคัญ               เรานี้เราเผ่าผู้                            ภักดีผิดเท่าธุลีกลัว                                         เกลียดใกล้ผิผิดกึ่งเกศี                                             แหน่งว่า ตายนาดีกว่าเป็นคนให้                                        ท่านชี้หลังตน               วรรณคดีสโมสรในสมัยรัชกาลที่ ๖ ได้ตัดสินให้ลิลิตพระลอเป็นยอดแห่งวรรณคดีประเภทลิลิตวรรณคดีเรื่องนี้มีลักษณะเด่นหลายประการ โคลงเรื่องประกอบด้วยเหตุการณ์ที่ตื่นเต้น สะเทือนใจตลอด มีตอนรัก ตอนสยดสยองการใช้ถ้อยคำและโวหารนับว่าคมคายยิ่งนัก จึงเป็นที่นิยมตลอดมา               ลิลิตพระลอได้เค้าเรื่องมาจากนิทานพื้นเมือง แสดงถึงสภาพความเป็นไปของสังคมในเวลานั้นอย่างเด่นหลายประการในด้านการปกครองแสดงให้เห็นการปกครองแบบนครัฐ คือ เมือง เล็ก ๆ ตั้งเป็นอิสระแก่กัน อันเป็นลักษณะที่ปรากฏทั่วไปก่อนสมัยสุโขทัย และกรุงศรีอยุธยาตอนต้น โดยดินแดนทางภาคเหนือของประเทศไทย นอกจากนี้เรื่องพระลอยังเป็นตัวอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศตกอยู่แก่ประมูขผู้เดียวเกี่ยวกับลัทธความเชื่อของสังคมก็ปรากฏเด่นชัดในด้านภูตผีปีศาจ เสน่ห์ยาแฝดโชคลาง ความฝัน และความชื่อสัตย์จงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดินพระพี่เลี้ยงทั้ง ๔ ดังปรากฏในสุภาษิตพระร่วง ที่ว่า "อาสาเจ้าจนตัวตาย"สภาพสังคมทั่วไปที่เห็นได้จากวรรณคดีเรื่องนี้ได้แก่ การใช้ช้างทำสงครามและเป็นพาหนะ ความนิยมและขับร้อง และการบรรจุพระศพกษัตริย์ลงโลงทองแทนพระโกศอย่างในสมัยหลัง               ลิลิตพระลอเป็นที่นิยมยกย่องมาช้านาน เช่น พระโหราธิบดีสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ยกโคลงที่แต่งถูกแผนบังคับและมีความไพเราะจับใจอันเป็นคำของพระเพื่อนพระแพงตรัสแก่พระพี่เลี้ยงไปไว้เป็นแบบอย่างโคลงสี่สุภาพในหนังสือจินดามณี โคลงดังกล่าวคือ               เสียงฤาเสียงเล่าอ้าง                  อันใด พี่เอยเสียงย่อมยอยศใคร                                  ทั่วหล้าสองเขือพี่หลับใหล                                   ลืมตื่น ฤาพี่สองพี่คิดเองอ้า                                        อย่าได้ถามเผือ                                 ลิลิตพระลอเป็นวรรณคดีแบบฉบับ คือ เป็นแบบครูที่วรรณคดีในสมัยหลังนิยมเลียนอย่างในการพรรณนาและบรรยายขยายความ เช่น ลิลิตเพชรมุฏ และลิลิตตะเลงพ่ายคุณค่าของลิลิตพระลอ1.      ในด้านอักษรศาสตร์ นับเป็นวรรณคดีที่ใช้ถ้อยคำได้อย่างไพเราะ ปลุกอารมณ์ร่วมได้ทุกอารมณ์ เป็นวรรณคดีที่มีอิทธิพลต่อวรรณคดีอื่น ๆ มากอย่างบทเสียงลือเสียงเล่าอ้างที่ว่าคุณค่าของลิลิตพระลอ “เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤาพี่ สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือ”         แปลความว่า มีเสียงร่ำลืออ้างถึงอะไรกัน เสียงนั้นยกย่องเกียรติของใครทั่วทั้งพื้นหล้าแผ่นดิน พี่ทั้งสองนอนหลับใหล จนลืมตื่นหรือพี่ พี่ทั้งสองจงคิดเอาเองเถิด อย่าได้ถามน้องเลย บทนี้เขานับเป็นบทครูที่วรรณคดียุคต่อมาต้องนำมาเป็นแบบอย่าง 1.      ในด้านพระศาสนา ได้ให้แง่คิดทางศาสนา อย่างเช่น ความไม่เที่ยงแท้แน่นอนของชีวิต ซึ่งเป็นของแน่ยิ่งกว่าแน่เสียอีก อย่างบทที่ว่า สิ่งใดในโลกล้วน อนิจจัง คงแต่บาปบุญยัง เที่ยงแท้ คือเงาติดตัวตรังตรึง แน่นอยู่นา ตามแต่บุญบาปแล ก่อเกื้อรักษา หรือบทที่ว่าด้วยกฎแห่งกรรม ถึงกรรมจักอยู่ได้ ฉันใด พระเอย กรรมบ่มีมีใคร ฆ่าเข้า กุศลส่งสนองไป ถึงที่ สุขนา บาปส่งจำตกช้า ช่วยได้ฉันใด 1.      ในด้านการปกครอง จะเห็นว่าการปกครองในสมัยนั้น ต่างเมืองต่างก็เป็รอิสระ เป็นใหณ่ ไม่ขึ้นแก่กัน แต่สามารถมีสัมพันธไมตรีกันได้ 2.      ในด้านประวัติศาสตร์ ลิลิตพระลอได้ให้ความรู้ในทางประวัติศาสตร์ของไทยได้ในแง่มุมต่าง ๆ โดยเฉพาะทำให้รู้เรื่องราวความเป็นมาของเมืองสรวงและเมืองสรองอันได้แก่ ลำปางและแพร่ 3.      ในด้านวิถีชีวิต ได้มองเห็นถึงความเป็นอยู่ของคนไทยสมัยนั้นที่ยังเชื่อในเรื่องไสย ๕.โคลงกำสรวล               ผู้แต่ง เคยเชื่อกันมาแต่เดิมว่าศีปราชญ์ผู้แต่งโคลงกำสรวลถูกเนรเทศไปนครศรีธรรมราช ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และหญิงที่ศรีปราชญ์คร่ำครวญอาลัย คือ พระสนมศรีจุฬาลักษณ์ แต่มีผู้ออกความเห็นค้านความเชื่อดังกล่าวว่าเรื่องโคลงกำสรวล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเมืองนครศรีธรรมราช กล่าวถึงเส้นทางการเดินทางจากกรุงศรีอยุธยาไปสุดแค่จังหวัดประจวบคิรีขันธ์ ทั้งไม่ได้กล่าวถึงความทุกข์ร้อนและมูลที่ต้องเนรเทศ เมื่อพิจารณาถึงลักษณะคำประพันธ์และถ้อยคำสำนวนภาษาที่ใช้โคลงกำสรวลน่าจะแต่งในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น                ทำนองแต่ง แต่งด้วยโคลงตั้งบาทกุญชร บทแรกเป็นร่ายดั้น มีร่าย ๑ บท โคลงดั้น ๑๒๙ บท   ความมุ่งหมาย เพื่อแสดงความอาลัยคนรัก ซึ่งผู้แต่งต้องจากไป               เรื่องย่อ เริ่มด้วยร่ายสดุดีกรุงศรีอยุธยาว่ารุ่งเรืองงดงาม เป็นศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนา ราษฎร์สมบูรณ์พูนสุข ต่อจากนั้นกล่าวถึงการที่ต้องจากนาง แสดงความห่วงใย ไม่แน่ใจว่าควรจะฝากนางไว้กับผู้ใดเดินทางผ่านตำบลหนึ่ง ๆ ก็รำพันเปรียบเทียบชื่อตำบลเข้ากับความอาลัยที่มีต่อนาง ตำลบที่ผ่าน เช่น บางกะจะ เกาะเรียน ด่านขนอน บางทรนาง บางขดาน ย่านขวาง ราชคราม ทุ่งพญาเมือง ละเท เชิงราก  นอกจากนี้ได้นำบุคคลในวรรณคดีมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในชีวิตของตน เกิดความทุกข์ระทมที่ยังไม่พบได้นางอีกอย่างบุคคลในวรรณคดีเหล่านั้น โดยกล่าวถึง พระรามกับนางสีดา พระสูตรธนู(สุธนู)กับนางจิราประภา และพระสมุทรโฆษกกับนางพิษทุมดีว่าต่างได้อยู่ร่วมกันอีก ภายหลังที่ต้องจากกันชั่วเวลาหนึ่ง การพรรณนาสถานที่สิ้นสุดลงโดยที่ไม่ถึงนครศรีธรรมราช   ตัวอย่างข้อความบางตอนชมเมืองอยุธยายศยิ่งฟ้า                                          ลงดิน แลฤาอำนาจบุญเพรงพระ                                    ก่อเกื้อเจดียลอออินทร                                           ปราสาทในทาบทองแล้วเนื้อ                                     นอกโสม   พรายพรายพระธาตุเจ้า                             จยนจันทร์ แจ่มแฮไตรโลกยเลงคือโคม                                     ค่ำเช้าพิหารรบยงบรรพ                                         รุจิเรข เรืองเฮทุกแห่งห้องพระเจ้า                                     น่งงเนืองฝากนาง   โฉมแม่จกฝากน่านน้ำ                               อรรณพ แลฤาอินทรท่านทอดโฉมเอา                                 สู่ฟ้าโฉมแม่จกฝากดิน                                        ดินท่าน แล้วแฮดินฤาขดดเจ้าเหล้า                                      สู่สํสองสํ   โฮมแม่ฝากน่านน้ำ                                   อรรณพ แลฤายยวนาคเชอยชํอก                                       พี่ไหม้โฉมแม่รำพึงจบ                                           ไตรโลกโฉมแม่ใครสงวนได้                                      เท่าเจ้าสงวนเอง               โคลงกำสรวลเป็นงานนิพนธ์เรื่องเอกของศรีปราชญ์ มีคุณค่าทางวรรณคดีอย่างยอดเยี่ยมถ้อยคำสำนวนโวหารที่คมคายจับใจ แสดงความเป็นต้นคิดหลายตอน ทำให้กวีรุ่นหลังพากันเลียมแบบอย่าง เช่น ตอนชนเมือง และตอนฝากนาง นอกจากนี้ยังให้ความรู้เกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องอื่น ๆ บางเรื่อง เช่น รามเกียรติ์ สมุทรโฆษ ในด้านภาษา โคลงกำสรวลใช้คำที่เป็นภาษาโบราณ ภาษาถิ่น ภาษาบาลี ภาษาสันสกฤตและภาษาเขมรอยู่มาก               โคลงกำสรวลแสดงให้เห็นความวิจิตตระการของปราสาทราชวัง และวัดวาอารามของกรุงศรีอยุธยา ความเป็นอยู่ของประชาชนในด้านการแต่งกาย อาหารการกิน การเล่นรื่นเริง และสภาพภูมิศาสตร์เส้นทางการเดินทางของกวีคุณค่าของหนังสือ          1. ด้านภาษาและสำนวนโวหาร โคลงกำสรวลเป็นหนังสือประเภทโคลงนิราศที่มีคำบาลี สันสกฤต คำเขมร และคำโบราณปนอยู่มาก เช่น สู่สมสองสม เขียนเป็น สู่สํสองสํ เสวยรมย์ เขียนเป็น เสวยรํย จัก เขียนเป็น จกก จึงอาจใช้เป็นแนวทางศึกษาค้นคว้าด้านภาษา และการเปลี่ยนแปลงรูปศัพท์และความหมายได้ นอกจากนั้น โคลงกำสรวลยังเป็นหนังสือที่ความไพเราะ มีสัมผัสในที่           ไพเราะยิ่ง สำนวนโวหารโลดโผนและคมคายน่าฟัง ชวนให้เกิดอารมณ์การใช้ถ้อยคำมีความหมายเด่นชัด กินความลึกซึ้ง การพรรณนาแจ่มแจ้ง ทำให้เกิดจินตภาพและยังรักษาข้อบังคับเคร่งครัดตามหลักฉันทลักษณ์ โวหารเปรียบเทียบดี เป็นตัวอย่างของวรรณคดีนิราศรุ่นหลัง          2. ด้านความรู้ ให้ความรู้หลายประการ คือ               2.1 ความรู้ทางวรรณคดี โคลงกำสรวลอ้างเรื่องรามายณะ สมุทธโฆษคำฉัน สุธนู นำตัวเอกในเรื่องที่มีใจความเมื่อจากนางมาเทียบกับความรักของตนและตอนพระรามจองถนน จึงทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้ จึงทำให้ผู้อ่านได้รับความรู้ทางวรรณคดี               2.2 ความรู้ทางด้านธรรมชาติวิทยา ทำให้รู้จักนกและสัตว์ต่าง ๆ เช่น “โกกิลกรวิกอัยง ยูงยาง” (นกดุเหว่า นกการเวก นกเอี้ยง นกยูง นกยาง) “มงงกง ทุกงง ฉลาม แหนแห่” (ปลามังกง ปลาทุกัง ปลาฉลาม ว่ายมาเป็นฝูง ๆ)               2.3 ความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์และตำนานของสถานที่  เช่น เกาะตำแย เพราะมีคำแยมาก ตำบลขอมตัดหวาย มีตำนานว่าขอมตัดหวายแล้วถูกหวายพุ่งลงมาแทงตายที่นั่น เป็นต้น               2.4 ความรู้ด้านศิลปกรรม กล่าวถึงความรุ่งเรืองของศิลปกรรมในสมัยกรุงศรีอยุธยา         มีปราสาทราชวังที่งดงาม เป็นต้น             3. ด้านสังคมและวัฒนธรรม                    3.1 ความเจริญรุ่งเรืองของศาสนา ทำให้เห็นความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนา                   3.2 สภาพชีวิตความเป็นอยู่ ทำให้เห็นความเป็นอยู่ของคนในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอยต้น ตลอดจนการทำมาหากิน ดังโคลงว่า&lt;br /&gt;ด้าวหันนอเนกซื้อ&lt;br /&gt;ขนขาย&lt;br /&gt;อรอ่อนแลวงคอด&lt;br /&gt;ค่าพร้าว&lt;br /&gt;หมากสุกชระลายปลง&lt;br /&gt;ปลิดใหม่&lt;br /&gt;มือแม่ค้าล้าวล้าว&lt;br /&gt;แล่นชิงโชรมชิง(ความว่า ที่ตำบลนั้นมีการซื้อขายและขนสินค้ากันมาก เห็นแต่มือขวักไขว่และเสียงคิดราคามะพร้าวกันเซ็งแซ่ มีหมากสุกเอามาจากต้น และปลิดมาใหม่ ๆ พวกแม่ค้ามือสับสนเพราะรีบชิงกันมาซื้อและรุมกันซื้อ)             4. ด้านอิทธิพลต่อวรรณคดีอื่น โคลงกำสรวลเป็นแบบฉบับของการเขียนโคลงนิราศของกวีสมัยหลัง โดยเฉพาะกวีในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น จะเลียนแบบการชมเมือง การฝากนาง สารสั่ง เป็นต้น เช่น นายนรินทรธิเบศร์เขียนนิราศนรินทร์ พระยาตรัง เขียนนิราศตามเสด็จลำน้ำน้อย ก็เลียนแบบโคลงกำสรวล ดังตัวอย่างต่อไปนี้&lt;br /&gt;          อยุธยายศยิ่งฟ้า&lt;br /&gt; ลงดิน แลฤา&lt;br /&gt; อำนาจบุญเพรงพระ&lt;br /&gt; ก่อเกื้อ&lt;br /&gt; เจดีลอออินทร&lt;br /&gt; ปราสาท&lt;br /&gt; ในทาบทองแล้วเนื้อ&lt;br /&gt; นอกโสรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; (โคลงกำสรวล)&lt;br /&gt;          อยุธยาล่มแล้ว&lt;br /&gt; ลอยสวรรค์ ลงฤา&lt;br /&gt; สิงห์หาสน์ปรางค์รัตน์บรร-&lt;br /&gt; เจิดแล้ว&lt;br /&gt; บุญเพรงพระหากสวรรค&lt;br /&gt; ศาสตร์รุ่ง เรืองแฮ&lt;br /&gt; บังอบายเบิกฟ้า&lt;br /&gt; ฝึกพื้นใจเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; (นิราศนรินทร์)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;          โฉมแม่จกกฝากฟ้า&lt;br /&gt; เกรงอินทร หยอกนา&lt;br /&gt; อินทรท่านเทอกเอา&lt;br /&gt; สู่ฟ้า&lt;br /&gt; แมแม่จกกฝากดิน&lt;br /&gt; ดินท่าน แล้วแฮ&lt;br /&gt; ดินท่านขดดเจ้าหล้า&lt;br /&gt; สู่สํสองสํ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; (โคลงกำสรวล)&lt;br /&gt;          โฉมแม่จะแหวกฟ้า&lt;br /&gt; ฝากพรหม เมศฤษ&lt;br /&gt; เกรงจะชมฌานเมิน&lt;br /&gt; แม่ไว้&lt;br /&gt; จะฝากอิศวรกรม&lt;br /&gt; ไกรลาศ&lt;br /&gt; ไฟราคร้อนเหล้าไท้&lt;br /&gt; ทั่วแหนง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt; (นิราศตามเสด็จลำน้ำน้อย)๖.โคลงทวาทศมาสโคลงทวาทศมาส  แปลว่าโคลง12เดือนเพราะว่าโคลงนี้เป็นการเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้ในแต่ละเดือนทั้ง 12 เดือน มาประพันธ์               ผู้แต่ง พระเยาวราช ขุนพรมมนตรี ขุนกวีราช ขุนสารประเสริฐ               ประวัติ หนังสือนี้มีการสันนิษฐานผู้แต่งต่างกันไป เช่น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่าผู้แต่ง คือ ขุนศรีกวีราช ขุนพรหมมนตรี และขุนสารประเสริฐ บางท่านว่า พระเยาวราช ทรงนิพนธ์ ที่เหลือช่วยแก้ไข ส่วนพระยาตรังคภูมิบาล และนายนรินทรธิเบศร กล่าวแต่เพียงสามคนร่วมกันแต่ง               ทำนองแต่ง แต่งเป็นโคลงดั้นวิวิธมาลี 260 บท และร่ายดั้นอีก 1 บทตอนท้าย               ความมุ่งหมาย   แต่งเพราะความมุ่งหมาย 2 ประการ คือ1. เพื่อเป็นการประชันฝีมือของนักกวีด้วยกัน2. เพื่อเป็นการยอพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์               สาระสำคัญ เริ่มต้นด้วยการกล่าวสดุดีพระพรหมเทพเจ้าของชาวฮินดู พระพรหมประทับอยู่บนอาสนะ จากนั้นก็เกิดพระรัตนตรัย กล่าวคือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ อันเป็นการแสดงความเทิดทูลพระพุทธศาสนา ต่อไปเป็นการสรรเสริญพระมหากษัตริย์ ชมความงามของหญิงคนรัก เปรียบความรักของตนกับบุคคลในวรรณคดีอย่างพระอนิรุทธ พระสุธน พระสูตรธนู และพระสมุทรโฆษ เป็นต้น แล้วแสดงความน้อยใจที่พระเอกนางเอกในวรรณคดีเหล่านั้นได้ไปอยู่รวมกัน ส่วนตัวเองมีแต่ต้องรอคอยต่อไป รู้สึกให้อาลัยอาวรณ์ที่ต้องจากนาง จากนั้นก็รำพันถึงเหตุการณ์ ลมฟ้าอากาศในรอบเดือนหนึ่ง ๆ โดยเริ่มต้นจากเดือนห้าจนถึงเดือนสี่ว่าไปจบครบ 12 เดือน พรรณนาปนเปกันไปกับความรัก มีการพูดถึงเทศกาลงานพิธีต่าง ๆ ที่มีในแต่ละเดือน ตอนสุดท้ายเป็นการถามข่าวคราวของนางจากปี เดือน วัน ยาม แล้งขอพรจากเทพยดาขอให้ได้พบนางอันเป็นที่รัก จบลงด้วยการสรรเสริญพระบารมีของพระมหากษัตริย์ อันเป็นที่รักยิ่งเหนือสิ่งอื่นใด แล้วก็บอกชื่อคนแต่ง               เรื่องย่อ โคลงเรื่องนี้ได้ชื่อว่าทวาทศมาส เพราะพรรณนาถึงความรักความอาลัยรัก และพิธีกรรมต่าง ๆ ในรอบสิบเดือน ทวาทศมาสแปลว่าสิบสองเดือน ตอนต้นสรรเสริญเทพเจ้า และพระเจ้าแผ่นดิน ชมความงามของนางที่ต้องจากมา กล่าวถึงบุคคลในวรรณคดี เช่น พระอนิรุทธ์ พระสมุทรโฆษ พระสุธนู พระสูตรธนู แล้วแสดงความน้อยใจที่ตนไม่อาจไปอยู่ร่วมกับนางอีกอย่างบุคคลเหล่านั้น ตอนต่อไปนำเหตุการณ์ต่าง ๆ และลมฟ้าอากาศในรอบปีหนึ่งๆ ตั้งแต่เดือน ๕ ถึง เดือน ๔ มาพรรณนา เดือนใดมีพิธีอะไรก็นำมากล่าวไว้ละเอียดละออ เช่น เดือนสิบเอ็ดมีพิธีอาศวยุช เดือนสิบสองมีพิธีจองเปรียงลอยพระประทีป เดือนยี่ประกอบพิธีตรียัมปวาย และเดือนสี่กระทำพิธีตรุษ เป็นต้น ต่อจากนั้นถามข่าวคราวของนางจาก ปี เดือน วัน และยาม ขอพระเทพเจ้าให้ได้พบนาง ตอนสุดท้ายกล่าวสรรเสริญพระบารมีพระเจ้าแผ่นดิน                วรรณคดีเรื่องนี้ นอกจากประกอบด้วยรสกวีนิพนธ์ดังกล่าวมาแล้ว ยังให้ความรู้เกี่ยวกับขนบประเพณี และสภาพความเป็นอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาอย่างละเอียดแจ่มแจ้ง โดยบรรยายสภาพดินฟ้าอากาศและกิจพิธีต่าง ๆ ในแต่ละเดือน นอกจากนี้ยังกล่าวถึงวรรณคดีเรื่องอื่น ๆ เช่น รามเกียรติ์ อนิรุทธ์ สมุทรโฆษ สุธน สูธนู เป็นต้นคุณค่าของโคลงทวาทศมาส1. ในด้านอักษรศาสตร์  โคลงบทนี้มีสำนวนกวีที่ไพเราะมากใช้ถ้อยคำสำนวนพรรณนาถึงความรักได้อย่างซาบซึ้งตรึงใจ หนังสือเรื่องอื่น ๆ เขาจะใช้สถานที่มาเปรียบเทียบกับความรัก แต่เรื่องนี้กลับใช้เหตุการณ์และฤดูที่เกิดขึ้นใหม่ในเดือนต่าง ๆ มาเปรียบเทียบแทน ซึ่งทำให้นักกวียุคหลังยังต้องเอาตามอย่าง     2. ในด้านวรรฒนธรรมประเพณี ทำให้รู้ถึงว่าชาวไทยนั้นจะมีประเพณีทุกเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือพระราชพิธี 12 เดือน คนเรายิ่งมีอะไรเป็นของตนได้ ก็ยิ่งน่าภาคภูมิใจ     3. ในด้านวิถีชีวิต ทำให้ได้รู้เห็นถึงความเป็นอยู่ของชาวบ้านในสมัยนั้น ในเรื่องการทำมาหากิน อย่างสมัยนั้น จะมีการไถนาปลูกข้าวกันในเดือนหก ยังมีการทำบุญ การจัดมหรสพต่าง ๆ อันเป็นการเฉลิมฉลองเป็นสิ่งที่คนไทยนิยมมาแต่โบราณ     4. ในด้านศาสนา จะเห็นว่าอิทธิพลของศาสนาพราหมณ์ อันเป็นศาสนาของอินเดียเข้ามามีอิทธิพลต่อสังคมไทยมาก ดังจะเห็นว่ามีการกล่าวถึงเทพเจ้าต่าง ๆ มากมาย เช่น พระพรหม พระนารายณ์        พระอินทร์ เป็นต้น๗.โคลงหริภุญไชย       โคลงหริภุญไชย เป็นโคลงนิราศที่เก่าแก่เรื่องหนึ่ง ไม่แน่ชัดว่าแต่งในสมัยไหน บางท่านว่าแต่งในสมัยพระเจ้าปราสาททอง ในราว พ.ศ. 2181 บางท่านว่าแต่งในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 ในราว พ.ศ. 2060               ผู้แต่ง   สันนิษฐานทีผู้แต่งคนหนึ่ง อาจชื่อทิพ หรือศรีทิพ  แต่งไว้เป็นภาษาไทยเหนือ ต่อมามีผู้ถอดออกมาเป็นภาษาไทยกลางอีกตอนหนึ่ง               ประวัติ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานไว้ว่าอาจเป็นประมาน พ.ศ.๒๑๘๐ หรือก่อนหน้านั้นขึ้นไป ซึ่งเป็นระยะที่พระพุทธสิหิงค์ยังประดิษฐานอยู่ที่เชียงใหม่ราวศักราชสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และกวีทางใต้คงนำมาดัดแปลงราวศักราชสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  ศาสตราจารย์ ประเสริฐ ณ นคร ได้ศึกษาโคลงเรื่องนี้โดยเทียบกับต้นฉบับภาษาไทยเหนือที่เชียงใหม่และลงความว่าจะแต่งขึ้นในสมัย พ.ศ.๒๐๖๐ ตรงกับรัชกาลสมเด็จ-พระรามาธิปดีที่ ๒ ซึ่งเป็นเวลาที่พระแก้วมรกตยังอยู่ที่เจดีย์เชียงใหม่ เนื่องจากนิราศเรื่องนี้กล่าวถึงพระแก้วมรกตไว้ด้วย               ทำนองแต่ง เดิมแต่งไว้เป็นโคลงไทยเหนือ ต่อมามีผู้ถอดเป็นโคลงสุภาพ               ความมุ่งหมาย ผู้แต่งมีความมุ่งหมายเพื่อบรรยายความรู้สึกที่ต้องจากหญิงรักไปนมัสการพระธาตุหริภญชัย ที่เมืองหริภุญชัย(ลำพูน)ก่อนออกเดินทางไปนมัสการลาพระพุทธสิหิงค์ขอพระพระมังราชหรือ พระมังรายซึ่งสถิต ณ ศาลาเทพารักษ์ นมัสการลาพระแก้วมรกต เมื่อเดินทางพบสิ่งใดหรือตำบลใดก็พรรณาคร่ำครวญรำพันรักไปตลอด จนถึงเมืองหริภุญชัยได้นมัสการพระธาตุ สมความตั้งใจ บรรยายพระธาตุ งานสมโภชพระธาตุ ตอนสุดท้ายลาพระธาตุกลับเชียงใหม่               นอกจากนี้วรรณคดีเรื่องนี้ยังเป็นหลักฐานยืนยันถึงที่ตั้งปูชนียสถาน และโบราณวัตถุที่เชียงใหม่และลำพูน กล่าวถึงการเล่นมหรสพต่างๆ ในสมัยโบราณ และวรรณคดีเรื่องอื่น ๆ เช่น สุธนู สมุทรโฆษ  พระรถเมรี เป็นต้น               สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงอธิบายเกี่ยวกับความสำคัญขอ งโคลงหริภุญชัย ไว้ในฉบับพิมพ์ พ.ศ.๒๔๖๗ ว่า "อาจเป็นต้นแบบอย่างของนิราศที่แต่งเป็นโคลงและกลอนกันในกรุงศรีอยุธยาตลอดมาจนกรุงรัตนโกสินทร์ ถ้ามิได้เป็นแบบอย่างก็เป็นนิราศชั้นเก่าที่สุด"               คุณค่าของโคลงหริภุญชัย&lt;br /&gt;1. ในด้านอักษรศาสตร์ ใช้ถ้อยคำพรรณนาที่ไพเราะมาก มีคำสัมผัสไพเราะ มีภาษาต่าง ๆ ปะปนอยู่หลายภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาบาลีสันสกฤต เขมร ไทยเหนือ และภาษาโบราณ ที่สำคัญมีการถือกันว่าโคลงหริภุญไชยถือเป็นโคลงนิราศเรื่องแรกที่มีอิทธิพลต่อการแต่งนิราศในยุคต่อ ๆ มา                                                                                                                                 2. ในด้านโบราณคดี ทำให้รู้เรื่องราวของพระพุทธรูปสำคัญ ๆ อย่างพระพุทธสิหิงค์ พระแก้วมรกต     ได้รู้ว่ามีสถานที่สำคัญ ๆ หลายแห่งมีอยู่ทางภาคเหนือ อย่างเช่น พระธาตุหริภุญไชย วัดพระสิงห์       วัดกุฏารามซึ่งปัจจุบันคือวัดเจดีย์หลวง เป็นต้น3. ในด้านวิถีชีวิต ทำให้รู้เรื่องราวความเป็นอยู่ของผู้คนสมัยนั้นที่มีความศรัทธาใน  พระพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง ผู้คนใช้ชีวิตอย่างสงบ4. ในด้านพระศาสนา แสดงให้เห็นว่าผู้คนในสมัยนั้นมีพระศาสนาเป็นที่พำนัก เป็นสรณะที่พึ่ง เวลาไปไหนมาไหน เป็นต้องไหว้พระก่อน เพื่อความสบายใจในการเดินทาง เพื่อให้การเดินทางเป็นไปโดยสวัสดิภาพ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-8753486815241906193?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/8753486815241906193/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=8753486815241906193' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/8753486815241906193'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/8753486815241906193'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2009/01/blog-post.html' title='วรรณคดีสมัยกรุงศรีอยุธยา'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>1</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-398143005407884354</id><published>2009-01-05T06:36:00.000-08:00</published><updated>2009-01-05T06:37:53.015-08:00</updated><title type='text'>verb 2</title><content type='html'>ข่าวภาษาอังกฤษ ; Victoria&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;Those who drafted the U.S. Constitution lived in an era when governments typically were run by white men. When the document outlining the American government was written in 1787, it would have been difficult to imagine that 221 years later African-Americans and women would be running for any elected office, let alone the presidency.        In 2008 a major political party for the first time nominated an African-American for the office of U.S. president, but others throughout U.S. history paved the way for Barack Obama by overcoming stereotypes that hindered their ascension to elected office.&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-398143005407884354?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/398143005407884354/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=398143005407884354' title='5 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/398143005407884354'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/398143005407884354'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2009/01/verb-2.html' title='verb 2'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>5</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-6769326990892008365</id><published>2008-12-23T04:47:00.000-08:00</published><updated>2008-12-23T05:01:41.208-08:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SVDg2DVI90I/AAAAAAAAACU/HTfNQ4ue_58/s1600-h/45699999999.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5282969582117123906" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 348px; CURSOR: hand; HEIGHT: 238px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SVDg2DVI90I/AAAAAAAAACU/HTfNQ4ue_58/s400/45699999999.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff0000;"&gt;เ&lt;span style="color:#009900;"&gt;กี่&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ffff33;"&gt;ย&lt;/span&gt;ว&lt;span style="color:#009900;"&gt;กั&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ffff33;"&gt;บ&lt;/span&gt;วั&lt;span style="color:#009900;"&gt;น&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ffff33;"&gt;ค&lt;/span&gt;ริ&lt;span style="color:#009900;"&gt;ส&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ffff33;"&gt;ต์&lt;/span&gt;ม&lt;span style="color:#009900;"&gt;า&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ffff33;"&gt;ส&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff0000;"&gt;คริสต์มาส&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;คือ การฉลองการบังเกิดของพระเยซูที่เราเฉลิมฉลองกันในวันที่ 25 ธันวาคม&lt;br /&gt;คำว่า "คริสต์มาส" เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณ&lt;br /&gt;ว่า Christes Maesse ที่แปลว่า "บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า"&lt;br /&gt;คำว่า "Christes Maesse" พบครั้งแรกในเอกสารโบราณเป็นภาษาอังกฤษในปี 1038&lt;br /&gt;และคำนี้ก็ได้แปรเปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas ในภาษาไทย "คริสต์มาส" ก็มีความหมาย&lt;br /&gt;เช่นกัน คำว่า "มาส" แปลว่า "เดือน"&lt;br /&gt;เทศกาลคริสต์มาสจึง เป็นเดือนที่เราระลึกถึงพระเยซูคริสต์เจ้าเป็นพิเศษ&lt;br /&gt;คำว่า"มาส" คือ"ดวงจันทร์" ตีความหมายในภาษาไทยคือพระเยซูทรงเป็นความสว่างของโลก&lt;br /&gt;เหมือนดวงจันทร์ เป็นความสว่างในตอนกลางคืน Merry X'mas คำว่า Merry&lt;br /&gt;ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า"สันติสุขและความสงบทางใจ" คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น&lt;br /&gt;ขอให้เขาได้รับสันติสุขและความสงบทางใจ ถือเอาประเพณีของชนในท้องถิ่นนั้น&lt;br /&gt;มาประยุกต์เข้ากับศาสนา โดยจัดให้มีการฉลองเพื่อระลึก ถึงการบังเกิดของพระเยซู&lt;br /&gt;ที่เขายกย่องเหมือนกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสากลโลก ผู้ทรงเกียรติเลอเลิศประเพณี นี้&lt;br /&gt;ได้เริ่มมาจากรุงโรมในศตวรรษ ที่ 4 และ ค่อยๆ เผยแพร่ไปทุกทวีป&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff0000;"&gt;ประวัติ....ซานตาคลอส&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;วันคริสต์มาสนี้เริ่มตั้งแต่คริสตวรรษที่4 มีนักบุญคนหนึ่งชื่อ "นิโคลาส "&lt;br /&gt;หรือ "เซนต์นิโคลาส" ท่านเป็นนักบุญ ตั้งแต่อายุยังน้อย เมื่อเป็นเด็กหนุ่ม&lt;br /&gt;ก็ได้รับแต่งตั้งเป็นสังฆราชแห่งแคว้นไมรา ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศตุรกี&lt;br /&gt;ท่านได้กลายเป็นนักบุญอุปถัมถ์ประจำชีวิตเด็ก เด็กในประเทศอังกฤษ จะเรียกคุณตาใจ&lt;br /&gt;ดีว่า "คุณพ่อแห่งวันคริสต์มาส" ( Father Christmas )&lt;br /&gt;เด็กเยอรมันนีเรียกว่า "ญาติแห่งพระคริสต์ " ( Christ Child )&lt;br /&gt;เด็กชาวดัชท์เรียกว่า "ซาน นิโคลาส" หรือ "Sankt Klous"&lt;br /&gt;ในที่สุดกลายเป็น "ซานตาคลอส" ติดปากเด็กๆทั่วโลก&lt;br /&gt;ในปี ค.ศ. 1866 นักวาดการ์ตูนชาวอเมริกัน ชื่อ โธมัส แนส เป็นคนแรกที่วาดภาพของ&lt;br /&gt;ซานตาคลอสขึ้นมาลักษณะเหมือนที่เรา เห็นทุกวันนี้ ลงพิมพ์ในหนังสือ&lt;br /&gt;"Horpers Weekly"เป็นครั้งแรกใบหน้าของซานตาคลอส&lt;br /&gt;เป็นสีแดงอมชมพูเหมือนกลีบกุหลาบ จมูกแดงเหมือนผลเชอรี่สุก&lt;br /&gt;นัยน์ตาสุกใสเป็นประกาย หนวดเคราสีขาวท่าทางใจดี ถึงแม้ซานตาคลอสจะเป็นเพียง&lt;br /&gt;ตำนานที่เกิดขึ้นมาเพื่อเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสก็ตาม แต่ก็เป็นสัญลักษณ์&lt;br /&gt;ที่รวมเอาวิญญาณและความหมายของคริสต์มาสไว้อย่างมากมาย คือความปิติยินดีชื่นชม&lt;br /&gt;ความโอบอ้อมอารี ความรัก และความเป็นกันเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;..ต้นคริสต์มาส.. ในสมัยโบราณหมายถึงต้นไม้ในสวนสวรรค์ ซึ่งอาดัมและเอวาไปหยิบผลไม้มากิน&lt;br /&gt;และทำบาปไม่เชื่อฟังพระเจ้า ตั้งแต่ศตวรรษที่11 ชาวคริสต์แสดงละครที่หน้าวัด&lt;br /&gt;ถึงความหมายของคริสต์มาสและเอาตันไม้ต้นหนึ่งไว้ตรงกลางเพื่อประดับฉากแสดงถึง&lt;br /&gt;บาปกำเนิดของอาดัมและเอวาต้นไม้ที่ใช้เป็นต้นสน เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่หาง่าย&lt;br /&gt;ที่สุดในประเทศเหล่านั้น การแสดงละครคริสต์มาสแบบนี้ มีมาเป็นเวลาช้านานหลายร้อยปี&lt;br /&gt;จนถึงศตวรรษที่15 พระสังฆราชหลายแห่งได้ห้ามแสดง&lt;br /&gt;เนื่องจากการแสดงนั้นกลายเป็นการเล่น เหมือน ลิเก ล้อชาวบ้าน ผู้ปกครองบ้านเมือง&lt;br /&gt;และศาสนาซึ่งไม่ตรงกับบรรยากาศของการฉลอง ชาวบ้านรู้สึกเสียดายที่&lt;br /&gt;ไม่มีโอกาสดูละครสนุกๆแบบนั้นอีก จึงไปสนุกกันที่บ้านของ ตน&lt;br /&gt;โดยเอาต้นไม้มาไว้ที่บ้าน เพราะต้นไม้เป็นจุดเด่นในลานวัด ที่เขาเคยร่วมสนุกกัน&lt;br /&gt;จากนั้นก็เริ่มมีการแขวนลูกแอปเปิ้ลและแขวนแผ่นขนมปังเพื่อระลึกถึงศีลมหาสนิท ซึ่ง&lt;br /&gt;ก็มีวิวัฒนาการ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุด ก็กลายเป็นขนมและของขวัญ&lt;br /&gt;อย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้&lt;br /&gt;เราจะเห็นได้ว่าวันคริสต์มาสเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง เพื่อเป็นการระลึกถึงวันที่พระบุตรของพระเจ้ามาบังเกิดเป็นมนุษย์ พระองค์เป็นพระเจ้า ที่จะอยู่กับเราตลอดไปเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ เป็นพี่หัวปีที่จะนำมนุษย์ทั้งมวลไปสู่พระบิดาเจ้า พระองค์เป็นความสำเร็จบริบูรณ์ ตามคำ สัญญาของพระเจ้าที่จะดูแลป้องกันรักษาเราผู้เป็นประชากรของพระองค์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff0000;"&gt;เพลง : Jingle Bell&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff0000;"&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#009900;"&gt;Dashing through the snow&lt;br /&gt;On a one-horse open sleigh,&lt;br /&gt;Over the fields we go,&lt;br /&gt;Laughing all the way;&lt;br /&gt;Bells on bob-tail ring,&lt;br /&gt;making spirits bright,&lt;br /&gt;What fun it is to ride and sing&lt;br /&gt;A sleighing song tonight&lt;br /&gt;Jingle bells, jingle bells,&lt;br /&gt;jingle all the way!&lt;br /&gt;O what fun it is to ride&lt;br /&gt;In a one-horse open sleigh&lt;br /&gt;A day or two ago,&lt;br /&gt;I thought I'd take a ride,&lt;br /&gt;And soon Miss Fanny Bright&lt;br /&gt;Was seated by my side;&lt;br /&gt;The horse was lean and lank;&lt;br /&gt;Misfortune seemed his lot;&lt;br /&gt;He got into a drifted bank,&lt;br /&gt;And we, we got upsot.&lt;br /&gt;Jingle Bells, Jingle Bells,&lt;br /&gt;Jingle all the way!&lt;br /&gt;What fun it is to ride&lt;br /&gt;In a one-horse open sleigh.&lt;br /&gt;A day or two ago,&lt;br /&gt;the story I must tell&lt;br /&gt;I went out on the snow&lt;br /&gt;And on my back I fell;&lt;br /&gt;A gent was riding by&lt;br /&gt;In a one-horse open sleigh,&lt;br /&gt;He laughed as there&lt;br /&gt;I sprawling lie,&lt;br /&gt;But quickly drove away.&lt;br /&gt;Jingle Bells, Jingle Bells,&lt;br /&gt;Jingle all the way!&lt;br /&gt;What fun it is to ride&lt;br /&gt;In a one-horse open sleigh.&lt;br /&gt;Now the ground is white&lt;br /&gt;Go it while you're young,&lt;br /&gt;Take the girls tonight&lt;br /&gt;And sing this sleighing song;&lt;br /&gt;Just get a bob-tailed bay&lt;br /&gt;two-forty as his speed&lt;br /&gt;Hitch him to an open sleigh&lt;br /&gt;And crack! you'll take the lead.&lt;br /&gt;Jingle Bells, Jingle Bells,&lt;br /&gt;Jingle all the way!&lt;br /&gt;What fun it is to ride&lt;br /&gt;In a one-horse open sleigh.&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-6769326990892008365?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/6769326990892008365/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=6769326990892008365' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/6769326990892008365'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/6769326990892008365'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/12/25-christmas-christes-maesse-christes.html' title=''/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SVDg2DVI90I/AAAAAAAAACU/HTfNQ4ue_58/s72-c/45699999999.bmp' height='72' width='72'/><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-4829603892760657641</id><published>2008-12-02T23:31:00.000-08:00</published><updated>2008-12-02T23:51:04.252-08:00</updated><title type='text'>จุฬาวิชาการ</title><content type='html'>&lt;span style="color:#993399;"&gt;ไปงานจุฬาวิชาการ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#9999ff;"&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;เมื่อวันที่ 27 เดือนพฤศจิกายน&lt;/span&gt;ที่ผ่านมาซึ่งก็นานมากๆๆจากวันที่เราupblog 55+ก็ไม่รู้จะลงอะไรในblogดีก็เลยเอาเรื่องที่ไปเที่ยวจุฬาวิชาการมาเล่าให้ฟัง&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#9999ff;"&gt;ก็ที่ไปจุฬามาก็พูดจิงๆก็ไม่มีอะไรมากมายเลย คณะที่เราไปก็ไม่กี่คณะหรอกใช้เวลาไปกับการเดินหลงทางเป็นส่วนใหญ่กว่าจะหาคณะที่ชอบเจอก็นานพอดูไม่ใช่ว่ไม่ได้ถามพี่นิสิตเเถวนั้นหรอกนะ คือเราฟังไม่รู้เรื่องเอง เอาเข้าเรื่องก็คณะที่ไปก็มีคณะแรกเลย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#9999ff;"&gt;-&lt;span style="color:#993399;"&gt;คณะรัฐศาสตร์IR (International  relation)&lt;/span&gt; ได้ไปถ่ายรูปด้วยแล้วก็ฟังเพลงอาเซี่ยนที่คนไทยแต่งชนะเลิศได้ที่ 1รึป่าวไม่แน่ใจ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#9999ff;"&gt;-&lt;span style="color:#993399;"&gt;คณะวิทยาศาสตร์สาขาธรณีวิทยา&lt;/span&gt;(ถูกบังคับให้ดู)ก็เกี่ยวกับปิโตรเลียมด้วยเพราะจุดประสงค์หลักของเราก็กะจะไปดูวิศวะปิโตรเหมือนกัน จะว่าไปก็ได้ความรู้มาไม่น้อยเลยล่ะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#9999ff;"&gt;-คณะวิทยาศาสตร์สาขาที่เกี่ยวกับอาหารที่เค้าเรียกกันว่า&lt;span style="color:#993399;"&gt;Food science&lt;/span&gt; อ่ะนะได้กินไอติมด้วยแล้วก็ได้รู้วิธีการถนอมอาหารแบบที่เราไม่เคยรู้มาก่อน&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#9999ff;"&gt;-แล้วที่สำคัญชอบมากๆ-&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#9999ff;"&gt;-&lt;span style="color:#993399;"&gt;คณะวิศวะ&lt;/span&gt; ตอนแรกไปดูวิศวะเหมืองแร่ดูน่าสนใจดีเหมือนกันแต่ก็ต้องยากอยู่แล้วขึ้นชื่อว่าวิศวะ แล้วก็ไปดูวิศวะปิโตร ดีอ่ะอยากเรียนแต่สมองไม่ถึง หุหุผู้หญิงไม่ค่อยมีเลย แล้วก็มีคณะอื่นอีกแต่ไม่รู้ชื่อคณะอ่ะ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#9999ff;"&gt;แค่นี้แหละที่ไปมา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;ปล. เสียดายไม่ได้ไปแวะสยามกะจะไปโบนันซ่าอ่าเซงเวลาไม่พอ&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#993399;"&gt;จบข่าว&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-4829603892760657641?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/4829603892760657641/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=4829603892760657641' title='2 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/4829603892760657641'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/4829603892760657641'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/12/blog-post.html' title='จุฬาวิชาการ'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>2</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-3812510033155584971</id><published>2008-11-04T05:51:00.000-08:00</published><updated>2008-11-04T06:14:34.374-08:00</updated><title type='text'>มาแปลชื่อเป็นภาษาต่างๆกัน</title><content type='html'>&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&gt;w&lt;ลองทำกันดูนะ...ได้ยังงัยก็บอกกันหน่อยนะ...แปลกดี &gt;w&lt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;เอา linkไป เลย จ้า^^&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;ภาษาเอลฟ์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.chriswetherell.com/elf/" target="_blank"&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;http://www.chriswetherell.com/elf/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;ภาษาฮอบบิทส์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.chriswetherell.com/hobbit/" target="_blank"&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;http://www.chriswetherell.com/hobbit/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;ภาษาแฮร์รี่ พอตเตอร์ &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://rumandmonkey.com/widgets/toys/namegen/406/" target="_blank"&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;http://rumandmonkey.com/widgets/toys/namegen/406/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;ภาษาแวมไพร์&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://www.emmadavies.net/vampire/" target="_blank"&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;http://www.emmadavies.net/vampire/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;ภาษาอังกฤษ British โดยแท้&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://rumandmonkey.com/widgets/toys/namegen/10/" target="_blank"&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;http://rumandmonkey.com/widgets/toys/namegen/10/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;ภาษามาเฟีย&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://rumandmonkey.com/widgets/toys/namegen/1311/" target="_blank"&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;http://rumandmonkey.com/widgets/toys/namegen/1311/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;ภาษามังกร&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://rumandmonkey.com/widgets/toys/namegen/3267/" target="_blank"&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;http://rumandmonkey.com/widgets/toys/namegen/3267/&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;....................................ไฮโซมากกกมาย..........................................&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff6666;"&gt;.........................................................................................................&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-3812510033155584971?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/3812510033155584971/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=3812510033155584971' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/3812510033155584971'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/3812510033155584971'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/11/blog-post_1471.html' title='มาแปลชื่อเป็นภาษาต่างๆกัน'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-3140786741481070617</id><published>2008-11-04T05:25:00.000-08:00</published><updated>2008-11-04T05:50:06.583-08:00</updated><title type='text'></title><content type='html'>&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;...ตำนานแวมไพร์ ราชันย์ผีดูดเลือด...&lt;/span&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt; &lt;/div&gt;&lt;div&gt; &lt;/div&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5264798429032044866" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; WIDTH: 400px; CURSOR: hand; HEIGHT: 300px; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SRBSRvB9WUI/AAAAAAAAACI/eWjdVxhClRY/s400/vampire_by_clyde_caldwell__13.jpg" border="0" /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#990000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;ผีดูดเลือด หรือ แวมไพร์ (Vampire) เป็นมนุษย์อีกรูปแบบหนึ่งที่มีพลังปิศาจ แม้ว่า ผีดูดเลือด จะอยู่ในร่างของมนุษย์ มันก็ไม่มีความเป็นมนุษย์อยู่ มันคือคนที่ตายไปแล้วและลุกขึ้นมาจากโลงมีชีวิตใหม่โดยดูดเลือดเป็นอาหาร&lt;br /&gt;สังคมแทบทุกสังคมรู้จัก ผีดูดเลือด ผีดูดเลือดปรากฎครั้งแรกในอาณาจักร บาบิโลเนีย ในหีบศพที่ถูกปิดมานานกว่า 4,000 ปี มีตำนานเกี่ยวกับผีดุดเลือดมากมายใน อินเดีย จีน กรีก โรมัน มาเลเซีย และไทย ก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับผีดูดเลือดเช่นกัน&lt;br /&gt;ในประเทศมาเลเซีย เชื่อกันว่า ผู้หญิงที่เสียชีวิต ในขณะหรือหลังคลอดลูก จะกลายเป็นผีดูดเลือด และลูกที่ตายพร้อมกันก็จะเป็นผีดูดเลือดด้วย ส่วนของไทยก็เห็นจะเป็น กระสือ หรือปอบ ที่เรารู้จักกัน ประเพณีโบราณมักมีวิธีป้องกันผีพวกนี้และบางประพณีก็สืบทอดมาถึงปัจจุบัน&lt;br /&gt;ในแถบตะวันตก ผีดูดเลือด เป็นที่รู้จักกันในนามแวมไพร์ ปรากฏในอังกฤษครั้งแรก ในปี พ.ศ.2275 ตามบันทึกว่าเป็น แวมไพร์ ชาวเซอร์เบีย (Serbian : แคว้นในยูโกสลาเวีย) ที่กลับมาจากหน้าที่ทางทหารใน กรีก ด้วยท่าทีที่แปลกไป เขาผู้นั้น คือ อาร์โนลด์ เปาเล (Arnold Paole) เปาเล ยอมรับกับภรรยาในเวลาต่อมาว่า เขาโดน แวมไพร์ ดูดเลือดในขณะเดินทางและได้กลายเป็น แวมไพร์ ไปด้วย เปาเล ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตในเวลาต่อมา แต่เพื่อนบ้านยังคงเห็นเขาวนเวียนอยู่ ศพของเขาถูกขุดขึ้นมาและพบว่า มีรอยเลือดอยู่ที่ปาก การที่จะพิสูจน์ว่า เป็น แวมไพร์ หรือไม่นั้น ทำได้โดยตอกหมุดไม้ลงไปที่หัวใจ ศพของ เปาเล ถูกพิสูจน์และด้วยความประหลาดใจ&lt;br /&gt;ในขณะที่ตอกหมุดนั้นมีเลือดทะลักออกมาและมีเสียงกรีดร้องตามมาด้วย ศพของ เปาเล ถูกเผาตามขั้นตอนของพิธีกรรมทางความเชื่อ หลายปีต่อมา ก็ยังมีกรณีของ แวมไพร์ ตัวอื่นอยู่ ซึ่งเชื่อว่า เป็นเหยื่อของ เปาเล จึงสรุปได้ว่า แวมไพร์ ถ่ายทอดได้โดยการถูกกัด&lt;br /&gt;บันทึกในปี พ.ศ.2306 ของนักเขียนชาวฝรั่งเศส ชื่อ ฌอง จาก รูสโซ (Jean-Jacques Rousseau) กล่าวว่า ในปีนั้นมีพยานหลายคนทั้งที่เป็นแพทย์ นักบวชและพนักงานปกครอง ได้พบเห็น แวมไพร์ เรื่องราวได้เริ่มถูกนำไปแต่งเป็นวรรณกรรม จนกระทั่งในต้นพุทธศตวรรษที่ 24 แวมไพร์ ก็เป็นที่ยอมรับว่ามีอยู่จริง มีทั้งสองเพศ แต่โดยมากจะเป็นเพศชาย มีเขี้ยวยาว ผิวซีดเซียว และมีดวงตาที่แข็งกร้าว มักออกหาเหยื่อในเวลากลางคืน และเหยื่อก็จะเป็นเพศตรงข้าม ป้องกันได้โดยใช้กระเทียม การเป็นแวมไพร์ นั้นเป็นไปโดยไม่ได้สมัครใจและก็ไม่ค่อยจะเกี่ยวข้องกับปิศาจหรือเวทมนตร์ แม่มดเท่าใดนัก แวมไพร์ มักเป็นคนบาปที่ดำเนินชีวิตอย่างชั่วร้าย ผู้บริสุทธิ์ก็เป็น แวมไพร์ ได้โดยตกเป็นเหยื่อของพวกมัน&lt;br /&gt;บุคคลที่มีความแตกต่างไปจากคนอื่นและมีการตายอย่างประหลาดนั้นมักถูกเชื่อว่า จะเป็นแวมไพร์ อย่าง แน่นอน บุคคลใดที่มีลักษณะคล้าย แวมไพร์ จะถูกกีดกันจากสังคมทันที การกำจัด แวมไพร์ นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องทำเฉพาะเวลากลางวัน ตอนที่มันไม่มีอำนาจเท่านั้น เชื่อว่าหลุมศพใดมีโพรงอยู่แสดงว่าศพในหลุมนั้นเป็น แวมไพร์ โดยความเชื่อของ ชาวโรมัน ให้เทน้ำเดือดลงไปในโพรงเพื่อกำจัด แวมไพร์ หรือกำจัดได้โดยวิธีเดียวกับที่ทำกับ แวมไพร์ เปาเล&lt;br /&gt;ปลายพุทะศตวรรษที่ 19 นักเขียนชาว ไอริช เมื่อ บราม สโตกเกอร์ (Bram Stoker) ได้แต่งนิยายเรื่อง แดรกคูลา (Dracula) ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของคำอีกคำหนึ่งที่แปลว่า ผีดูดเลือด แดรกคูลา เป็นลูกชายของ แดรกคูล (Dracul) กษัตริย์โรมันที่โหดร้าย ทารุณ แดรกคูล เป็นสมญานามที่แปลว่า ปิศาจ ซึ่งกษัตริย์ได้สมญานามมาจากการปกครองที่โหดร้าย กระหายเลือด และแดรกคูลา ก็แปลว่า ลูกชายของปิศาจ&lt;br /&gt;ในนิยาย แดรกคูลา เกิดในทรานซิลวาเนีย (Transylvania) และมีความโหดร้ายเช่นเดียวกับพระบิดา ทรงสร้างศัตรูมากมาย มีการตายอย่างลึกลับ ไม่มีใครพบเห็นศพและไม่ได้ถูกฝังตามพิธี จนปัจจุบันเรื่องราวของ แวมไพร์ ก็ยังคงน่าหลงใหลและน่าหวาดกลัวมีผู้คนที่เชื่อว่า แวมไพร์ มีจริง ยิ่งกว่านั้น ยังมีศูนย์วิจัย แวมไพร์ ใน นิวยอร์ก ที่ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับ แวมไพร์ ใน ยุโรป และ อเมริกา อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;i wanna be a vampire.&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;i love vampire.&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-3140786741481070617?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/3140786741481070617/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=3140786741481070617' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/3140786741481070617'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/3140786741481070617'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/11/blog-post_04.html' title=''/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SRBSRvB9WUI/AAAAAAAAACI/eWjdVxhClRY/s72-c/vampire_by_clyde_caldwell__13.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-418586813167739003</id><published>2008-11-01T09:41:00.000-07:00</published><updated>2008-11-01T09:43:10.545-07:00</updated><title type='text'>รู้ไว้ใช่ว่า</title><content type='html'>&lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเต็มว่า&lt;/span&gt; &lt;span style="color:#3333ff;"&gt;"พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ เอกอรรคมหาบุรุษบรมนราธิราช พินิตประชานาถมหาสมมตวงศ์ อดิศัยพงศ์วิมลรัตน์วรขัตติราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณีจักรีบรมนาถ จุฬาลงกรณราชวรางกูร บรมมกุฏนเรนทร์สูรสันตติวงศวิสิฐ สุสาธิตบุรพาธิการ อดุลยกฤษฎาภินิหาร อดิเรกบุญฤทธิ ธัญลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตมางคประณตบาทบงกชยุคล ประสิทธิสรรพศุภผลอุดม บรมสุขุมาลย์ทิพยเทพาวตาร ไพศาลเกียรติคุณ อดุลยวิเศษสรรพเทเวศรานุรักษ์ บุริมศักดิสมญาเทพวาราวดี ศรีมหาบุรุษสุทธสมบัติ เสนางคนิกรรัตนอัศวโกศล ประพนธปรีชา มัทวสมาจาร บริบูรณคุณสารสยามาทินคร วรุตเมกราชดิลก มหาปริวารนายกอนันต์มหันตวรฤทธิเดช สรรพวิเศษศิรินธร บรมชนกาดิศรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดมบรมราชสมบัติ นพปฎลเศวตฉัตราดิฉัตร สิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเษฏาภิสิต สรรพทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม บรมนาถชาติอาชาวศรัยพุทธาธิไตรรัตนสรณารักษ์ อดุลยศักดิ์ อรรคนเรศราธิบดี เมตตากรุณา สีตลหฤทัย อโนมัยบุญการสกลไพศาล มหารัษฎาธิบดินทร์ ปรเมนทรธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนาถบพิตร พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว"&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;ต่อมาใน พ.ศ. 2459 ได้ทรงเปลี่ยนคำนำหน้าพระปรมาภิไธยของพระองค์เองใหม่ว่า "พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ อรรคมหาบุรุษบรมนราธิราช พินิตประชานาถมหาสมมตวงศ์ ฯลฯ พระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว"&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;[&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-418586813167739003?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/418586813167739003/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=418586813167739003' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/418586813167739003'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/418586813167739003'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/11/blog-post.html' title='รู้ไว้ใช่ว่า'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-7225650167045179635</id><published>2008-09-18T08:27:00.005-07:00</published><updated>2008-09-18T10:15:02.571-07:00</updated><title type='text'>เรื่องย่ออยู่กับก๋ง</title><content type='html'>เรื่องย่อบ้านสวน พ.ศ.2548 หยก ชายชราวัย 60 ปี ประสบความสำเร็จในอาชีพนักเขียนของตน มีผลงานตีพิมพ์มากมาย ทุกวันนี้เขาอาศัยอยู่กับครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานมากมาย เมื่อมองภาพครอบครัวที่อบอุ่นอย่างทุกวันนี้ หยกมักจะย้อนคิดถึงวัยเด็กที่มีเพียงเขาและ ก๋ง ทุกครั้งก๋ง ชายชราชาวจีนที่อพยพเข้ามาประเทศไทย ตั้งแต่สมัยก่อนสงครามโลก ก๋งเป็นช่างฝีมือ ประกอบอาชีพหลักคืองานซ่อมเซรามิค อันเป็นวิชาที่ติดตัวมาจากเมืองจีน ความคิดอ่านที่กว้างไกลและความเมตตาของก๋ง ทำให้ก๋งได้รับการนับหน้าถือตาจากผู้คนมากมายในชุมชนห้องแถวที่อาศัยอยู่ ซึ่งผลบุญนี้ได้ตกมาถึง หยก เด็กกำพร้าที่ก๋งได้อุปการะไว้ หยกเติบโตอย่างอบอุ่นภายใต้การเลี้ยงดูของก๋ง แต่เขาก็ยังรู้สึกถึงความไม่สมบูรณ์ของตัวเอง หยกมักสงสัยว่าทำไมตนจึงไม่มีพ่อแม่เหมือนคนอื่น จนวันหนึ่งหยกได้พบเห็นเด็กกำพร้าที่ถูกเอามาวางทิ้งไว้ หยกจึงได้เข้าใจว่าโลกนี้ยังมีเด็กโชคร้ายอีกหลายคนนัก และเพื่อนเขาบางคนเช่น ป้อม ลูกชายของ คุณนายทองห่อ กับคุณปลัด ที่แม้จะมีพ่อแม่พร้อมหน้า หากหยกได้รู้ความจริงว่าภายใต้รอยยิ้มนั้น มีแต่การปั้นหน้าใส่กัน หยกจึงเข้าใจว่า แท้จริงแล้วการที่เขามีก๋งคอยให้ความรักกับเขาอย่างแท้จริงต่งหากที่ทำให้เขาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แล้วชุมชนห้องแถวที่ก๋งและหยกอาศัยอยู่เป็นแหล่งรวมคนจีนมากหน้า เพื่อนบ้านที่สนิทกันอยู่ก็คือ เง็กจู ซึ่งเป็นที่ยึดติดกับธรรมเนียมจีนอย่างเหนียวแน่น และไม่ค่อยยอมรับความเปลี่ยนแปลง เง็กจูมีลูกชายคือ เพ้ง และลูกสาวคือ เกียว หลายครั้งที่เง็กจูมีปัญหากับลูก ก๋งจะเป็นคนคอยแก้ปัญหาให้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เกียวแหกประเพณีเดิมของผู้หญิงจีน หนีไปเรียนภาคค่ำ หรือตอนที่เพ้งรับ นวล ภรรยาคนไทยเข้าบ้าน จนเง็กจูขู่จะฆ่าตัวตาย ก๋งเป็นคนชี้ทางสว่างให้เง็กจูเห็นและยอมปรับทัศนคติเพื่ออยู่ร่วมกับลูกหลานในโลกปัจจุบันให้ได้ หรือแม้แต่คนไทยบางคนที่มาเช่าบ้านอยู่ในชุมชนจีนนี้ ก๋งก็เป็นคนจีนคนเดียวที่ยื่นมือให้ความช่วยเหลือ ขณะที่คนจีนคนอื่นๆ ตั้งแง่รังเกียจ ไม่ว่าจะเป็น สมพร หญิงสาวผู้โชคร้ายที่หนีออกมาจากซ่องโสเภณี แฉล้ม และไพศาล คู่ผัวเมียที่ทะเยอทะยานในวัตถุจนตกเป็นทาสการพนัน และหาญ กับจำเรียง หนุ่มสาวที่วิวาห์เหาะมาจากกรุงเทพฯชุมชนห้องแถว พ.ศ.2548 หยก กลับไปเยี่ยมชุมชนห้องแถวอีกครั้ง เขาเพ่งมองภาพถ่ายขาวดำของงานวันแซยิด ในห้องแถวหลังเก่าของตัวเอง เรื่องราวเก่าๆ ยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำของเขา แม้ว่าวันนี้ชุมชนห้องแถวจะเปลี่ยนแปลงและเจริญขึ้นมากกว่าวันก่อนแล้วก็ตาม หน้าห้องแถวห้องหนึ่ง เด็กชายคนหนึ่งนอนอ่านหนังสือให้อากงของตัวเองฟัง หยกนึกถึงภาพตัวเองกับก๋งในวัยเด็ก และยิ้มออกมาเมื่อเห็นชื่อหนังสือ “อยู่กับก๋ง” บนหน้าปก หยกเหม่อมองท้องฟ้าราวกับจะมองหาก๋ง อยากให้ก๋งได้เห็นว่าวันนี้ เขาได้ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับก๋งแล้ว&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-7225650167045179635?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/7225650167045179635/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=7225650167045179635' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/7225650167045179635'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/7225650167045179635'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/09/blog-post_6594.html' title='เรื่องย่ออยู่กับก๋ง'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-6105882800747046541</id><published>2008-09-18T08:27:00.004-07:00</published><updated>2008-09-18T10:11:03.509-07:00</updated><title type='text'>LOGO</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKKnqm3aeI/AAAAAAAAAB4/X5iLbNtaKhE/s1600-h/135.gif"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5247408929896884706" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKKnqm3aeI/AAAAAAAAAB4/X5iLbNtaKhE/s400/135.gif" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;นี่ logo ของเราเองสวยมั้ย&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-6105882800747046541?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/6105882800747046541/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=6105882800747046541' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/6105882800747046541'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/6105882800747046541'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/09/logo.html' title='LOGO'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKKnqm3aeI/AAAAAAAAAB4/X5iLbNtaKhE/s72-c/135.gif' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-3060886300291946796</id><published>2008-09-18T08:27:00.003-07:00</published><updated>2008-09-18T09:40:19.157-07:00</updated><title type='text'>link blogเพื่อน</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:180%;color:#ff9900;"&gt;&lt;strong&gt;..link blog ของเพื่อนๆ 4/2 ค่ะ..&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;14 นางสาวชนิกานต์ ศรีนาค&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://bt-chanikarn.blog.mthai.com/"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;http://BT-chanikarn.blog.mthai.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;15 นางสาวชรินรัตน์ แก้วดวงแสน&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://lookgadeiize.blogspot.com/"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;http://Lookgadeiize.blogspot.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;16 นางสาวฐานิศา ชายพานิชย์&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://chayengin.blog.mthai.com/"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;http://chayengin.blog.mthai.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;17 นางสาวณัฐฑริกา ธนูทอง&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://i-belight.blogspot.com/"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;http://i-belight.blogspot.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;18 นางสาวณัฐยา วธาวนิชกุล&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://elfsuju-fon18.blog.mthai.com/"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;http://elfsuju-fon18.blog.mthai.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;19 นางสาวธาราทิพย์ บุญแท้&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://tharatip.blog.mthai.com/"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;http://tharatip.blog.mthai.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;20 นางสาวเนตรนภิศ แสงอยู่&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://boattweety12.blog.mthai.com/"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;http://boattweety12.blog.mthai.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;21 นางสาวเบญจมาศ จงดี&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://sapphirebluez.blog.mthai.com/"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;http://sapphirebluez.blog.mthai.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;22 นาวสาวปนิดา จันทร์พึ่งสุข&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://babyiiz3112.blog.mthai.com/"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;http://babyiiz3112.blog.mthai.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;23 นางสาวปัททมราช แสงพูล&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://tuatan23.blog.mthai.com/"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;http://tuatan23.blog.mthai.com&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff99ff;"&gt;&lt;strong&gt;link blog เพื่อเลขที่ 13 ห้อง 1 และ3 ค่ะ&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#000000;"&gt;13 เด็กหญิงทิพานัน ทิพย์รักษา&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;color:#ff99ff;"&gt;&lt;a href="http://13thipanan.blogspot.com/"&gt;http://13thipanan.blogspot.com/&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;13 นายกษดิศ อยู่ภู่&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://blog.hunsa.com/gamekadid"&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;http://blog.hunsa.com/gamekadid&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-3060886300291946796?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/3060886300291946796/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=3060886300291946796' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/3060886300291946796'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/3060886300291946796'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/09/link-blog.html' title='link blogเพื่อน'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-8828232553518603458</id><published>2008-09-18T08:27:00.002-07:00</published><updated>2008-09-18T08:57:15.892-07:00</updated><title type='text'>การ์ตูนโปรด</title><content type='html'>&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNJ6FBvuzxI/AAAAAAAAABY/AOe975VV8MY/s1600-h/normal_hunterXhunter26.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5247390742626619154" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; CURSOR: hand" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNJ6FBvuzxI/AAAAAAAAABY/AOe975VV8MY/s320/normal_hunterXhunter26.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;                                                        =======&gt; ฮิโซกะ&lt;br /&gt;&lt;div&gt;==========&gt;คิรัวร์&lt;a href="http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNJ5llVQ7QI/AAAAAAAAABQ/efd5N8Svk8c/s1600-h/normal_hunterXhunter11.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5247390202423471362" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNJ5llVQ7QI/AAAAAAAAABQ/efd5N8Svk8c/s320/normal_hunterXhunter11.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ffcccc;"&gt;123&lt;a href="mailto:~!@=+การ์ตูนโปรดของเรา"&gt;การ์ตูนโปรดของเรา&lt;/a&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff0000;"&gt;เอามาให้ดูกัน~!+%&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:180%;color:#3366ff;"&gt;&lt;===&lt;/span&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNJ3rPwZQLI/AAAAAAAAABI/s9g1E620FEI/s1600-h/1132169710.jpg"&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:180%;color:#3366ff;"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5247388100687642802" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNJ3rPwZQLI/AAAAAAAAABI/s9g1E620FEI/s320/1132169710.jpg" border="0" /&gt;&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="font-family:lucida grande;font-size:180%;color:#3366ff;"&gt; คุราปิก้า&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#3366ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-8828232553518603458?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/8828232553518603458/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=8828232553518603458' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/8828232553518603458'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/8828232553518603458'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/09/blog-post_3513.html' title='การ์ตูนโปรด'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNJ6FBvuzxI/AAAAAAAAABY/AOe975VV8MY/s72-c/normal_hunterXhunter26.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-8115288204134318272</id><published>2008-09-18T08:27:00.001-07:00</published><updated>2008-09-18T08:42:29.341-07:00</updated><title type='text'>เพลงที่เราชอบ</title><content type='html'>&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:130%;"&gt;แปลดีๆแล้วเนื้อหาดีมากๆ&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;&lt;/strong&gt; &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;เนื้อเพลง&lt;/strong&gt;: What I've Done&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;ศิลปิน&lt;/strong&gt;: Linkin Park&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;strong&gt;อัลบั้ม&lt;/strong&gt;: Minutes To MidnightIn this farewell, There is no blood&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;There is no alibi&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;Cause I've drawn regret&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;From the truth&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;Of a thousands lies&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;So let mercy come and wash away&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;What I've Done&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;I'll face myself&lt;br /&gt;To cross out what I've become&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;Erase myself&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;and let go of what I've done&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;Put to rest, What you thought of me&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;Well, I clean this slate&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;With the hands, Of uncertainty&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;So let mercy come, And Wash away&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;What I've Done&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;I'll face myself&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;Tto cross what I've become&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;Erase myself&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;And let go of what I've done&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;For what I've done&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;I start again&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;And whatever pain may come&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;Today this ends&lt;br /&gt;I'm forgiving what I've done&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;&lt;br /&gt;I'll face myself&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;To cross out &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;what I've becomeErase &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;myselfAnd let go of &lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;what I've done&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;(Na,Na,Na)&lt;br /&gt;What I've DoneWhat I've Done&lt;/div&gt;&lt;div align="center"&gt;Forgetting what I've done&lt;br /&gt; &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-8115288204134318272?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/8115288204134318272/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=8115288204134318272' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/8115288204134318272'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/8115288204134318272'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/09/blog-post_5396.html' title='เพลงที่เราชอบ'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-5504798157733788596</id><published>2008-09-18T08:27:00.000-07:00</published><updated>2008-09-18T08:36:26.928-07:00</updated><title type='text'>เกออร์ก คันทอร์ สุดยอดนักคณิตศาสตร์</title><content type='html'>&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNJ1SwBGfpI/AAAAAAAAABA/4Iod_gm8t7k/s1600-h/1576.bmp"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5247385480827666066" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNJ1SwBGfpI/AAAAAAAAABA/4Iod_gm8t7k/s400/1576.bmp" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;เกออร์ก แฟร์ดินันด์ ลุดวิก ฟิลิพพ์ คันทอร์ (&lt;/span&gt;&lt;a title="3 มีนาคม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/3_à¸¡à¸µà¸à¸²à¸à¸¡"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;3 มีนาคม&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;a title="ค.ศ. 1845" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._1845"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;ค.ศ. 1845&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;a title="เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¹à¸à¸à¸à¹à¸à¸µà¹à¸à¸&amp;shy;à¸£à¹à¸ªà¹à¸à¸´à¸£à¹à¸"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;a title="ประเทศรัสเซีย" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸£à¸°à¹à¸à¸¨à¸£à¸±à¸ªà¹à¸à¸µà¸¢"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;รัสเซีย&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt; – &lt;/span&gt;&lt;a title="6 มกราคม" href="http://th.wikipedia.org/wiki/6_à¸¡à¸à¸£à¸²à¸à¸¡"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;6 มกราคม&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt; &lt;/span&gt;&lt;a title="ค.ศ. 1918" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸.à¸¨._1918"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;ค.ศ. 1918&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt; บิดาของ George Cantor ชื่อว่า George Waldemar Cantor เป็นพ่อค้าชาวเดนมาร์ก มารดาของ George ชื่อว่า Maria Anna Bohm แม่เป็นชาวรัสเซีย ฮัลเลอ &lt;/span&gt;&lt;a title="เยอรมนี" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¹à¸¢à¸&amp;shy;à¸£à¸¡à¸à¸µ"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;เยอรมนี&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;) เป็น&lt;/span&gt;&lt;a title="นักคณิตศาสตร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸±à¸à¸à¸à¸´à¸à¸¨à¸²à¸ªà¸à¸£à¹"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;นักคณิตศาสตร์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt; เกิดในประเทศรัสเซีย แต่ใช้ชีวิตอยู่ในเยอรมนี มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในนามของผู้บัญญัติ&lt;/span&gt;&lt;a title="ทฤษฎีเซต" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸¤à¸©à¸à¸µà¹à¸à¸"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;ทฤษฎีเซต&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;ยุคใหม่ โดยได้ขยายขอบเขตของทฤษฎีเซตให้ครอบคลุมแนวคิดของ&lt;/span&gt;&lt;a title="จำนวนเชิงอนันต์ (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%8C&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;จำนวนเชิงอนันต์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt; (transfinite or infinite numbers) ทั้ง&lt;/span&gt;&lt;a title="จำนวนเชิงการนับ" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸³à¸à¸§à¸à¹à¸à¸´à¸à¸à¸²à¸£à¸à¸±à¸"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;จำนวนเชิงการนับ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;และ&lt;/span&gt;&lt;a title="จำนวนเชิงอันดับที่ (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%88%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;จำนวนเชิงอันดับที่&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt; นอกจากนี้ คันทอร์ยังเป็นที่รู้จักจากผลงานในเรื่อง การแทน&lt;/span&gt;&lt;a title="ฟังก์ชัน" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸à¸±à¸à¸à¹à¸à¸±à¸"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;ฟังก์ชัน&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;ด้วย&lt;/span&gt;&lt;a title="อนุกรมตรีโกณมิติ (ยังไม่ได้สร้าง)" href="http://th.wikipedia.org/w/index.php?title=%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%81%E0%B8%93%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4&amp;amp;action=edit&amp;amp;redlink=1"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;อนุกรมตรีโกณมิติ&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt; ที่เป็นเอกลักษณ์ (unique representation of functions by means of trigonometric series) ซึ่งเป็นภาคขยายของ&lt;/span&gt;&lt;a title="อนุกรมฟูริเยร์" href="http://th.wikipedia.org/wiki/à¸&amp;shy;à¸à¸¸à¸à¸£à¸¡à¸à¸¹à¸£à¸´à¹à¸¢à¸£à¹"&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;อนุกรมฟูริเยร์&lt;/span&gt;&lt;/a&gt;&lt;span style="color:#000000;"&gt;ท่านเสียชีวิตเมื่อ 6 มกราคม 2461 ที่ประเทศเยอรมนีนี รวมอายุได้ 73 ปี&lt;/span&gt;&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-5504798157733788596?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/5504798157733788596/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=5504798157733788596' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/5504798157733788596'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/5504798157733788596'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/09/blog-post_18.html' title='เกออร์ก คันทอร์ สุดยอดนักคณิตศาสตร์'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://2.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNJ1SwBGfpI/AAAAAAAAABA/4Iod_gm8t7k/s72-c/1576.bmp' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-5814965722341562758</id><published>2008-09-16T04:36:00.000-07:00</published><updated>2008-09-16T04:56:09.119-07:00</updated><title type='text'>want!!!</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SM-eTe76reI/AAAAAAAAAA4/8vBcvX0WOZQ/s1600-h/0000.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5246586148468993506" style="DISPLAY: block; MARGIN: 0px auto 10px; CURSOR: hand; TEXT-ALIGN: center" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SM-eTe76reI/AAAAAAAAAA4/8vBcvX0WOZQ/s400/0000.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;อ๊ากกกกกกกกกอยากดั้ยอ่า แล้วต้องได้ด้วย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;มันก้อคือ&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;.&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;.&lt;/div&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SM-c2DcnuhI/AAAAAAAAAAw/5chXZv8Q350/s1600-h/0000.jpg"&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;.&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ชุด หัวขโมยแห่งบารามอส Bigbook Limited Edition&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ส่วนราคา 2500 ย้ำ 2500 ศูนย์ 2 ตัวนะเคอะแพงหูดับเลย&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;หนังสือขนาด 26 x 38.5 cm /กล่องขนาด 37.5 x 51.2 cm ภายในมีการแก้ไขใหม่ ประกอบด้วยรูป 4 สีและเนื้อหาแก้ไขคำผิดใหม่ทั้งหมดค่ะ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;แต่ยังงัยก้อต้องเอามาให้ได้ FIGHTING!!!&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;.&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;.&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;.&lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-5814965722341562758?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/5814965722341562758/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=5814965722341562758' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/5814965722341562758'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/5814965722341562758'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/09/want.html' title='want!!!'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SM-eTe76reI/AAAAAAAAAA4/8vBcvX0WOZQ/s72-c/0000.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-6807992191258882600</id><published>2008-09-02T04:07:00.000-07:00</published><updated>2008-09-02T04:44:20.431-07:00</updated><title type='text'>น่าร๊ากกกกกกกกกพี่ชายเรา</title><content type='html'>&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SL0nADYwf_I/AAAAAAAAAAo/kZ3nd-k7upc/s1600-h/1058807_3590756.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5241388423191756786" style="FLOAT: left; MARGIN: 0px 10px 10px 0px; CURSOR: hand" alt="" src="http://4.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SL0nADYwf_I/AAAAAAAAAAo/kZ3nd-k7upc/s320/1058807_3590756.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ชื่อจริง Jin Akanishi &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ชื่อเล่น Hitoshi, Akanishikun &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;วัน/เดือน/ปีเกิด 4 กรกฏาคม 1984 &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สถานที่เกิด Tokyo, Japan &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ราศี ราศีกรกฏ ปีเกิด ปีชวด &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;น้ำหนัก 58 kg. &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ส่วนสูง 176 cm. &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ขนาดเท้า 26.5 cm. &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;กรุ๊ปเลือด O&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ และน้องชาย 1 คน &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เพื่อนสนิท &lt;strong&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;Tomohisa Yamashita&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;, Toma Ikuta &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ความสามารถพิเศษ ร้องเพลง, เล่นฟุตบอล &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สัตว์ที่ชื่นชอบ สิงโต &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ส่วนในร่างกายที่ชื่นชอบ ผม &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สีที่ชื่นชอบ สีดำ, แดง, ขาว, ฟ้า, เงิน&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;อาหารที่ชื่นชอบ อาหารฟาสฟู้ด, เนื้อย่าง, ปลา, แตงโม &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สัตว์เลี้ยง สุนัข ชื่อว่า Ten &amp;amp; Maru&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สิ่งที่ชื่นชอบ บทเพลง, การเต้นรำ, กลอง&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;คำพูดฮิตติดปาก Go! &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;กีฬาที่ชื่นชอบ โบว์ลิ่ง, ฟุตบอล &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;ฤดูกาลที่ชื่นชอบ ฤดูใบไม้ผลิ &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;บุคคลใน Johnny's ที่ชื่นชอบ Kazunari Ninomiya, Masaki Aiba &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;เครื่องดนตรีที่ชื่นชอบ กลอง, กีต้าร์, คีย์บอร์ด &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สเป็คสาว สดใส น่าสนใจ มีน้ำใจ ส่วนอายุไม่สำคัญเลย &lt;/div&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;สิ่งที่ไม่ชอบ ผี, สัตว์ประหลาด,การที่ต้องอยู่คนเดียว เข้า Johnny's เมื่อ พฤศจิกายน 1988 &lt;/div&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-6807992191258882600?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/6807992191258882600/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=6807992191258882600' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/6807992191258882600'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/6807992191258882600'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/09/blog-post_02.html' title='น่าร๊ากกกกกกกกกพี่ชายเรา'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SL0nADYwf_I/AAAAAAAAAAo/kZ3nd-k7upc/s72-c/1058807_3590756.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-5180225454427629791</id><published>2008-09-02T03:59:00.000-07:00</published><updated>2008-09-02T04:04:57.592-07:00</updated><title type='text'>เรื่องดีๆมีสาระ</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:180%;color:#ff6666;"&gt;&lt;em&gt;เอามาฝากอ่านะลองทำกันดู&lt;/em&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;การเคลื่อนที่แนวราบ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ชายคนหนึ่งวิ่งจากจุด A ไปจุด B ในเวลาทั้งสิ้น 30 วินาที ถ้าในการวิ่งมีความเร่ง1 m/s2 และเริ่มต้นวิ่งความเร็ว 1 m/s  จงหาระยะทางและความเร็วปลายระหว่าง A กับ B&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;วิธีทำ&lt;br /&gt;                  หาระยะทางจากสูตร  s = ut+½at2&lt;br /&gt;                                                           &lt;br /&gt;                                                        = 1×30+½×1×302&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                                         = 480 m&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                  หาความเร็วปลายจากสูตร  v=u+at&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                                                 =1 +1×30 m/s&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;                        = 31  m/s&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;.·.     ระยะทางระหว่าง A ไป B เท่ากับ 480 เมตร&lt;br /&gt;    ความเร็วปลายจาก A ไป B เท่ากับ 31 เมตร/วินาที            ans&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-5180225454427629791?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/5180225454427629791/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=5180225454427629791' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/5180225454427629791'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/5180225454427629791'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/09/blog-post.html' title='เรื่องดีๆมีสาระ'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-3844369278228318267</id><published>2008-08-30T07:51:00.000-07:00</published><updated>2008-08-30T08:44:38.512-07:00</updated><title type='text'>กีฬาสี บ.ม.</title><content type='html'>&lt;span style="font-size:180%;color:#ff99ff;"&gt;&lt;strong&gt;สวัสดีคร้าท่าน&lt;span style="color:#993399;"&gt;เพื่อน&lt;/span&gt;ทุกท่าน อะแฮ่ม ..&lt;span style="color:#993399;"&gt;เป็น&lt;/span&gt;เกียรติ&lt;span style="color:#993399;"&gt;อย่างยิ่งที่&lt;/span&gt;ได้พูดคุยใน&lt;span style="color:#993399;"&gt;วัน&lt;/span&gt;นี้&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#993399;"&gt;&lt;strong&gt;              &lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#993399;"&gt;&lt;strong&gt;                   เป็นยังงัยกันมั่งกับกีฬาสีที่เพิ่งผ่านไป &lt;span style="color:#ff99ff;"&gt; ขอสารภาพว่านอกจากวันศุกร์แล้ว ข้าพเจ้าคนนี้ก้อไม่&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;ได้เข้าร่วมกิจกรรมหรือทำอะไรให้เป็นประโยชน์เลย&lt;/span&gt;นอกจากการตระเวณเก็บภาพถ่ายตามที่ต่างๆที่คงจะพอมีประโยชน์สามารถใช้งานได้บ้าง ที่เหลือก้อหาที่ร่มๆเย็น&lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;เย็นไว้อ่านการ์ตูนอยางแข็งขัน แล้วท่านเพื่อนเล่าทำอะไรกันมาบ้างเข้ามาเล่าสู่กันให้ฟังบ้างดิ&lt;/span&gt;  การเดินพาเรดครั้งนี้ทำให้เรารู้ซึ้งว่างานกรรมกรเป็นยังงัย  ไม่อยากจะเอ่ยว่าสุดยอดแห่งความเมื่อยเลยล่ะ  &lt;span style="color:#ff99ff;"&gt;นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายและครั้งเดียวในชีวิตที่จะมาแบกหามอย่างงี้...ช่วยกันเม้นท์หน่อยและกันน้า&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff99ff;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="font-size:180%;color:#ff99ff;"&gt;                                        .... %$*_+_-@~)_++...&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-3844369278228318267?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/3844369278228318267/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=3844369278228318267' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/3844369278228318267'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/3844369278228318267'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/08/blog-post.html' title='กีฬาสี บ.ม.'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8101475672578998243.post-5820957189015811300</id><published>2008-08-17T06:58:00.000-07:00</published><updated>2008-08-17T07:15:42.022-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ว่าด้วยความซวย'/><title type='text'>My new blogggg</title><content type='html'>สวัสดีคร้า...เราต้องสมัครบล็อกใหม่เพราะว่าอะไรน่ะหรอ คำตอบก้อคือเพราะความซวยส่วนตัวไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้น่ะซิ ฮิฮิ เพื่อนที่ใช่บล็อกเดียวกะเราเลยพลอยซวยไปด้วยเลยต้องระเห็ดระเหออกจากblog2hitแต่เชื่อเถอะว่าหลงจากเราสมัครบล็อกนี้อีกไม่นานบล็อก2ฮิตก้อจะกลับมาใช้ได้เหมือนเดิมขอฟันธงเลยเอ้า!! &lt;ก้อบอกแล้วว่าความซวยส่วนตัว&gt;พันนี้แหละชีวิตเรา พระเจ้าช่างชอบกลั่นแกล้งเราเสียนนี่กะไร แต่ก้อช่วยเม้นกับด้วยก้อแล้วกันนะ ถือว่าสงสารแพนด้าน้อยขอบตาดำๆก้อแล้วกัน แต้งกิ้ววน้อ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8101475672578998243-5820957189015811300?l=tomohisajin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://tomohisajin.blogspot.com/feeds/5820957189015811300/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://www.blogger.com/comment.g?blogID=8101475672578998243&amp;postID=5820957189015811300' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/5820957189015811300'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8101475672578998243/posts/default/5820957189015811300'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://tomohisajin.blogspot.com/2008/08/my-new-blogggg.html' title='My new blogggg'/><author><name>13 จุฬาลักษณ์ 4/2</name><uri>http://www.blogger.com/profile/16473287481096302493</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='27' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_Qprga4bhA6w/SNKGkzNPLTI/AAAAAAAAABg/p9JTgKXHzn4/S220/12356.jpg'/></author><thr:total>0</thr:total></entry></feed>
